“สีเจบีพี”ปรับตัวรับมือตลาดสีปี’63หดตัว-เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน รุกขยายช่องทางตลาดใน-ตปท.

สีเจบีพี คาดการณ์ตลาดรวมสีทาอาคารปี63 หดตัว 3-5% จากปัจจัยลบ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เจ้าของบ้านมีบทบาทเลือกสีแต่ละประเภทมากขึ้น เปิดกลยุทธ์ปรับตัวรับมือขยายช่องทางจำหน่ายใน-ต่างประเทศ โดยเฉพาะลาว กัมพูชา ล่าสุดผนึก ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ นำบรรจุภัณฑ์สีทาอาคารที่ทำจากพลาสติกกลับมารีไซเคิลได้ 100% ตั้งเป้ายอดขายปีนี้แตะ 900 ล้านบาท
นายศราวุฒิ รัชนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.บี.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีทาอาคาร เจบีพี  เปิดเผยถึงทิศทางการตลาดของสีทาอาคาร ปี  2563 ว่า อาจจะมีการหดตัวลงประมาณ 3-5% ซึ่งคงต้องประเมินเป็นรายไตรมาส จากมูลค่าตลาดรวมปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยสีเจบีพี มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 4.5% ในปี2562 คิดเป็นอัตราการเติบโต 3%  เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมและสภาพเศรษฐกิจที่ล้วนส่งผลต่อการเติบโตของตลาด และเทรนด์การเลือกซื้อสีทาอาคารที่เปลี่ยนแปลงไป  ในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าของบ้านเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจเลือกสินค้า รวมถึงศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของสีทาอาคารแต่ละประเภทมากยิ่งขึ้น

โดยในปีนี้บริษัทฯได้ปรับแผนการดำเนินงาน ด้วยการรุกตลาดที่ยังมีช่องว่างเพิ่มมากขึ้น อาทิ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด ที่คาดว่าในปีนี้จะสามารถเข้าทำตลาดได้ครบทุกช่องมาง ,การรุกขายลูกค้าโครงการมากขึ้น โดยเฉพาะต่างจังหวัด ในรูปแบบของการดีลผ่านดีลเลอร์หรือโมเดิร์นเทรดในพื้นที่ และการรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปทำตลาดในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม มาแล้ว แต่ในปีนี้ จะรุกตลาดใน 2 รูปแบบ คือ การส่งสินค้าตรงถึงลูกค้า และการส่งสินค้าผ่านดีลเลอร์ในประเทศเพื่อส่งต่อไปยังลูกค้าอีกต่อหนึ่ง

ทั้งนี้ในปีนี้บริษัทฯจะรุกการทำตลาดในประเทศกัมพูชามากขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับบริษัทฯอสังหาฯรายใหญ่ในกัมพูชาในการทำตลาด รวมไปถึงการรุกตลาดในประเทศเวียดนามด้วย เพราะปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสีถึง 50% ของประเทศไทย และมีงานโปรเจกต์ค่อนข้างมาก

“ในปีนี้จะเน้นทำการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดทั้งในร้านค้าดั้งเดิม ร้านโมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์  รวมถึงจะเน้นการบุกตลาด CLMV อย่างจริงจัง นอกเหนือจาก 3 ประเทศที่ทำการตลาดไปแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ตลอดจนมีการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” นายศราวุฒิ กล่าว


นายศราวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันโรงงานของบริษัทฯยังมีกำลังการผลิตที่เพียงพอ โดยผลิตได้ประมาณ 12,000 ตัน/ปี ซึ่งยังไม่เต็มกำลังการผลิต จากในช่วงปี 2552-2553 ที่ขณะนั้นเน้นลูกค้ากลุ่มระดับกลาง-ล่าง จึงใช้กำลังการผลิตที่สูงสุดถึง 20,000 ตัน/ปี และสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท/ปี  โดยสาเหตุที่ปรับกำลังการผลิตลงเนื่องจากบริษัทฯได้เพิ่มนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น จึงไม่สามารถผลิตสีรูปแบบเดียวกันได้ทั้งหมด และที่ยอดขายลดลงเพราะช่องทางการตลาดทางโมเดิร์นเทรดเปลี่ยนไป มีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้ร้านค้ารายเล็กปรับตัวไม่ทัน ขณะที่ตลาดอสังหาฯเริ่มมีซัพพลายที่ค่อนข้างมากและเริ่มชะลอตัว ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มลดการใช้สีทาอาคารน้อยลงและหันไปใช้วัสดุทดแทนมากขึ้น

“ในปีนี้เราจะใช้เม็ดเงินในการทำตลาดประมาณ 100 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาใช้ไปประมาณ 60-70 ล้านบาท เนื่องจากรูปแบบการตลาดเปลี่ยนไป จากเดิมที่กลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มช่างทาสี ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งก็จะมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ แต่เมื่อช่องทางโมเดิร์นเทรดมีการขยายตัวมากขึ้น ก็ต้องมีการปรับรูปแบบการจัดโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคปัจจุบัน” นายศราวุฒิ กล่าว

นายศราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้ร่วมมือกับ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) นำบรรจุภัณฑ์สีทาอาคารที่ทำจากพลาสติกสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% เต็ม เพื่อช่วยลดปริมาณขยะสะสมในประเทศได้เป็นอย่างดี รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   โดยทางศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ได้ดำเนินการในการจัดเก็บถังสีใช้แล้วจากทางเจพีบี ซึ่งรับต่อมาจากกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมาฯในโครงการหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดฯ ที่เป็นฐานลูกค้าหลักของเจบีพี ก่อนนำมาเข้าระบบทำความสะอาด ต่อด้วยเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อทำเม็ดพลาสติกในการขึ้นรูปถังสีใหม่อีกครั้ง ซึ่งในอนาคตการรับถังสีคืนจะขยายไปสู่ร้านค้า เครือโมเดิร์นเทรด และตัวแทนจำหน่ายของเจบีพีที่เข้าร่วมโครงการต่อไป

อย่างไรก็ตามในปี 2562  ที่ผ่านมา บริษัทฯสามารถทำยอดขายได้กว่า 830  ล้านบาท และในปี2563 นี้คาดว่าจะทำยอดขายได้ 900 ล้านบาท

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง