พาณิชย์ เผย Q1/63 ยอดจดทะเบียนบริษัทใหม่ ลดลง 6 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยยอดธุรกิจจัดตั้งใหม่ไตรมาส 1/2563 (ม.ค.-มี.ค.) มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 19,415 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2562 (ต.ค.-ธ.ค.) จำนวน 13,877 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 5,538 ราย คิดเป็น 40% แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/62 จำนวน 20,750 ราย ลดลงจำนวน 1,335 ราย คิดเป็น 6% ขณะที่จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการไตรมาส 1/2563  มีจำนวน 3,169 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2562 จำนวน 10,175 ราย ลดลงจำนวน 7,006 ราย คิดเป็น 69 % และเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 จำนวน 3,288 ราย ลดลงจำนวน 119 ราย คิดเป็น 4 % โดยธุรกิจยกเลิกประกอบกิจการ 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 337 ราย คิดเป็น11 % รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 183 ราย คิดเป็น 6 % และธุรกิจภัตตาคาร / ร้านอาหาร จำนวน 92 ราย คิดเป็น 3 %

 

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนมีนาคม 2563 และไตรมาส 1/2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผลการจดทะเบียนธุรกิจนั้น มีธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมีนาคม 2563

  • จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนมีนาคม 2563 จำนวน 6,066 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 24,576 ล้านบาท
  • ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 579 ราย คิดเป็น 10 % (ร้อยละ) รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 370 ราย คิดเป็น 6 % และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร จำนวน 157 ราย คิดเป็น 3 % ตามลำดับ
  • ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,347 ราย คิดเป็น 71.66 % รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 1,597 ราย คิดเป็น 26.33 % ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 109 ราย คิดเป็น 1.80 % และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 13 ราย คิดเป็น 0.21 % ตามลำดับ

 ธุรกิจจัดตั้งใหม่ไตรมาส 1/2563

  • จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ ไตรมาส 1/2563 (ม.ค.-มี.ค.) จำนวน 19,415 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2562 (ต.ค.-ธ.ค.) จำนวน 13,877 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 5,538 ราย คิดเป็น 40 % และเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 จำนวน 20,750 ราย ลดลงจำนวน 1,335 ราย คิดเป็น 6 % 
  • ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 1,809 ราย คิดเป็น 9 % รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,053 ราย คิดเป็น 5 % และธุรกิจภัตตาคาร / ร้านอาหาร จำนวน 573 ราย คิดเป็น 3 % ตามลำดับ
  • มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในไตรมาส 1/2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 71,130 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส4/2562 จำนวน 141,355 ล้านบาท ลดลงจำนวน 70,225 ล้านบาท คิดเป็น 50 % และเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 จำนวน 52,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 18,739 ล้านบาท คิดเป็น 36 %
  • ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 14,068 ราย คิดเป็น 72.46 % รองลงมา คือช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 5,029 ราย คิดเป็น 25.90 % รองลงมา คือช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 283 ราย คิดเป็น 1.46 % และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 35 ราย คิดเป็น 0.18 %

 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการ เดือนมีนาคม 2563

  • จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวน 947 ราย โดยมีมูลค่า ทุนจดทะเบียนจำนวน 4,529 ล้านบาท
  • ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 83 ราย คิดเป็น 9 % รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 60 ราย คิดเป็น 6 % และธุรกิจภัตตาคาร / ร้านอาหาร จำนวน 31 ราย คิดเป็น 3 % ตามลำดับ
  • ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 615 ราย คิดเป็น 64.94 % รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 287 ราย คิดเป็น 30.31 % ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 41 ราย คิดเป็น 4.33 % และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 4 ราย คิดเป็น 0.42 % ตามลำดับ

ธุรกิจเลิกประกอบกิจการไตรมาส 1/2563

  • จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 3,169 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2562 จำนวน 10,175 ราย ลดลงจำนวน 7,006 ราย คิดเป็น 69 % และเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 จำนวน 3,288 ราย ลดลงจำนวน 119 ราย คิดเป็น 4 % ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์ปกติที่จะมีแนวโน้มของการจดทะเบียนเลิกประกอบธุรกิจ
  • ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 337 ราย คิดเป็น 11 % รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 183 ราย คิดเป็น 6 % และธุรกิจภัตตาคาร / ร้านอาหาร จำนวน 92 ราย คิดเป็น 3 % ตามลำดับ
  • มูลค่าทุนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ในไตรมาส 1/2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 14,456 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2562 จำนวน 37,188 ล้านบาท ลดลงจำนวน 22,733 ล้านบาท คิดเป็น 61 % และเมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2562 จำนวน 9,995 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 4,460 ล้านบาท คิดเป็น 45 %
  • ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 2,170 ราย คิดเป็น 68.47 % รองลงมาคือ ช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 860 ราย คิดเป็น 27.14 % ลำดับถัดไปคือช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 128 ราย คิดเป็น 4.04 % และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 11 ราย คิดเป็น 0.35 %

ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนมีนาคม 256

  • ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 มี.ค. 63) ธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 762,229 ราย มูลค่าทุน 18.56 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด / ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,116 ราย คิดเป็น 24.55 % บริษัทจำกัด จำนวน 573,852 ราย คิดเป็น 75.29 % และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,261 ราย คิดเป็น 0.16 % ตามลำดับ
  • ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 450,432 ราย คิดเป็น 59.09 % รวมมูลค่าทุน 0.40 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.16 % รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 224,96 ราย คิดเป็น 29.45 % รวมมูลค่าทุน 0.74 ล้านล้านบาท คิดเป็น 3.99 % ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 71,614 ราย คิดเป็น 9.40 % รวมมูลค่าทุน 1.94 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.45 % และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 15,687 ราย คิดเป็น 2.06 % รวมมูลค่าทุน 15.48 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.40 % ตามลำดับ

 การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวในเดือนมีนาคม 2563 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 67 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 21 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 46 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 7,988 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จำนวนธุรกิจที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 14 % (เพิ่มขึ้น 8 ราย) โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 18 ราย เงินลงทุน 3,186 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 11 ราย เงินลงทุน 1,116 ล้านบาท และเนเธอร์แลนด์ 6 ราย เงินลงทุน 757 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว ไตรมาส 1/2563 คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ จำนวน 180 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 29,026 ล้านบาท

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง