ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ส่อวุ่น ! ไม่เลิก นักกฎหมาย-อสังหาฯ(ยัง) ‘งง’ การตีความ

สศค.ยืนยันวันที่ 31 ส.ค.2563  จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแน่นอนย้ำไม่ได้ “ยกเลิก” ตามที่มีข่าวลือ ขณะที่นักกฎหมาย “กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์” กังวลความวุ่นวายใหม่ เกี่ยวกับที่ดินประเภท นส.3 กับนส.3 ก หลัง “คลัง” ตีความไม่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นมูลค่าไม่เกิน  50 ล้านบาท แม้จะเป็นที่ดินที่ทำเกษตร ด้วยเพราะจะได้รับยกเว้นต้องเป็น โฉนด เท่านั้น ขณะที่เอกชน “อสังหาฯ” เตรียมทำหนังสือถึงคลังให้ทบทวนใหม่

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและสมาคมการค้าเครือข่าย ได้จัดงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “ไขข้อข้องใจภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” โดยวิทยากรที่ร่วมทั้งจากตัวแทนภาครัฐและเอกชนประกอบด้วย นายชุมพล สุวรรณกิจบริหาร เลขานุการกรม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) (ที่ 2 ขวามือ), นางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีกรมธนารักษ์(ที่ 1 ซ้ายมือ) , นายสันติธร ยิ้มละมัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(ที่ 2 ซ้ายมือ)และนายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ที่ปรึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (นั่งกลาง) ผู้ดำเนินรายการ โดยนายอธิป พีชานนท์ (ที่ 1 ขวามือ)ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบ และก่อสร้าง  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายชุมพล สุวรรณกิจบริหาร เลขานุการกรม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็ม 100 % แล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า ภาระภาษีเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่ากระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ขยายระยะเวลาการจัดเก็บออกไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2563  (จากเดิมพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2562 เริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 โดยให้ผู้ถือครองที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง ชำระภาษีภายในเดือน เมษายน 2563 ของทุกปี แต่ถูกกระทรวงมหาดไทยขยายระยะเวลาการจัดเก็บออกไปเป็นภายในเดือนสิงหาคม  2563) ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้มีเวลาเตรียมตัวในการจัดเก็บมากขึ้น ไม่ใช่ “ยกเลิก” ตามที่มีข่าวลือเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้า ส่วนกฎหมายลูกที่เหลือ 2 ฉบับนั้นได้ดำเนินการเสร็จแล้วรอเพียงประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น ซึ่งกฎหมายลูกอื่นๆก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดแล้วเช่นกัน

สำหรับหลักการในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ต้องจัดเก็บตาม “มูลค่าของทรัพย์สิน”  และใช้ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็นฐานในการคิด ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ส่วนผู้ที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายกำหนดให้ “เจ้าของ” เท่านั้นเป็นผู้เสียภาษี ในกรณีที่ที่ดินมีเจ้าของหลายคน ก็จะยึดชื่อแรกของโฉนดที่ดินเป็นผู้เสียภาษี และกฎหมายนี้ยังรวมถึงผู้ครอบครองไปยังที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาตผู้ใช้ประโยชน์บนที่ดินรัฐจะต้องเป็นผู้เสียภาษี

นายชุมพล กล่าวด้วยว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นในกรณีที่ที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็จะต้องเสียภาษีรกร้างว่างเปล่า ซึ่งอาจมีคนเอาที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาทำการเกษตรเพื่อเลี่ยงภาษี กรณีนี้ก็จะมีกฎหมายลูกกำหนดว่าใครทำการเกษตรเท่าไหร่ก็เสียภาษีเท่านั้น และจะมีการกำหนดการทำการเกษตรขั้นต่ำด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว และหลักการทำประโยชน์ที่ดินก็จะไม่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง

** อ่านรายละเอียด สาระสำคัญ พ.ร.บ ภาษีที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง

ด้านนางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดินด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ (www.treasury.go.th) สำหรับรอบการตรวจสอบราคาประเมินนั้นยังคงใช้รอบบัญชีปี 2559-62 ไปก่อน ส่วนราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ปี  2563 จะประกาศใช้ในปี 2564

นายสันติธร ยิ้มละมัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ได้เร่งเตรียมความพร้อมด้วยการจัดเวิร์คช็อปให้ความรู้เจ้าหน้าที่ในทุกจังหวัด รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ด้วยการเจรจากับธนาคารกรุงไทย เพื่อเพิ่มช่องทางในการชำระเงินด้วยเช่นกัน

หวั่นการตีความสร้างปมวุ่นใหม่

ขณะที่ นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ที่ปรึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ตั้งข้อสังเกตุในฐานะนักกฎหมายว่า กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกยังมีหลายประเด็นที่น่าห่วง เพราะกฎหมายยังไม่มีความชัดเจนในการตีความ ซึ่งจะส่งกระทบต่อผู้ครองครองที่ดิน  อาทิ การตีความเกี่ยวกับบริการแบบโฮมสเตย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านที่เปิดบริการแยกห้องให้เข้ามาพักสัปดาห์ละ 2-3 วัน เรื่องนี้จะนิยามหรือให้คำจำกัดความอย่างไร ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเปิดให้บริการห้องพักจะมีการตีความอย่างไร เพราะมีจุดที่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน หากตีความเป็นโรงแรม

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนคนส่วนใหญ่ที่ทำการเกษตร โดยเฉพาะการตีความเกี่ยวกับที่ดินประเภท นส.3 กับนส.3 ก รวมไปถึงที่ดินสปก.4-01 ที่ทางกระทรวงการคลังตีความว่าจะไม่ได้รับการยกเว้นมูลค่าไม่เกิน  50 ล้านบาท ตามกลุ่มเข้าข่ายที่ดินเกษตร เพราะการที่จะได้รับการยกเว้นมูลค่าไม่เกิน  50 ล้านบาทนั้นที่ดินที่ถือครองจะต้องมีโฉนดเท่านั้น ส่งผลทำให้ที่ดินจำนวนมากในประเทศไทยที่ถือครองโดยประชาชนคนธรรมดา และเป็นที่ดินประเภท นส.3 กับนส.3 ก อาจะต้องเข้าข่ายเสียภาษีในอัตรา 0.01%

“ผมเป็นนักกฎหมายแท้ๆยังงงกับการตีความของกระทรวงการคลังเลย แนะนำว่าให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยยื่นฟ้องต่อศาลให้ตีความในตัวบทกฎหมาย”  นายกิติพงศ์ กล่าว พร้อมกับระบุว่า ในทางนักกฎหมายที่ตีความจากตัวบทกฎหมายการถือครองที่ดิน ไม่เพียงเฉพาะเป็นการออกโฉนดแต่ควรรวมไปถึงผู้ได้ครอบครองที่ดินก็ถือสิทธิ์เป็นเจ้าของด้วยเช่นกัน

ด้านนายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบ และก่อสร้าง  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  กล่าวให้ความเห็นตรงกันในประเด็นการตีความที่ดินที่ถือครองระหว่างโฉนด กับที่ดินที่ดินประเภท นส.3 กับนส.3 ก ซึ่งทั้ง  3 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย รวมถึง หอการค้าไทย จะยื่นหนังสือถึงรัฐบาล และกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการพิจารณาตีความ ซึ่งน่าจมีการทบทวนการตีความใหม่เพราะส่งผลกระทบในวงกว้างกับประชาชน และเชื่อว่ายังมีผู้ที่ยังไม่มีความรู้อีกมาก

เพิ่มภาระโครงสร้างต้นทุนอสังหาฯ

ส่วนดร.อาภา  อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด(มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวให้ความเห็นว่า การประกาศใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ระทบต่อโครงสร้างต้นทุนทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต้องกลับมาคำนวณโครงสร้างต้นทุนใหม่ เกือบทุกโครงการมี “สต็อกเหลือขายติดมือ” เพราะขายไม่หมด100% โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ดังนั้น สต็อกที่ติดมือต้องนำไปปรับการตำนวณต้นทุน ในรอบบัญชีใหม่ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และปัจจัยลบอื่นๆรุมเร้ามากมาย ผู้ประกอบการที่อาจจะยังไม่มีความพร้อม ทั้งในด้านของความรู้ และการบริหารจัดการต้นทุน ต้องมีความยากลำบากในการจัดการสต็อก

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ นายวสันต์  เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)  และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ที่ระบุว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาระต้นทุนที่เพิ่มเข้ามาทำให้นักพัฒนาอสังหาฯ จะต้องบริการจัดการสต็อก ทั้งสต็อกเก่า และโครงการใหม่ ซึ่งจะต้องขายให้หมดภายใน 3 ปี เพื่อลดภาระต้นทุนการเสียภาษี

นอกจากนี้ การเสียภาษีตามกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อาจส่งผลกระทบเพิ่มความเหลื่อมล้ำในการเสียภาษี จากเกณฑ์การจัดเก็บตาม “มูลค่า” จากที่ดินและสิ่งปลุกสร้างเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการคำนึงถึงอัตรา “รายได้” ของผู้ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งจะมีความแตกต่างจากในต่างประเทศที่ได้นำเอาเรื่องเรื่อง “รายได้” มาใช้พิจารณาควบคู่กันกับ “มูลค่า”

พร้อมกันนี้  นายวสันต์  ยังได้ให้ความเห็นว่า ในพื้นที่ที่อยู่ติดกันหรือในถนนเส้นเดียวกันมูลค่าหรือราคาประเมินเท่ากัน แต่ขนาดของธุรกิจที่ทำต่างกัน แต่ต้องมาเสียภาษีในอัตราเท่ากัน ผลที่ตามมาอาจทำให้ธุรกิจรายเล็กจะต้องออกไปจากตลาด รวมไปถึงผู้ที่มีบ้านพร้อมที่ดินที่อยู่ใจกลางเมือง ที่มีมูลค่าประเมินเท่ากับตึกใหญ่ใจกลางเมือง แต่รายได้ของผู้ครอบครองยังน้อยกว่า จึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง