ธอส. เพิ่มมาตรการ“พักต้น-พักดอก” ช่วยลูกค้ารายได้ไม่เกิน 3.5 หมื่นบาท

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ประกาศมาตรการลดภาระให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เพิ่มเติม เป็นมาตรการที่ 5 “มาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย” เป็นระยะเวลา 4 เดือน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีวงเงินกู้ทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท มีลูกค้าที่เข้าข่ายมาตรการ 1.1 ล้านบัญชี ทั้งสถานะบัญชีปกติและสถานะบัญชีดอกเบี้ยผิดนัดหรือสถานะกฎหมาย ส่วนดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ทยอยผ่อนชำระได้ภายใน 24 เดือน  ตั้งแต่วันที่ 13 – 30 เมษายน 2563 ทั้งนี้ มีลูกค้าธนาคารได้เข้าโครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ ทั้ง 4 มาตรการช่วยเหลือของธนาคารแล้วกว่า 1.7 แสนบัญชี วงเงินกู้รวม 181,927 ล้านบาท

 

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ตามที่ ธอส. ได้จัดทำ “โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ”พื่อแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยภายหลังเริ่มเปิดให้แจ้งความประสงค์เข้าใช้ 4 มาตรการของ ธอส. ผ่าน Mobile Application : GHB ALL ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 ล่าสุด ณ วันที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 8:00 น. มีลูกค้าของธนาคารเข้ามาตรการเป็นจำนวน 170,958 บัญชี คิดเป็นวงเงินกู้ถึง 181,927 ล้านบาท และหลังจากที่พบว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีแนวโน้มยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ล่าสุดคณะกรรมการธนาคารโดย นายปริญญา พัฒนภักดี ประธานกรรมการธนาคาร ได้มีมติเห็นชอบให้ ธอส. จัดทำมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม คือ มาตรการที่ 5 พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 4 เดือน สำหรับกลุ่มลูกค้าทุกวัตถุประสงค์การกู้ที่มีวงเงินกู้ทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท ครอบคลุมลูกค้าปัจจุบันของธนาคารในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่เข้าข่ายใช้มาตรการได้ถึง 1.1 ล้านบัญชี ทั้งสถานะบัญชีปกติ และสถานะบัญชีดอกเบี้ยผิดนัดหรือสถานะกฎหมาย ส่วนดอกเบี้ยที่พักไว้หลังจากที่ครบระยะเวลาพักชำระหนี้ 4 เดือน ลูกค้าต้องทยอยผ่อนชำระเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ครบภายในระยะเวลา 24 เดือน และเพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 จากการเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ ธอส. จึงเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาตรการแจ้งความประสงค์ผ่าน Mobile Application : GHB ALL โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา ตั้งแต่วันที่ 13 – 30 เมษายน 2563

การกำหนดให้ลูกค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ เข้ามาตรการผ่าน Mobile Application : GHB ALL ด้วยตัวเองนั้น เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการความช่วยเหลือที่แตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมกับตนเองได้ ทำให้ทั้ง 4 มาตรการที่ธนาคารจัดทำไปก่อนหน้านี้ได้รับผลตอบรับดี มีลูกค้าเข้าร่วมจำนวนมากทุกมาตรการ ทั้งนี้ ลูกค้าที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรการใด ๆ ที่ธนาคารจัดทำ สามารถส่งข้อมูลปัญหาผลกระทบด้านรายได้ที่ท่านได้รับจากกรณี COVID-19 ผ่าน Mobile Application : GHB ALL โดยธนาคารจะหาแนวทางบรรเทาผลกระทบเฉพาะรายต่อไป รวมถึงผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรการชดเชยรายได้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  หรือ มาตรการเยียวยา 5,000 บาท ของกระทรวงการคลังก็มีสิทธิเลือกใช้มาตรการของ ธอส.ได้เช่นกัน

สำหรับลูกค้าที่เลือกใช้ทั้ง 4 มาตรการของ ธอส. จนถึง ณ วันที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 8:00 น. ซึ่งมีจำนวน 170,958 บัญชี คิดเป็นวงเงินกู้ถึง 181,927 ล้านบาทนั้น สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการที่ ธอส. จัดทำมีความสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างของดอกเบี้ยตามอายุสัญญา แบ่งเป็น

มาตรการที่ 1 พักชำระเงินต้นระยะเวลา 3 เดือน จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ วงเงินกู้ทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นมาตรการที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ผ่อนชำระมาแล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 2 ใน 3 ของระยะเวลาการผ่อนชำระตามสัญญากู้ เพราะจะมีจำนวนดอกเบี้ยในเงินงวดน้อยกว่าจำนวนเงินที่ไปหักเงินต้น โดยมีลูกค้าใช้มาตรการแล้วจำนวน 61,445 ราย วงเงินกู้ 63,891 ล้านบาท

มาตรการที่ 2 พักชำระเงินต้นระยะเวลา 1 ปี จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน และขยายระยะเวลากู้ออกไปอีก 10 ปี เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่พักชำระเงินต้นแล้วการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มได้นานสูงสุดอีก 10 ปี จะทำให้เงินงวดรายเดือนของลูกค้าลดลง เหมาะกับลูกค้าทั้งสถานะบัญชีปกติหรือสถานะบัญชี NPL ที่มีเงินงวดแบ่งเป็นดอกเบี้ยและเงินต้นในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน เมื่อเข้ามาตรการแล้วจะมีเงินงวดให้ผ่อนชำระรายเดือนเหลือประมาณ 50% ของเงินงวดเดิม ซึ่งมีลูกค้าใช้มาตรการแล้วจำนวน 52,286 ราย วงเงินกู้ 63,151 ล้านบาท

มาตรการที่ 3 พักชำระเงินต้นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 3.90% ต่อปี จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน (กรอบวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท) เหมาะกับลูกค้าทั้งสถานะบัญชีปกติหรือสถานะบัญชี NPL ที่พ้นการใช้ดอกเบี้ยตามโปรโมชั่นในช่วง 2-3 ปีแรกของสัญญากู้ จะทำให้สามารถชำระเงินงวดด้วยดอกเบี้ยที่ลดลง โดยทุก ๆ วงเงินกู้ 1 ล้านบาท จากเคยผ่อนชำระ 6,600 บาท/เดือน จะลดลงเหลือเพียง 3,400 บาท/เดือน และมีลูกค้าใช้มาตรการแล้วจำนวน 42,472 ราย วงเงินกู้ 40,886 ล้านบาท  

มาตรการที่ 4 ลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือนเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับลูกค้าที่อยู่ระหว่างใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหรืออยู่ในสถานะกฎหมาย โดยหลังจากเปิดให้แจ้งความประสงค์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ล่าสุด ณ วันที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 8:00 น. มีลูกค้าใช้มาตรการแล้วจำนวน 14,755 ราย วงเงินกู้ 13,998 ล้านบาท โดยมีกรอบวงเงินสินเชื่อรวมกับมาตรการที่ 3 จำนวน 50,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลด Application : GHB ALL ได้ที่ App Store หรือ Play Store สอบถามรายละเอียดหรือติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ www.ghbank.co.th

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง