อสังหาฯชงรัฐออก 5 มาตรการชุบชีวิตธุรกิจ-หนุนคนซื้อบ้านปี’63

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูงมาก หดตัว (ติดลบ) แรง 5.3% ตามการส่งออกและบริการเป็นหลัก และการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ดูเหมือนว่า (อาจ) ยืดเยื้อได้ทุบมู้ดการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ไปไม่น้อยและดูทีท่าจะทวีความรุนแรงขึ้น ด้วยเพราะยอดผู้ที่ติดเชื่อไวรัส โควิด-19 ในประเทศเพิ่มสูงขึ้นตลอด ณ วันที่ 30 มีนาคม 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 แจ้งพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 136 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,524 ราย มีผู้เสียชีวิตสะสม 9 ราย

prop2morrow  สำรวจความเห็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่ต่างเห็นไปในทิศทางเดียวกันผู้บริโภคค่อยๆ หายหรือเข้าไปที่สำนักงานขายน้อยลงๆ ชัดเจนก็ปลายๆ เดือนกุมภาพันธ์ พอถึงเดือนมีนาคมยอดคนเดินเข้าแทบจะไม่เห็นเลย ส่วนในเดือนเมษายนนี้ไม่ต้องพูดถึง เพราะปกติก็มีน้อยอยู่แล้ว พร้อมกับคาดหวังว่า หากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จบได้ในเดือนเมษายน ก็จะช่วยสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ พลิกฟื้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมกับคาดหวังรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจ โดย  “เพอร์เฟค ศุภาลัย- ธารารมณ์ ” ชงรัฐขยายเวลามาตรการโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” ออกไปถึงสิ้นปี, เปิดโอกาสบ้านคอนโดฯ ทุกระดับราคาได้สิทธิ์ลดหย่อนค่าโอนและจดจำนองเหลือ เหลือ 0.01%, ยกเลิก LTV , นำเงินต้นซื้อบ้านหักลดหย่อนภาษีเงินได้ และเปิดให้ต่างชาติเข้ามาพำนักในประเทศไทยได้นานขึ้น ขณะที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเห็นพ้องเอกชนเสนอรัฐออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยภาคธุรกิจอสังหาฯลดภาระผู้บริโภคหลังประเมินภาพรวมธุรกิจ(อาจ)ติดลบกว่า 10 %นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF กล่าวยอมรับว่า ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระดับมหภาคมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ยอดขายที่อยู่อาศยทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมยังดีอยู่แต่สถานการณ์การขาย ผู้บริโภคเข้าชมโครงการและสำนักงานขายเริ่มลดลงชัดๆ ในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งทำให้ภาพรวมผลประกอบการด้านยอดขายไตรมาส 1/2563 อาจออกมาไม่ดีนัก

“ยังคาดเดาไม่ได้ว่าตลอดทั้งปีจะเป็นอย่างไร แต่ส่วนตัวผมยังมองน่าจะยังพอไปได้ ยังมีปัจจัยหนุนซี่งนอกจากดอกเบี้ยจะต่ำแล้วยังมาตรการลดภาระให้แก่ประชาชน ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ที่สิ้นสุดในสินปีนี้น่าจะกระตุ้นตลาดได้บ้าง” นายวงศกรณ์ กล่าวให้ความเห็น

ทั้งนี้ อสังหาฯ เป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่มูลค่าเป็นแสนๆ ล้านบาท มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมากมาย ทั้งภาคแรงงานและภาคการผลิตอื่นๆ ส่วนตัวเสนอแนะให้รัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐออกมาตรการมากระตุ้น ดังนี้

  • พิจารณาขยายมาตรการโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” เพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาทต่อราย ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคมนี้ออกไปจนถึงสิ้นปี 2563 (อนึ่ง: จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ณ วันที่ 25 มี.ค.63 มีผู้ลงทะเบียน 115,875 ราย  ผ่านเกณฑ์รอบแรก 64,232 ราย (รายได้ไม่เกิน 1.2 ลบ.ดูจากภาษีปี 61 ที่ยื่นปี 62) ได้รับเงินโอน 50,000 บาทให้แล้ว 13,383 ราย (กู้ แบงก์อนุมัติ จดจำนองแล้ว))
  • เปิดโอกาสการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด (บ้าน, คอนโดฯ)ใน “ทุกระดับราคา” โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรกหรือหลังที่สองหรือหลังที่สามได้สิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนเหลือ 0.01% จากเดิม 2% และลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% จากเดิม 1% จากเดิมมาตรการดังกล่าวได้สิทธิ์เฉพาะการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย ซึ่งมาตรการนี้เริ่มตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2562 ต่อเนื่องถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563
  • พิจารณาออกมาตรการให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยสามารถ“นำเงินต้น” ที่ซื้อบ้านได้หักค่าลดหย่อนภาษีเงินได้ 3 ปีๆละ100,000 บาท
  • ประกาศยกเลิกมาตรการ LTV (Loan to Value Ratio : LTV) เป็นต้น

พร้อมกันนี้นายวงศกรณ์ ยังกล่าวด้วยว่า ภายใต้สถานการณ์ที่เผชิญปัจจัยลบรุมเร้าและแบงก์ชาติเองก็ยังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบถึงกว่า 5% อยากให้รัฐบาลหามาตรการหรือหาแนวทางมากระตุ้นให้คนรวยนำเงินออกมาใช้จ่าย มาลงทุน คือ พูดง่ายๆทำอะไรก็ได้เพื่อดึงเงินที่อยู่ในกระเป๋าของคนรวยออกมาให้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ ช่วยสร้างบรรยากาศ ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และไม่อยากให้มองว่ามาตรการที่ออกมาเป็นการอุ้มคนรวย เพราะปัจจุบันปัญหาใหญ่ๆ ที่เผชิญนั้นมีมากมายเหลือเกิน

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่บอกว่า หากรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐจะใช้ฟื้นเศรษฐกิจในประเทศผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการออกมาตรการต่างๆ มาเพื่อลดการแบ่งเบาภาระผู้ซื้ออสังหาที่ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง และการขยายฐานตลาดกลุ่มผู้ซื้อให้กว้างขึ้น  รวมถึงการยกเลิกเกณฑ์ใหม่ LTV ไป อย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราวก่อนก็จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีได้

“ผมมองว่าการต่ออายุมาตรการ หรือการยกเลิกมาตรการอะไรที่มันจะช่วยปลดล็อกให้ทุกอย่างมันเดินไปได้ในยามที่เกิดวิกฤติเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายครับ” นายไตรเตชะ กล่าวให้ความเห็น

ด้านนายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด(มหาชน) และนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวให้ความเห็นว่า ปีนี้เป็นปีที่หนักมากสำหรับธุรกิจอสังหาฯ เผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ซึ่งภาวะการณ์นี้อาจจะต่อเนื่องไปถึงปีหน้า หากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่จบเร็ว แต่หากจบเร็วๆ นี้ในเดือนเมษายน หรือ มิถุนายน ทุกอย่างก็จะเข้าสู่สภาวะปกติได้ในช่วงครึ่งหลังของปี การขายที่อยู่อาศัยของบริษัทอสังหาฯ ก็น่าจะอัดโปรโมชั่นกันแบบต่อเนื่องเพื่อที่จะลด inventory และหากมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกมาเพิ่มเติมก็จะช่วยได้มากขึ้น

ทั้งนี้เห็นด้วยกับที่ว่า การจะออกมาตรการใดๆ มาต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเก็งกำไรหรือภาวะฟองสบู่ การเน้นช่วยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยนโยบายบ้านหลังแรกผมว่าคงมีการสานต่อ แต่ท้ายที่สุดในสถาการณ์ที่วิกฤติลามไปทั่วเช่นนี้ การออกนโยบายอื่นๆ มาควบคู่ก็ควรมีด้วยเช่นกันนโยบายที่ออกมา เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอน และการจดจำนอง อาจจะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีเข้ารัฐ แต่ในทางตรงกันข้ามหากทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ เกิดการซื้อขาย เกิดการใช้จ่าย เกิดการลงทุน มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบที่มากขึ้น ท้ายที่สุดแล้วประเทศชาติก็ได้ประโยชน์อยู่ดี

“ผมมองว่า เศรษฐกิจกระตุ้นอสังหาฯในขณะเดียวกันอสังหาฯ ก็เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยเช่นกัน อะไรที่เป็นกับดัก หรือเป็นอุปสรรคก็ควรจะยกเลิก และที่ผ่านมาผู้ประกอบการอสังหาฯ เองก็พูดมาตลอดให้ยกเลิกเกณฑ์ใหม่ LTV ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เพราะแบงก์เองเค้าก็มีระบบการคัดกรองลูกค้าที่เข้มงวดอยู่แล้ว” นายวสันต์ กล่าว พร้อมกันนี้เขายังกล่าวให้ความเห็นอีกว่า หากปัญหาเรื่องโควิด-19 ดีขึ้น สามสมาคมอสังหาฯ ก็คงมีการพูดคุยกันหรือประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นรวมทั้งหารือกับรัฐบาล ถึงแพคเกจมาตรการที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจและภาคธุรกิจต่างๆ

ในภาคธุรกิจอสังหาฯ เองหากจะออกมาตรการมานั้นสามารถทำได้หลากหลาย นอกจากลดค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง การยกเลิก LTV ยังสามารถออกมาตรการอื่นๆ พร้อมกันได้ นั่นคือ การขยายเวลาหรือการออกวีซ่าให้ชาวต่างชาติสามารถพำนักในไทยได้นานขึ้น (โดยอาจมีเงื่อนไขกำกับด้วยก็ได้) ซึ่งวิธีนี้ก็จจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้ต่างชาติซื้อคอนโดฯ ในไทยเป็นบ้านหลังที่สองมากขึ้นก็ได้

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า คงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะออกมาตรการอะไรมาบ้างเพื่อกระตุ้นภาคธุรกิจเรียลเซกเตอร์ต่างๆ ส่วนตัวเห็นด้วยหากจะมีมาตรการมากระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯ รวมถึงการปลดล็อกมาตการ LTV ปลดทุกวงเงิน ก็จะช่วยให้บรรยากาศต่างดีขึ้น การติดลบของภาคอสังหาฯ ในปี 2563 ก็จะลดลง แต่ก็ยังติดลบอยู่

เดิมเมื่อช่วงต้นปี 2563 ทางศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ คาดว่าตลาดโดยรวมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลน่าจะทรงตัวหรือเป็นบวกนิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบเชิงลบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทางศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ประเมินว่าตลาดอสังหาฯ ปริมณฑล ในปี 2563 น่าจะติดลบกว่า 10% โดยหน่วยโอนกรรมสิทธิ์น่าจะอยู่ที่ 171,000 หน่วย จากปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 198,000 หน่วย โดยคอนโดมิเนียมติดลบมากสุดเมื่อเทียบกับตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ  จากปี 2562 ที่มีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมอยู่ที่ 98,000 หน่วย ลดลงเหลือจำนวน 89,000 หน่วย ขณะที่ที่อยู่อาศัยแนวราบน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนคือ 99,000 หน่วย หรือหากเพิ่มก็ไม่มาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติเหมือนกับตลาดคอนโดมิเนียม ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ ขยายและหันมารุกที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง