เศรษฐกิจซบแต่ทำไมตลาดเช่าที่อยู่อาศัยยังโต?

เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่เป็นใจให้การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มีบรรยากาศคึกคักเท่าที่เคยเป็นมา ในขณะที่ความจำเป็นในการอยู่อาศัยก็ยังคงมีต่อไป “การเช่า” จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจดึงดูดดีมานด์ของผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ การเติบโตของตลาดเช่าที่ยังคงไปได้ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ส่วนหนึ่งมาจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดเช่าเติบโต เพราะการเช่านั้นมีความยืดหยุ่นสูงในการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยใหม่โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนงานบ่อย การเปลี่ยนที่อยู่อาศัยไปตามสถานที่ทำงานจึงมีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ทดลองเช่าอยู่ก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าที่อยู่อาศัยที่นั้นๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แม้ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์จะซบเซาแต่ตลาดเช่ายังคงเติบโตให้ผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่ายังสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าโดยเฉพาะในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้แล้ว ผลตอบแทนการปล่อยเช่าเมื่อเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยที่จะได้รับจากการฝากเงิน ยิ่งมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

สำหรับผลตอบแทนการปล่อยเช่าในเขตกรุงเทพมหานครนั้น หากแบ่งออกตามทำเลพบว่าพื้นที่กรุงเทพชั้นในมีผลตอบแทนการปล่อยเช่าเฉลี่ย 4% กรุงเทพชั้นกลาง 3.3% และกรุงเทพชั้นนอก 4.1% หากพิจารณาลงลึกในแต่ละพื้นที่จะพบว่า บางโซนสามารถสร้างผลตอบแทนค่าเช่าได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพชั้นใน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จและยังคงมีการขายอยู่ 68 โครงการ ครอบคลุมบริเวณ เพลินจิต-ชิดลม สีลม-สาทร และสุขุมวิท เป็นทำเลที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ราคาที่ดินในบริเวณดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 10% ต่อปี ผลักดันให้ราคาของคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นตาม นอกจากนี้คอนโดมิเนียมบริเวณดังกล่าว ยังสามารถปล่อยเช่าในกลุ่มลูกค้าคนทำงานและชาวต่างชาติได้ดี มีอัตราค่าเช่าราว 20,000-35,000 บาทต่อเดือน โดยคอนโดมิเนียมในทำเลดังกล่าวเช่น โครงการ ไนท์บริดจ์ ไพรม์ สาทร โครงการไลฟ์ วัน ไวร์เลส

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง เป็นอีกทำเลที่น่าสนใจ ครอบคลุมพื้นที่ พระราม 3 พญาไท อนุเสาวรีย์ สะพานควาย จตุจักร ลาดพร้าว และรัชดา เป็นทำเลที่เริ่มมีความโดดเด่น เพราะไม่ไกลจากศูนย์กลางธุรกิจอีกทั้งบางทำเลยังเป็น New CBD ทำเลนี้มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จจำนวน 60 โครงการ เป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างชัดเจน ทั้งเดินทางสะดวก ร้านอาหาร รวมถึงแหล่งออฟฟิศ โดยพื้นที่กรุงเทพชั้นกลางมีผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.3% ซึ่งโครงการที่มีผลตอบแทนสูงเป็นโครงการที่ตั้งใกล้รถไฟฟ้ารัศมีไม่เกิน 500 เมตร  ทั้งนี้โครงการที่สร้างเสร็จอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 45% อยู่บริเวณลาดพร้าว-โชคชัย 4 และรัชดา-พระราม 9 โดยมีอัตราค่าเช่า 13,000-20,000 บาทต่อเดือน เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ส่งผลให้บริเวณลาดพร้าวมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า เฉลี่ยอยู่ที่ 2.7% ด้านรัชดา-พระราม 9 พบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ทั้งอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าและที่พักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติ มีผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า เฉลี่ยที่ 4.5%  โดยคอนโดมิเนียมในทำเลดังกล่าวเช่น โครงการเดอะไลน์ พหล-ประดิพัทธ์ โครงการไลฟ์ อโศก พระราม 9 โครงการเดอะ เบส การ์เดน พระราม9

ขณะที่พื้นที่กรุงเทพชั้นนอกหรือเขตชานเมือง ก็ให้ผลตอบแทนปล่อยเช่าได้อย่างน่าประทับใจ เพราะสูงถึง 4.1% มากกว่าค่าเฉลี่ยของโซนชั้นใน และชั้นกลาง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพื้นที่ชั้นนอก เป็นบริเวณที่มีอุปทานสร้างเสร็จสะสมมากที่สุดราว 70% มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จจำนวน 127 โครงการ และราคาต่อตารางเมตรก็ต่ำกว่าโซนอื่นๆ จึงสามารถสร้างผลตอบจากการปล่อยเช่าเฉลี่ย 4.1% อุปทานส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 75,000 บาทต่อตารางเมตร และเมื่อเปรียบเทียบคอนโดมิเนียมบริเวณกรุงเทพรอบนอกที่อยู่ในระยะ 400-500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้ากับคอนโดมิเนียมในเมือง พบว่ามีราคาถูกกว่าคอนโดในเมือง 30-40% ทำให้ผลตอบแทนจากค่าเช่าค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบกับพื้นที่อื่นๆ อัตราค่าเช่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 7,000-8,500 บาท ซึ่งคอนโดมิเนียมในทำเลดังกล่าวเช่น โครงการเดอะ เบส เพชรเกษม  โครงการเดอะ เบส แจ้งวัฒนะ

สำหรับเทคนิคการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่านั้น หากเป็นการลงทุนในโครงการคุณภาพ อยู่ในทำเลศักยภาพที่มีดีมานด์การอยู่อาศัย ย่อมมีความต้องการเช่าสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีและคุ้มค่า ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ห้องพักอาศัยที่จะนำมาปล่อยเช่าต้องมีสภาพดีและตกแต่งพร้อมอยู่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของผู้เช่าครบครัน ซึ่งนอกจากสภาพของห้องพักแล้ว หากตัวโครงการได้รับการดูแลอย่างดีให้มีสภาพดี สวยงามน่าอยู่ โดยรอบทั้งพื้นที่ส่วนกลางและบริเวณโครงการ ก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับเจ้าของสามารถตั้งราคาค่าเช่าที่สูงขึ้นได้ และอีกสิ่งสำคัญนั่นคือจะต้องเป็นโครงการที่สร้างความอุ่นใจด้านความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากโครงการไหนที่ได้รับการบริหารจัดการที่ดีก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนได้สูงกว่าโครงการอื่นๆ ในทำเลเดียวกันได้อย่างคาดไม่ถึง

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง