ธอส.เตรียมวงเงินกว่า1แสนลบ.สนองนโยบาย“คลัง”สร้างโอกาสคนไทยมีบ้าน

ธอส. สนองนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเตรียมวงเงินกว่า 100,000 ล้านบาท จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์พิเศษ สร้างโอกาสทำให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 209,000 ล้านบาทในปี 2563วันนี้(24 ม.ค.2563) ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติมอบนโยบายการบริหารงาน และติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) โดยมีนายปริญญา พัฒนภักดี ประธานกรรมการ ธอส. นายฉัตรชัย  ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. พร้อมด้วยคณะกรรมการธนาคารและผู้บริหารให้การต้อนรับและร่วมรับฟังนโยบาย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้ ธอส. เร่งดำเนินการ 3 ภารกิจดังนี้ คือ ภารกิจแรก : การดำเนินการตามพันธกิจของ ธอส. ในการช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม,ภารกิจที่สอง : กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์, และภารกิจที่สาม : นำฐานข้อมูลลูกค้า และเทคโนโลยีของธนาคารมาเชื่อมต่อกับข้อมูลของรัฐบาล เพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ธอส. ได้เตรียมวงเงินรวมกว่า 100,000 ล้านบาท(ลบ.) จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์พิเศษ ทั้งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% หลังผ่อนชำระตามเงื่อนไข นำเงินจากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ รุ่นที่ 3 หน่วยละ 50,000 บาท มาจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและบุคลากรภาครัฐที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย การบริหารงาน และติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ว่า ได้มอบหมายให้ ธอส. เร่งดำเนินการ 3 ภารกิจ คือ

 ภารกิจแรก : การดำเนินการพันธกิจของ ธอส. ในการช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เนื่องจากในปัจจุบันยังคงมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ภารกิจที่สอง : ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะมีภาคธุรกิจ และการจ้างงานที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ซึ่ง ธอส. ถือเป็นสถาบันการเงินที่สามารถมีบทบาทสำคัญได้มากยิ่งขึ้นในการทำหน้าที่ชี้นำภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจด้วยการจัดทำมาตรการใหม่มารองรับให้ประชาชนมีบ้านได้มากขึ้น พร้อมกับติดตามขยายผลมาตรการอื่น ๆ ที่เคยจัดทำก่อนหน้านี้

ภารกิจสาม : การนำฐานข้อมูลลูกค้ากว่า 3.7 ล้านราย และเทคโนโลยีของธนาคารมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้าประชาชนในมิติอื่น ๆ นอกเหนือจากด้านที่อยู่อาศัย โดยนำมาเชื่อมต่อกับข้อมูลของรัฐบาลที่รวบรวมได้จากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมาตรการ”ชิมช้อปใช้ เพื่อเป็น Big data ในการพิจารณาจัดทำมาตรการใหม่ ๆ เพื่อประชาชนต่อไป

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมปฏิบัติตามนโยบายของ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับรายได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมกับแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย จึงได้เตรียมวงเงินรวมกว่า 100,000 ล้านบาท จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก ปี 2563 (กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4 % ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 5 % ต่อปี ส่วนเดือนที่ 37-42 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 43 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี และกรณีซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ปีที่ 1 จนถึงตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.50% ต่อปี) ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหลักประกัน และผู้กู้ต้องมีรายได้รวมไม่เกิน 35,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 37-42 จะเป็น 0% ต่อปี ต่อเมื่อทำนิติกรรมพร้อมสมัครใช้บริการ GHB ALL และผ่อนชำระเงินงวดผ่าน GHB ALL เท่านั้น ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

2.โครงการสินเชื่อบ้าน Dream Homes by GHB  (กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 4-5 อัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี(ปัจจุบันเท่ากับ 4.50% ต่อปี) เดือนที่ 61-66 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 67 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยที่หน่วยงานทำ MOU ภายใต้โครงการ Corporate Synergy กับธนาคาร อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี ให้กู้สำหรับผู้กู้ที่ปัจจุบันไม่มีการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. หรือสถาบันการเงินอื่น ฟรี!! ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

3.ผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ ธอส. รุ่นที่ 3 ชุดพิมานมาศ (กรอบวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท) โดยสลากจะจำหน่ายหน่วยละ 50,000 บาท จำนวนสลากรวมทั้งโครงการ 1 ล้านหน่วย ออกรางวัลทุกเดือน จำนวนรางวัลรวมทั้งโครงการเดือนละ 100 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท และมีรางวัลพิเศษทุกไตรมาส มูลค่ารวมไตรมาสละ 10 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเปิดจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยธนาคารจะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ รุ่นที่ 3 ไปจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยกู้ให้แก่ประชาชนทุกระดับรายได้โดยจะพิจารณาวงเงินการให้สินเชื่อ       ตามความสามารถในการชำระหนี้โดยไม่มีเพดานวงเงินให้สินเชื่อต่อราย

และ 4.มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและบุคลากรภาครัฐที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ ธอส. ร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ข้าราชการ จึงได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมที่เป็นข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐ(ข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานองค์กรอิสระ และพนักงานองค์กรมหาชน) ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระตามเงื่อนไขการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารหรือมีวันค้างชำระตั้งแต่ 61 วันขึ้นไป ปัจจุบันมีอยู่จำนวนประมาณ 10,000 ราย ยอดเงินต้นคงเหลือ 8,300 ล้านบาท ให้ใช้อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี ในระหว่างการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ระยะเวลา 6 เดือน ผ่อนชำระเงินงวดร้อยละ 50 ของเงินงวดตามสัญญาเดิม หรือเงินงวดตามข้อตกลงประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้เดิม โดยธนาคารจะติดตามดูผลการชำระเงิน 3 เดือน ก่อนพิจารณาจัดชั้นหนี้เป็นปกติ ส่วนเงินงวดที่ชำระตามมาตรการนี้จะนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ธอส. ยังได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วย

  • “มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์” อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 คงที่ 2.50% ต่อปี ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท ณ วันที่ 23 มกราคม 2563 มีผู้ยื่นกู้แล้วจำนวน 11,425 บัญชี วงเงินขอกู้ 21,947 ล้านบาท และอนุมัติแล้ว 9,460 บัญชี วงเงินอนุมัติ 17,605 ล้านบาท
  • “โครงการบ้านล้านหลัง” อัตราดอกเบี้ย คงที่ 3% นานสูงสุด 5 ปีแรก ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ณ วันที่ 23 มกราคม 2563 มีผู้ยื่นกู้แล้วจำนวน 22,442 บัญชี วงเงินขอกู้ 16,506 ล้านบาท และอนุมัติแล้ว 21,227 บัญชี วงเงินอนุมัติ 15,086 ล้านบาท
  • “โครงการบ้านดีมีดาวน์” ภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ จำนวน 50,000 บาทต่อราย แก่ประชาชน 100,000 รายแรก ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการโดยอยู่ในระบบฐานภาษี มีรายได้ปี 2561 ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ณ วันที่ 22 มกราคม 2563 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 90,507 ราย เป็นผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์การลงทะเบียน 50,506 ราย และมีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จดจำนอง และ ธอส.ได้โอนเงินที่รัฐสนับสนุนเพื่อลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัยแล้วจำนวน 5,659 ราย

ในปี 2563 ธนาคารยังพร้อมเดินหน้าให้การสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล เพื่อสร้างโอกาสในการทำให้คนไทยมีบ้านต่อไป โดยมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 209,000 ล้านบาท ขณะที่ ณ สิ้นปี 2562  ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 215,301 ล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,209,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.37% จากสิ้นปี 2561 และมีกำไรสุทธิจำนวน 13,352 ล้านบาท

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง