เปิดใจ “แม่ทัพหญิง PS” สู้ศึกอสังหาฯ กลางสมรภูมิพิษ COVID -19

“…นี่เป็นวิกฤตแรกของพี่ในธุรกิจอสังหาฯ ถามว่าใช้หมัดอะไรสู้ บอกได้ว่า วันนี้! พฤกษา ใช้หมัดคาวบอย อย่างเดียว ” … นั่นคือหนึ่งในหลายๆ บทสนทนาที่ ‘คุณจุ๋ม – สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ’ บอกกล่าวกับทีมงาน prop2morrow.com

ในห้วงที่ทั่วทั้งโลกต่างต่อสู้กับ “สงครามโรค” ที่เกิดจากแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) สร้างความกังวลจนอาจนำโลกทั้งใบไปสู่ “วิกฤตสุขภาพ” (Health Crisis) ที่ส่งผลกระทบอย่างฉับพลันต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจนิ่งสนิทอย่างที่เห็น เครื่องบินจอดนิ่ง โรงแรมปิดบริการ คนหยุดใช้จ่าย คนที่มีเงินออมในธนาคารหรือนักลงทุนไม่ลงทุนเลือกที่จะถือเงินสดแทน ฯลฯ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก ที่ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ( International Monetary Fund) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกปี 2563 นี้ ลงสู่ระดับ -3.0% และเศรษฐกิจไทยปีนี้ IMF คาดจะหดตัว -6.7%

เมื่อภาพใหญ่เศรษฐกิจเผชิญวิกฤติที่รุนแรง ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมสู่ภาคธุรกิจอื่นทุกแขนงรวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยที่ต้องต่อสู้นอกขอบเขตธุรกิจ…กว่า 2 ปีที่อดีตผู้บริหารสูงสุดในธุรกิจ FMCG (Fast  Moving Consumer Goods) ในบริษัทระดับโลกอย่างยูนิลีเวอร์ ‘ คุณจุ๋ม-สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ’ นำพาประสบการณ์ข้ามสายธุรกิจมาสู่อสังหาริมทรัพย์ด้วยการร่วมงานกับ “พฤกษา” พร้อมกับก้าวขึ้นสู่ผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) องค์กรที่ได้ชื่อเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย วันนี้ทีมงาน prop2morrow.com ได้เช็คสุขภาพธุรกิจของ “พฤกษา”ผ่านแม่ทัพหญิงถึงวิธีรับมือในภาวะเกิดการตกใจ(Panic) รวมถึงทิศทางการดำเนินการในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2563 ด้วยว่าจะเดินไปทางไหน และ “ พฤกษา” จะใช้กลไกอะไรมาช่วยแก้ข้อติดขัดสกัดปัญหาไม่ให้ลุกลามกระทบบัลลังก์แชมป์!!

…นี่เป็นวิกฤตแรกของพี่ในธุรกิจอสังหาฯ ถามว่าใช้หมัดอะไรสู้ บอกได้ว่า วันนี้! พฤกษา ใช้หมัด คาวบอย อย่างเดียว ” … นั่นคือหนึ่งในหลายๆบทสนทนาที่ ‘คุณสุพัตรา’  บอกกล่าวกับทีมงาน ซึ่งเธอยอมรับว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นวิกฤตใหม่และเป็นโจทย์ธุรกิจใหญ่ครั้งแรกบนเส้นทางการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยทั้งบ้านหรือคอนโดมิเนียม ล้วนเป็นทรัพย์ชิ้นใหญ่ พฤติกรรมของผู้บริโภค และไซเคิลธุรกิจ  ก็แตกต่างไปจากธุรกิจ FMCG  ดังนั้น แม้เธอจะมีประสบการณ์ร่วมแก้วิกฤตใหญ่ “ต้มยำกุ้ง” ปี 2540 มาแล้วเมื่อครั้งบริหารงานในยูนิลีเวอร์ แต่เมื่อรายละเอียดของธุรกิจมีความแตกต่าง วิธีคิด วิธีทำในการแก้ปัญหาก็ย่อมต่างกัน ประกอบกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันไม่เอื้อแบบหนังคนละม้วนที่ฉายไว้เมื่อช่วงต้นปี Direction ในการดำเนินธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนหรือต้องปรับตามสภาพ บางอย่างคงแผนเดิมได้ก็เดินหน้าต่อ แต่บางอย่างประเมินสถานการณ์ดูแล้วไม่ควรถ้าไปต่อแล้วมีความเสี่ยง ก็ต้องชะลอ หรือหยุด(พัก)ไว้ก่อน ต้องปรับแบบ Short-term เพื่อให้ “อยู่รอด” ก่อนจากนั้นค่อยกลับมาวิ่งกันใหม่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยแนวทางที่ได้ปรับแผนเพื่อรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นมีดังนี้

  • ระบาย Inventory ที่มีอยู่กว่า 25,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2562)
  • เร่งโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าจากยอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่าสูงถึง 29,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 10,900 ล้านบาท
  • หยุดขายหรือชะลอก่อสร้างในโครงการที่มียอดขายไม่เข้าเป้าตามที่บริษัทฯกำหนดไว้นั้นคือ 45-50%
  • หยุดก่อสร้าง(ชั่วคราว)บางโครงการที่ไม่ได้เร่งรีบที่จะสร้างให้เสร็จส่งมอบให้ลูกค้าในปีนี้หรือปีหน้า
  • ปรับลดการเปิดตัวหรือเปิดขายโครงการทั้งโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้และโครงการเก่าที่เลื่อนมาเปิดในปี 2563 (เดิมมีแผนจะเปิดในปี 2562)

ไตรมาสแรกพอไปได้…แต่ไตรมาส 2 ท้าทายอย่างยิ่ง!

‘คุณสุพัตรา’ ได้ประมวลภาพการตลาดและการขายที่อยู่อาศัยของบริษัท ฯในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ว่า แม้จะไม่ดีมากแต่ก็พอไปได้ การโอนกรรมสิทธิ์ก็เช่นกันใกล้เคียงกับเป้าหมาย ปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่เกิดขึ้นต้องเกาะติด และเตรียมแผนไว้ทุกระยะรองรับกับสิ่งที่ต้องเผชิญ  และพร้อมจะดึงแผนที่เตรียมไว้มาใช้ได้ทันท่วงที ซึ่งเราก็ปรับตัวได้เก่งและได้ทำมาแล้วตั้งแต่ธนาคารแห่งประทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการ LTV (Loan to Value) เมื่อปี 2562 จนกระทั่งล่าสุดวิกฤติที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

บริษัทฯ ได้จัดตั้งทีมทำงานชุดพิเศษเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน  และได้เร่งปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อรับมือสภาวะวิกฤตดังกล่าวอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน(Liquidity) รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายทุกประเภทภายในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการทบทวนแผนการเปิดโครงการใหม่โดยเน้นขายโครงการที่เป็น Inventory และควบคุมปริมาณก่อสร้างให้สมดุลพร้อมกันนี้ได้จับมือกับธนาคารพันธมิตรหลายแห่งจัดแคมเปญพิเศษเพื่อเร่งการโอน อาทิ ฟรีดอกเบี้ยนาน 2 ปี  หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษ รวมถึงบริการวางแผนทางการเงิน เป็นต้น

ช่วงไตรมาส 2/2563 นี้ถือว่าเป็นไตรมาสที่ท้าทายมาก รัฐบาลจะปลดล็อค พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ปลดล็อคแล้วตลาดที่อยู่อาศัยจะเป็นอย่างไร ประเมินกันตลอดเพื่อประกอบการวางกลยุทธ์ในการขายและการตลาดกับสินค้าที่มีอยู่ซึ่ง “พฤกษา” มีโครงการที่เปิดขายอยู่ทั้งสิ้น 189 โครงการมีมูลค่าที่ยังไม่ได้ขายรวม 104,700 ล้านบาทโดยเบื้องต้นให้น้ำหนักไปที่ระบายสินค้าคงเหลือ( Inventory) สร้างเสร็จพร้อมอยู่ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 7,739 ยูนิตรวมมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2562 มีรายละเอียด ดังนี้

  • เป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 3,423 ยูนิต มูลค่ารวม 10,800 ล้านบาท
  • เป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 833 ยูนิต มูลค่ารวม 5,200 ล้านบาท
  • คอนโดมิเนียมกลุ่มแวลู จำนวน 3,044 ยูนิต มูลค่ารวม 7,300 ล้านบาท
  • คอนโดมิเนียมกลุ่มพรีเมี่ยม จำนวน 439 ยูนิต มูลค่ารวม 1,800 ล้านบาท

จากจำนวน Inventory ดังกล่าว ‘คุณสุพัตรา’ เล่าว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีก็ย่อยไปได้ในระดับที่พอใจผ่านทุกกลยุทธ์และผ่านทุกเครื่องมือที่มีรวมถึงกลยุทธ์ Innovation and Data Tech เพิ่มช่องทางการขายในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแพลตฟอร์มการจองบ้านออนไลน์พร้อมราคาและเงื่อนไขสุดพิเศษ (Hot Deals) ผ่านทาง www.pruksa.com  และยังมีการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และสื่อสารผ่านทาง Facebook Live  รวมถึงการให้บริการผ่าน Line นอกจากนี้ยังเปิดรับสมัครนายหน้าขายอสังหาฯ (Freelance Broker) ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การขายมาก่อนโดยจะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการขายอยู่ที่ 2.5%

งัดกลยุทธ์เช่าซื้อคู่กับผ่อนแบงก์แก้ปัญหา “คุณภาพ” ลูกค้า

ด้วยเพราะ Inventory ที่เหลือขายส่วนใหญ่กลุ่มสินค้าระดับกลางถึงกลางล่าง ซึ่งผู้ซื้อกลุ่มนี้ค่อนข้างที่จะอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ และอ่อนไหวต่อ “ราคา” การเกิดวิกฤติครั้งนี้มีผลต่อรายได้ผู้บริโภค แม้จะมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยก็อาจจะลังเลมากขึ้น ไม่ต้องการที่จะเป็นหนี้ระยะยาว ซึ่ง‘คุณสุพัตรา’ ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและเป็นโจทย์ธุรกิจที่ “พฤกษา” กำลังหาทางแก้ เพราะนั่นหมายความว่า ถ้าแก้ไม่ตก ปลดล็อคไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแต่ย่อยหรือระบาย Inventory ลำบาก หากแต่รวมถึงยอดรับรู้รายได้จาก Backlog ก็มีความเสี่ยงด้วยโดย “พฤกษา” มียอดขายรอโอนหรือ Backlog ในมือมูลค่าสูงถึง 29,000  ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 10,900 ล้านบาท

“ คุณภาพของลูกค้าที่มาซื้อใหม่หรือที่จะโอนนั้นสำคัญ ในภาวะวิกฤตแบบนี้กู้แบงก์ก็จะเหนื่อยมากหน่อย พฤกษากำลังหาวิธีการขายรูปแบบ เช่าซื้อควบคู่ไปกับการผ่อนแบงก์ ซึ่งเราเวิร์คร่วมกันกับแบงก์อยู่”

วิธีการก็คือ จะเข้าไปดูแลส่วนต่าง(เงิน)ที่เหลือที่ลูกค้ากู้แบงก์ไม่ผ่าน บริษัทฯจะเข้าไปsupport แทนลูกค้า เช่น แบงก์ปล่อยกู้ให้ลูกค้า 90 % ที่เหลือ 10% จะใช้วิธีการผ่อนในรูปแบบเช่าซื้อได้หรือไม่ แล้วใครจะเป็นผู้รับเงินจากลูกค้า จะเป็นแบงก์หรือพฤกษา นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่างถึงวิธีการที่ ‘คุณสุพัตรา’ ได้ขยายความให้ฟังพร้อมกับบอกว่า ยังมีวิธีการดีอื่นๆที่ “พฤกษา” คิดหาทางช่วยลูกค้าซึ่งก็รวมถึงการเข้าไปช่วย support ดอกเบี้ยบางส่วนช่วยลูกค้าด้วยเช่นกัน

ทบทวนยอดขาย-รายได้-ลดแผนเปิดโครงการใหม่

เมื่อธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศรวมถึงความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการควบคุมจากพิษโควิด-19 แผนธุรกิจที่ประกาศในวันแถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 คงมีการทบทวนใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ถึงแม้ ‘คุณสุพัตรา’จะไม่สามารถระบุได้ชัดว่าจะปรับลดลงเท่าไหร่จากเป้ายอดขายเดิม 38,000 ล้านบาท และรายได้ที่ตั้งไว้ 40,000 ล้านบาท แต่ยังไงก็มีการปรับลดแน่ๆ รวมถึงแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ 30 โครงการมูลค่า 36,000 ล้านบาทแบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 18 โครงการมูลค่า 15,600 ล้านบาท ,บ้านเดี่ยว 6 โครงการมูลค่า 6,400 ล้านบาท, คอนโดมิเนียมกลุ่มแวลู 4 โครงการมูลค่า 6,700 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมกลุ่มพรีเมียม 2 โครงการมูลค่า 7,300 ล้านบาท

“ที่แน่ๆจะมีคอนโดฯอย่างน้อยๆก็ 6 โครงการที่เก็บเข้ากระเป๋าไว้ก่อน ในนี้ก็มี 4-5 โครงการที่เป็นของเก่าที่เลื่อนมาเปิดในปี 63 ส่วนบ้านแนวราบรอประเมินสถานการณ์อีกที ”

นอกจากการเลื่อนโครงการที่ยังไม่ได้เปิดขายแล้ว “พฤกษา” ยังปรับแผนงานใหม่เพื่อจะหยุดขายหรือชะลอก่อสร้างในโครงการที่มียอดขายไม่เข้าเป้าตามเกณฑ์ใหม่ที่บริษัทฯกำหนดไว้นั้นคือ 45-50% จากเดิมกำหนดไว้ที่ 40% พูดง่ายๆคือโครงการที่จะไปต่อได้อย่างน้อยๆยอดขายจะต้องได้ 45-50 % ต่ำกว่านั้นต้องคิดทบทวนใหม่ ซึ่งก็ต้องดูถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้ง กำลังซื้อหรือคู่แข่งในพื้นที่เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจด้วย รวมถึงได้หยุดก่อสร้าง(ชั่วคราว)บางโครงการที่ไม่ได้เร่งรีบที่จะสร้างให้เสร็จหรือต้องส่งมอบให้ลูกค้าในปีนี้ออกไป เพราะมองว่ายังมีเวลา

คุณจุ๋ม-สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์

การปรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจอย่างรัดกุมในทุกมิติท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ‘คุณสุพัตรา ’ บอกว่าจะช่วยลดความเสี่ยง ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งถึงแม้จะกระทบยอดขายที่ลดลงบ้างก็ตาม แต่ก็จะทำให้การเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรง Bottom Line การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้กำไรสูงขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำควบคู่กับสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง โดยหัวใจสำคัญคือพัฒนาคุณภาพบ้านพร้อมนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

มีเงินสดเกินพอ “มั่นใจ” แผนออกหุ้นกู้  4,500 ล้านบาทไร้ปัญหา

‘คุณสุพัตรา’ ยังย้ำว่าในภาวะการณ์เช่นนี้ สภาพคล่องทางการเงิน(Liquidity)มีความสำคัญยิ่งซึ่ง “พฤกษา” เองก็มีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในองค์กรและดำเนินธุรกิจ รวมถึงการการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.95 บาท (เก้าสิบห้าสตางค์) รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 2,079 ล้านบาท และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

ส่วนประเด็นที่มีหลายคนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาวะเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทำให้ผู้ลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนหันมาถือเงินสดและลังเลที่จะลงทุนเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบกับแผนออกหุ้น 4,500 ล้านบาท ที่จะออกในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้แน่นอน เพราะเป็นหุ้นกู้ที่มีคุณภาพดี โดยหุ้นกู้ที่จะออกนี้ เป็นหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระหรือครบดีลในเดือนพฤษภาคม ประมาณ 2,000 ล้านบาท และอีกกว่า 2,000 ล้านบาทจะครบดีลในเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ เรากำลังดู “กองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน” ที่จัดตั้งขึ้นโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)หรือแบงก์ชาติ เพื่อลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนคุณภาพดีว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร เพราะกองทุนเสริมสภาพคล่องฯที่แบงก์ชาติจัดตั้งขึ้นก็เป็นทางเลือกหนึ่งของเราด้วยเช่นกัน… ‘คุณจุ๋ม-สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์’ แม่ทัพหญิงแห่ง “พฤกษา ” เบอร์หนึ่งอสังหาฯไทยกล่าวปิดท้ายกับทีมงาน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง