โควิด-19 ฉุดยอดจองรร.ปี’63ลดฮวบกว่า 80%

ธุรกิจโรงแรมถือว่าเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ โควิด-19  ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีนในช่วงที่ผ่านมา และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งจากภาวะซบเซาของภาคธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดหายจากการวิกฤตการณ์โรคระบาดดังกล่าว ทำให้ความต้องการเข้าใช้ห้องพักโรงแรมในประเทศไทยลดลงเป็นอย่างมาก และยังมีผลกระทบต่อรายได้จากการให้บริการสถานที่สำหรับงานเลี้ยงและงานประชุมต่างๆ เนื่องจากวิกฤตการณ์โรคระบาดดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการเลื่อนการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรมในช่วงนี้
นายภัทรชัย ทวีวงศ์
ยอดจองห้องพักลดฮวบกว่า 80%
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการวิจัยของแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯ คาดการณ์ว่าผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน 2563 โดยจะส่งผลให้ยอดจองห้องพักรวมถึงรายได้จากค่าห้องพักหายไปมากกว่า 80%  โดยผลกระทบดังกล่าวจะค่อนข้างส่งผลกระทบค่อนข้างสูงต่อธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่เนื่องจากมีต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่ค่อนข้างสูง โดยแนะนำว่า ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมควรเน้นบริหารจัดการการลดต้นทุนให้น้อยที่สุดในช่วงนี้ เพื่อที่จะประคับประคองให้ธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้ ซึ่งหากผู้ประกอบการรายได้ไม่สามารถปรับตัวรับได้ทันถ่วงทีอาจจะส่งผลให้ต้องปิดกิจการลง

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำแนกรายเดือน ณ เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2563

 

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย/กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
หมายเหตุ: F = ประมานการณ์

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในปี 2562  ต่ำกว่าการความคาดการณ์ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเล็กน้อยที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 40.14 ล้านคน ซึ่งจากตัวเลขพบว่า ในปี2562 มีนักท่องเที่ยวชาวชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ  39.80 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 3.97% เมื่อเปรียบเทียบกับในปีก่อนหน้า และสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 2.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากในปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

คาดปี63รายได้จากนักท่องเที่ยวหด6แสนล้านบาท

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2563 คาดว่ายังคงเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทายและยากลำบากเป็นอย่างมากสำหรับภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย เนื่องจากปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะ สถานการณ์ไวรัสโควิด-19  ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีนในช่วงที่ผ่านมา และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มการเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปี 2562 เป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ปัจจัยลบต่างๆ ที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามากระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในปี 2563 เช่น การแข็งค่าของเงินบาท ข้อจำกัดเรื่องการรองรับของสนามบินหลักของไทย โดยแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯคาดการณ์ว่า ในปี 2563 ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ราว 1.40 ล้านล้านบาท ลดลงประมาณ 6 แสนล้านบาทหรือคิดเป็น 30.7% จากในปีก่อนหน้า  และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 28 ล้านคนเท่านั้น

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำแนกรายเดือน ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่ประมาณ 2,424,148 ล้านคน ปรับลดลงมากถึงประมาณ 40.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดหนักท่องเที่ยวหนักของประเทศไทย ปรับลดลงมากถึง 84.3% ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพียงแค่ 170,840 คนเท่านั้น ซึ่งแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯ คาดการณ์ว่า ในปี 2563 หากสถานการณ์ไวรัส Covid 19  ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีนในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หรือประชากรจากประเทศจีนชะลอเดินทางออกนอกประเทศในปี 2563 นี้ ซึ่งจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุดในปี 2562 ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ  11 ล้านคน สร้างรายได้ 5.5 แสนล้านบาท คาดการณ์ว่า จะส่งผลให้ประเทศไทยจจะสูญเสียรายได้ในส่วนนี้ไปมากกว่า 3 แสนล้านบาท

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ถือว่ายังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่าย ประกอบกับค่าเงินบาทที่ค่อนข้างแข็งค่าที่สุดในภูมิภาคนี้ ทำให้เงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเคยแลกมาใช้จ่ายในไทยในมูลค่าเท่าเดิม แต่ในปีนี้จากบาทแข็งค่าส่งผลให้แลกเงินบาทได้ลดลงทันที 10-20% การมาเที่ยวในประเทศไทยจึงแพงขึ้นในสายตาต่างชาติ ขณะที่ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยเติบโตราว 1% ซึ่งคนเลือกเที่ยวเมืองรองมากขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3% จากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ชิม ช้อป ใช้และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย

อัตราการเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมในประเทศไทยจำแนกรายเดือน ณ กุมภาพันธ์ ปี 2563

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย/กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เฉลี่ยทั่วประเทศปี 2562 ที่อยู่ที่ประมาณ 71.1% ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยจากในปี 2561 ที่อยู่ที่ประมาณ  71.4% ซึ่งสำหรับราคาห้องพักเฉลี่ยทั่วประเทศปี 2562 ยังคงใกล้เคียงกับในปี 2561 ที่ผ่านมาที่อยู่ที่ประมาณ  อยู่ที่ 1,710 บาท/ห้อง/คืน และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักต่อคืน (Revenue per Available Room: RevPAR) อยู่ที่ 1,221 บาท/ห้อง/คืน  ซึ่งธุรกิจโรงแรมเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้จำนวนมากให้แก่ประเทศไทย โดยคิดเป็นกว่า 28% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของนักท่องเที่ยว ซึ่งจากรายได้รวมจากการท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมากว่า 2.02 ล้านล้านบาท แม้ว่าปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามากระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะเรื่องของค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นประมาณ 7% ที่หลายฝ่ายต่างกังวลใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก แต่ในปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะต่ำกว่าการคาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย

สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทุกระดับในปี 2563 คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงจากปี 2562 ที่ผ่านมาประมาณ 30%  เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว บวกกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นอย่างมาก และสถานการณ์ไวรัสโควิด-19  ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีนในช่วงที่ผ่านมา และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยลบที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามากระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอย่างมากในปีนี้

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง