“นายก สมาคมอาคารชุดไทย” ฟันธงอสังหาฯปี60เจอบทหินไม่ปรับตัวรับยุค4.0อยู่ยาก

ปี2559 ผ่านพ้นไปแบบทุลักทุเล อันเป็นผลจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลให้ทุกภาคอุตสาหกรรมพยายามที่จะประคองธุรกิจของตนเองให้อยู่รอดและไปต่อได้ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯที่ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศ แต่ในปี2560 จะเป็นอีก 1 ปีที่เป็นบททดสอบความแกร่งของผู้ประกอบการอสังหาฯ ซึ่งเป็นยุค “ประเทศไทย4.0”ที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆในการขายสินค้ามากขึ้น หากผู้ประกอบการรายใดไม่มีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ก็คงอยู่ยากมากขึ้น

 

 

แนะรัฐ-เอกชนผนึกกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฟื้น

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือPS และนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่าปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี2559 ที่ผ่านมรามีความชัดเจนเกือบจะทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ หรือการที่อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู)หรือ Brexit รวมไปถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐที่ได้ถูกเคลียร์ไปทั้งหมดในปลายปี2559 คิดว่าหากมีความฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี2560 แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยการกระตุ้นและการขับเคลื่อน เพราะที่ผ่านมาถูกเบรกไปจากปัจจัยภายในและต่างประเทศ

 

ดังนั้นการที่จะให้ขับเคลื่อนอีกครั้งและดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรมกลับมา ต้องอาศัยมาตรการของภาครัฐมาช่วยกระตุ้น โดยภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ล่าสุดเมื่อปลายปี2559 ที่ผ่านมาก็มีการอัดฉีดเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยและช็อปช่วยชาติ  ขณะเดียวกันภาคเอกชนก็ต้องมีบทบาทด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ต้องช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2560 เป็นต้นไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมกลับมา

 

เป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างธุรกิจ

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปี2560 ยังเป็นปีของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพราะ ณ วันนี้ผู้ประกอบการ 13 รายใหญ่ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ มีส่วนแบ่งตลาดถึงประมาณ 57% และปีหน้ายังเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการขนาดใหญ่เช่นพฤกษาฯที่ปรับโครงสร้างไปรุกตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้นจากเดิมที่เน้นตลาดกลาง-ล่างหรือ บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคจำกัด(มหาชน)ขยายไลน์ไปดำเนินธุรกิจโรงแรม นิคมอุตสากรรม ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นบิสซิเนสโมเดลที่มีความยืดหยุ่น  และโครงสร้างธุรกิจของหลายบริษัทก็เปลี่ยนไป มีการร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการกับพันธมิตรในประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันหรือผู้ประกอบการไทยร่วมทุนกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศเพื่อทำให้เกิดความยืดหยุ่นของโครงสร้างธุรกิจ โดยแต่และกลุ่มจะนำจุดแข็งมาเสริมซึ่งกันและกัน

 

“คิดว่าท็อปไฟว์ทุกรายจะมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการสร้างเสถียรภาพให้เกิดความเจริญเติบโตของแต่ละบริษัท  โดยคาดว่าปี2560 ตลาดจะเติบโตประมาณ 5% จากปี2559 ซึ่งเป็นขับเคลื่อนจากซัพพลายใหม่จากการเลื่อนการเปิดตัวโครงการในปลายปี2559 ไปเป็นปี2560 ซึ่งต้องจับตาดูในไตรมาสแรกปี2560”นายประเสริฐ กล่าว

 

อย่างไรก็ตามยังมีผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อื่นๆเข้ามามาร่วมทุนในธุรกิจอสังหาฯกันมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องความชำนาญของแต่ละบิสซิเนสโมเดลถือว่าเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการรายใหญ่ในปี2560 เพื่อให้สร้างเสถียรภาพการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

ภาษีที่ดินฯกดดันแลนด์ลอร์ดตัดขายที่ดิน

 

ปี2560 หนี้ครัวเรือนของตลาดระดับกลาง-ล่าง ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญอยู่ ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที ต้องรอเศรษฐกิจฟื้น ตลาดดังกล่าวจึงจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ในช่วงปี2559ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายใหญ่หันไปพัฒนาสินค้าในระดับราคาสูงมากขึ้น แม้ตลาดจะไม่ใหญ่เท่านะดับกลาง-ล่าง แต่ทุกค่ายก็ต้องปรับตัว แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความระมัดระวังในการลงทุน เพราะตลาดบนไม่ได้พัฒนาได้ง่ายเนื่องจากที่ดินราคาค่อนข้างสูงดังนั้นการลงทุนก็สูงเช่นกัน ซึ่งจะมีเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะคอนโดฯลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ คิดว่าตลาดพรีเมี่ยมยังแข่งกันสูงจากซัพพลายที่เลื่อนการเปิดตัวไปในปี2560 และคิดว่าการฟื้นตัวของตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ จะดีขึ้น เพราะตลาดบ้านเดี่ยวไม่ได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือน  ทำให้โต12%

 

ด้านราคาที่ดินในปี2560 น่าจะทรงตัว อันเนื่องมาจากปัจจัยเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ถึงแม้ว่าจะถูกมองว่ามีการเลื่อนไปประกาศใช้ในปี2561 ก็ตาม แต่ก็ยังเป็นปัจจัยกดดันให้แลนด์ลอร์ดต้องขายที่ดินออกมา รวมไปถึงเรื่องภาษีบุคคลธรรมดา จากการขายอสังหาฯที่ใช้ราคาซื้อขายและราคาประเมินที่สูงกว่า ซึ่งถือว่ายังเป็นปัจจัยที่กดดันให้แลนด์ลอร์ดจำเป็นต้องขายที่ดินออกไปเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ในบางทำเลก็อาจจะมีการปรับราคาขายที่ดินกันขึ้นมาได้บ้าง โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าที่เป็นรูปธรรม

 

ด้านราคาบ้านก็น่าจะมีการปรับตัว แต่เป็นในราคาที่ไม่มากนักประมาณ2-3% ส่วนอัตราดอกเบี้ยในปี2560 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นบ้าง แต่อีกเรื่องที่เป็นปัจจัยคือเรื่องราคาที่ดินที่ปรับราคาขึ้นมาแล้ว ส่วนคอนโดฯก็ไม่น่าจะมีการปรับตัวมาก เพียงแต่มีการเปลี่ยนเซกเมนต์เล่นมากกว่า

ใครไม่ปรับตัวรับ”ประเทศไทย4.0”อยู่ยาก

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี2560  ซัพพลายระดับราคา2-3 ล้านบาท บริเวณรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งตะวันตก จะมีมากขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนตลาด ซูเปอร์ลักชัวรี่ บริเวณทองหล่อ และสุขุมวิทฯตอนต้น ก็ยังมีการแข่งขันสูง ซึ่งพฤกษาฯก็เข้าไปลงทุนพัฒนาคอนโดฯในทำเลทองหล่อด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นแบรนด์ที่มีราคาต่อตารางเมตรที่สูง แต่ไม่จำเป็นต้องไปดันราคาแต่อย่างใด เพราะราคาจะสูงขึ้นโดยภาวะตลาดในทำเลดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการพัฒนาอุตสากรรมให้ก้าวไปในอีกระดับหนึ่งคือไปสู่เวอร์ชั่น4.0 ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เป็น“ประเทศไทย 4.0” ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม   โดยรูปแบบโครงการที่อยู่อาศัยจะเน้นการใช้ดีไซน์เนอร์ การออกแบบการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพรวมไปถึงฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยชุมชน  แต่ละโครงการต้องมีคอนเซ็ปต์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯไปสู่ยุค4.0 จะมีการใช้เทคโนโลยีที่มากขึ้น บริษัทระดับกลางก็ต้องมีการบริหารจัดการที่มากขึ้นเช่นกัน ตลาดบนก็จะมีการนำเข้าเทคโนโลยีและนำโนฮาวด์ใหม่ๆจากต่างประเทศมากขึ้น เพื่อพัฒนาสินค้าให้สอดรับกับตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ ให้เป็นมาตรฐานระดับสากล มีการนำเข้าเทคโนโลยีมากขึ้น หากผู้ประกอบการไม่มีการปรับตัวก็ไม่สามารถอยู่ในตลาดได้

 

หวั่นปัจจัยลบด้านดอกเบี้ยฉุดกำลังซื้อ

 

สำหรับปัจจัยเสี่ยงในปี2560 ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือหากมีการปรับอัตราดอกเบี้ย จะทำให้เกิดภาวะการชะงักงัน ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกประเทศ เพราะทั้งหนี้ครัวเรือและหนี้ของภาคธุรกิจค่อนข้างมาก ทำให้ซัพพลายด้านต้นทุน โดยเฉพาะด้านดีมานด์ การปรับอัตราดอกเบี้ยที่ 1% จะทำให้ดีมานด์ลดลง 8% ซึ่งคือสิ่งที่เกิดความกังวลมากที่สุด ส่วนหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงอยู่ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการขับเคลื่อนให้เกิดการฟื้นตัวในตลาดระดับกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นฐานตลาดที่ใหญ่ เพราะการปลดหนี้ต้องใช้ระยะเวลา และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องออกมาช่วยขับเคลื่อน

 

ด้านปัจจัยบวกคือระบบรางคู่  ,รถไฟฟ้า 10 สาย และราคาพืชผลเกษตรเพื่อให้ภูมิภาคฟื้นตัวตาม ซึ่งสุดท้ายแล้วภาครัฐคงต้องมีบทบาทในการเข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่นให้เกิดกับประกอบการและผู้บริโภค เพื่อให้เกิดโมเมนตั้มขับเคลื่อนต่อไปในปี2560  ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ต้องเข้ามามีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนด้วยเช่นกัน

 

“ในช่วงปี2559 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงโฉมผู้ประกอบการขนาดใหญ่ มีกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นข้ามมาพัฒนาอสังหาฯมากขึ้น เรียกว่าสายพันธุ์ของผู้ประกอบการเปลี่ยนไปและปี2560ก็ยังขับเคลื่อนต่อเป็นเปลี่ยนDNA มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ”นายประเสริฐ กล่าว

 

ภาพรวมตลาดอสังหาฯปี59ติดลบ5%

 

นายประเสริฐ กล่าวต่อถึงตัวเลขยอดขาย 9 เดือนแรกในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล  ปี 2559 ที่ผ่านมาว่ามียอดขายอยู่ที่ 265,777 ล้านบาท  เทียบปี 2558มีอัตราการเติบโต 4% (ก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคม 2559) ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการภาครัฐที่ออกมาช่วยกระตุ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปี2559ที่ประมาณการว่า จะมีการเปิดตัวโครงการค่อนข้างมาก  และตลาดบวก0-5% อยู่ที่ 335,000-336,000 ล้านบาท แต่จากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ตลาดปี2559 ทรงตัวหรือติดลบ 5% หรือประมาณ 330,000-350,000 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวจะเป็นคอนโดฯประมาณ 48% หรือมูลค่า 166,000  ล้านบาท ติดลบ9%

 

“ในปี2558 ที่ผ่านมาบ้านเดี่ยวไม่ค่อยมีอัตราการเติบโต แต่มาปี2559มีซัพพลายบ้านเดี่ยวในการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นจำนวนมาก โดยบ้านราคาสูงกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป จะมีอัตราการเติบโตค่อนข้างมาก ส่วนทาวน์เฮาส์ที่ติดลบ เพราะส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-ล่าง และลูกค้าส่วนใหญ่ติดปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน”นายประเสริฐ กล่าว พร้อมกับให้ความเห็นในตอนท้ายว่าปัจจัยลบในไตรมาส4/2559 ได้ส่งผลให้ตลาดคอนโดฯ ชะลอตัวมียอดขายเพียง 37,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี2558 ที่มียอดขาย 46,000 ล้านบาท และเทียบกับไตรมาส3/2559 มียอดขายที่ 40,300 กว่าล้านบาท ทำให้ตัวเลขคอนโดฯโดยรวมปี2559ติดลบ 9% หรือมียอดขาย 166,000 ล้านบาทจากในช่วง 9 เดือนติดลบ 6% ,ตลาดทาวน์เฮาส์ 67,000 ล้านบาท ติดลบ 7% ,ตลาดบ้านเดี่ยว 86,000 ล้านบาท บวก12% (จากตัวเลขทั้งปี 333,000-350,000 ล้านบาท),บ้านแฝด 15,000 ล้านบาท บวก 11% และอาคารพาณิชย์ อีกประมาณ 10,000 ล้านบาท

 

แต่ถ้าตัวเลขทั้งอุตสาหกรรม คือกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและต่างจังหวัด รวมแล้วประมาณ 500,000 ล้านบาท คิดว่าภาพรวมปี2559จะทรงตัวหรือติดลบ5%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง