LPN Wisdom คาดปี’63ที่อยู่อาศัยเปิดใหม่กทม./ปริมณฑลลดลง 10 %

LPN Wisdom คาดการณ์ปี 2563 มีแนวโน้มการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ลดลง 23 %ขณะที่ที่อยู่อาศัยแนวราบมีแนวโน้มเปิดตัวเพิ่มขึ้น 9 % ทำให้สัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ในกทม.และปริมณฑลทั้งปีลดลง 10 % เมื่อเทียบกับปี 2562

 

นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพีนี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LPN Wisdom) บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป กล่าวให้ความเห็นว่า จากภาวะการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึง เศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่องจากปี2562 โดยคาดการณ์ GDP 2563 อยู่ที่ระดับ 2.2-2.3% เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดส่งผลต่อ ภาคการท่องเที่ยวและส่งออก ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

 LPN Wisdom คาดการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑลปี 2563 ดังนี้

  • หน่วยเปิดตัวใหม่ในปี 2563 จะลดลง ประมาณไม่เกิน10% จากปี 2562 เหลือ 100,000-110,000 ยูนิต
  • ยอดโอนกรรมสิทธิ ปี 2562 คาดว่าจะลดลงประมาณ 6% (YoY) จาก 196,000 ยูนิต ในปี 2561 เหลือ 185,000 ยูนิต โดยปี 2563 คาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ จะใกล้เคียงกับปี 2562 เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดโอนของลูกค้าจีนที่จะโอนในปี2563 ประมาณ 14,000 ยูนิต และกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว
  • คาดว่าปี 2563 อัตราการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านพักอาศัย อยู่ที่ 8-10 ยูนิต/เดือน/โครงการ ใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มีอัตราการขายอยู่ที่ 10 ยูนิต/เดือน/โครงการ
  • คาดว่าปี 2563 อัตราการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม อยู่ที่ 23-25 ยูนิต/เดือน/โครงการใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มีอัตราการขายอยู่ที่ 25 ยูนิต/เดือน/โครงการ โดยทั้งบ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียม มีโอกาสที่อัตราการขายจะลดลงหากไม่มีมาตรการรัฐสนับสนุน เนื่องจากเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัวและกำลังซื้อยังต่ำจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
  • เลือกพัฒนาโครงการที่พักอาศัยโดยเน้นตลาดที่มีกำลังซื้อและพัฒนาโดยแบ่งเป็นเฟสย่อย โดยลงทุนพัฒนาโครงการที่พักอาศัยแนวราบมากขึ้น
  • เน้นระบายหน่วยคงค้างที่มีอยู่โดยเฉพาะช่วงราคา <3 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 1 เนื่องจากมีมาตรการรัฐช่วยเสริมกำลังซื้อ
  • เน้นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ใน segment กลาง-กลางล่าง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในระดับราคา <2 ล้านบาท เนื่องจากหน่วยคงค้างเหลือน้อย
  • การบริหารจัดการ asset ที่มีอยู่ให้สร้างรายได้จากการเช่า (recurring income) เช่น คอนโดที่สร้างเสร็จแล้วมาปล่อยเช่า
  • ระมัดระวังการลงทุนเพื่อขายตลาดต่างชาติ เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว

นายประพันธ์ศักดิ์ ยังกล่าวว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มชะลอแผนการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมในปี 2563 เนื่องจากตลาดมีสินค้าคงเหลือที่รอขาย ณ สิ้นสุดปี 2562 อยู่ที่ 214,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นในสัดส่วน 10 % จากจำนวนสินค้ารอการขาย 195,000 ยูนิตในปี 2561 ซึ่งต้องใช้เวลาในการขายอย่างน้อย 24 เดือน ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมในปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2562“คาดว่าปีนี้คอนโด มีหน่วยเปิดตัวลดลงจากปี 2562 ประมาณ 23% โดยที่เปิดตัวในช่วงระดับราคา 2-5 ล้านบาทโดยผู้ประกอบการเน้นเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัย และลงทุนในธุรกิจอื่นมากขึ้น” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2563 จะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 50,000-55,000 ยูนิต หรือประมาณ 110-120 โครงการ โดยเน้นตลาดที่ระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อยูนิต และจะมีสัดส่วนการขายอยู่ที่ประมาณ 15,000 ยูนิตหรือประมาณ 30 % จากจำนวนที่เปิดขายใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นอัตราขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากปี 2562 ที่มีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 33 % เป็นผลจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในการกำกับดูแลสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio) และกำลังซื้อทั้งจากภายในและต่างประเทศที่ลดลง ผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว

หันเปิดแนวราบ – เข้มบริหารจัดการต้นทุน หนีตลาดคอนโดฯซบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านแฝด ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ในปี 2563 ประมาณ 50,000-55,000 ยูนิต ระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 9 % เมื่อเทียบกับปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการลดความเสี่ยงจากการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมการหันมาเปิดตัวโครงการในแนวราบเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อตอบรับกับความต้องการซื้อในตลาดที่เพิ่มขึ้น และเป็นการบริหารจัดการต้นทุนในการดำเนินงานเนื่องจากโครงการแนวราบจะมีต้นทุนในการก่อสร้างตามกำลังซื้อในตลาดไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างทั้งโครงการในทันที ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับกำลังซื้อในตลาด

คาดทั้งปีที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ลดลง 10 %

จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้จำนวนการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมดในปี 2563 จะอยู่ที่ 100,000-110,000 ยูนิต หรือ ลดลงประมาณ 10 %หรือมูลค่าประมาณ 420,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 110,500 ยูนิต หรือมูลค่า 440,000 ล้านบาท หรือลดลง 8 % เมื่อเทียบกับปี 2561

ขณะที่ประมาณการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2563 จะใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์ 196,000 ยูนิต ซึ่งปรับตัวลดลง 6 % เมื่อเทียบกับปี 2561

สำหรับทำเลที่น่าสนใจในการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2563 ยังคงเป็นทำเลที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า โดยเฉพาะในแนวรถไฟฟ้าสายใหม่และส่วนต่อขยายที่ระดับราคาที่ดินยังไม่สูงมากนัก ใน 3-4 ทำเลหลัก คือ

  • แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงสถานีบางอ้อ-บางขุนนนท์ แนวถนนจรัญสนิทวงศ์ ที่จะเปิดใช้งานในปี 2563 สำหรับคอนโดมิเนียมระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท
  • แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่จะเปิดให้บริการปี 2564
  • แนวรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเปิดให้บริการในปี 2566 ช่วงสถานีฉลองรัช-ลำสาลี-ประดิษฐ์ มนูธรรม (ถนนลาดพร้าว-รามคำแหง) สำหรับคอนโดมิเนียมระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทและบ้านแฝด-บ้านเดี่ยว ที่ระดับราคา 5-10 ล้านบาท
  • และจุดเชื่อมต่อสถานีบางหว้า ถนนกัลปพฤกษ์ สำหรับโครงการบ้านพักอาศัย ระดับราคา 2-5 ล้านบาทกล่าวได้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกำลังซื้อจากนักลงทุนจากจีนที่ลดลง ในขณะที่ผู้ประกอบการที่มียอดขายคอนโดมิเนียมให้กับนักลงทุนชาวจีนตั้งแต่ปี 2561 และจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2563 ไม่น้อยกว่า 14,000 ยูนิต อาจจะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าได้ทั้งหมด ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยหันมาพัฒนาโครงการในแนวราบ หรือพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเล็กลงเพื่อบริหารต้นทุน รวมถึงบริหารสภาพคล่องทางการเงินโดยเร่งขายสินค้าที่รอการขาย และเพิ่มรายได้จากการเช่าเพื่อสร้างความสมดุลให้กับรายได้ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญกับภาวะชะลอตัว

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง