จับตาหัวหินบูมอีกรอบหลังวิกฤติ โควิด-19

ตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมาทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่างพบกับวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่  โควิด-19 ส่งผลให้ต้อง Work From Home (WFH) มากขึ้น ทำให้วิธีการทำงาน รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปทำให้มองว่าบ้านหลังที่2 ในต่างจังหวัด มีความจำเป็นมากขึ้น ยิ่งในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โรงแรมต่างๆในหัวเมืองท่องเที่ยวต่างงดให้บริการชั่วคราว ดังนั้นผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่2 ไว้จะสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัย หรือปล่อยเช่าสำหรับชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะทำเลหัวหิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพฯ(กทม.)ไม่ไกลมากนัก
นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร
จับตา 4 เทรนด์หลังผ่านวิกฤติโควิด-19
นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างรวดเร็วและรุนแรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจะกระทบกับตลาดอสังหาฯในแต่ละเซกเมนต์ โดยเฉพาะรีเทลและโรงแรม ส่วนเซกเตอร์อื่นๆ จะได้รับผลกระทลรองลงมา ส่วนพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค หลังจากวิกฤติ โควิด-19 มองว่าจะเป็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างเป็นเหมือนเมกะเทรนด์ต่อไปในอนาคต ซึ่งมีทั้งหมด 4 เทรนด์ ได้แก่

1.Health & Wellness ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น และมีผลต่อทุกๆประเภทของอสังหาฯ รวมไปถึง Madications ด้วย

2.Social Distancing ผู้บริโภคจะมีการอยู่ในที่อยู่อาศัยมากขึ้น และเทรนด์เรื่องฟังก์ชั่นในที่อยู่อาศัยนี้จะมีต่อเนื่องอย่างต่อไป

3.Managing Risks ผู้บริโภคจะเริ่มมีการบริหารความเสี่ยงให้กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาอสังหาฯประเภทอื่นๆด้วย ทำให้มีการพิจารณาการซื้อบ้านหลังที่2

4.Tech-savvy ผู้บริโภคทุกกลุ่มจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่จะมาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค

สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯที่จะเปิดโครงการใหม่ หรือที่เปิดตัวโครงการอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องมีการปรับตัวรองกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในหลายเรื่อง ได้แก่

1.การปรับสินค้า โดยสินค้าที่ออกมาในช่วงโควิด-19 นั้นจะต้องคำนึงถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในเชิงสิ่งที่ต้องการภายในบ้านหรือภายในยูนิต โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันนี้มีอยู่ 2 เรื่องคือ เรื่องการทำงาน และเรื่องการทำอาหาร โดยในเรื่องดีไซน์นั้น พื้นที่ Study Area ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในช่วง WFH การดีไซน์ในพื้นที่ดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งขนาดของยูนิตจะเปลี่ยนหรือไม่นั้น ต้องดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะบางครั้งขนาดของยูนิตจะถูกกำหนดด้วยราคา  จึงไม่สามารถเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้นโครงการราคาระดับกลาง จะต้องมีการจัดพื้นที่ใช้สอยให้มีมุม Study Area

2.ครัวและมุมเก็บของ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน จะต้องมีการออกแบบพื้นที่เพิ่มในส่วนของครัวมากขึ้น

3.ระบบแอร์ เครื่องตรวจจับฝุ่น ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

4.การใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ในการดำเนินธุรกรรมต่างๆ

5.ที่จอดรถ ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

 

“พฤติกรรมของผู้ซื้อจะมีการใส่ใจในรายละเอียดของสินค้ามากขึ้น เพราะจะให้ความสำคัญในเรื่องของที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะตลาดบ้านหลังที่2 จะมีดีมานด์ และมีอัตราการเติบโตมากขึ้น โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง แต่ต่อไปสินค้าเริ่มเปลี่ยนเป็นในรูปแบบของการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า และมีการแข่งขันที่รุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าหลังจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ตลาดบ้านหลังที่ 2 ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองจะกลับมาบูมมากขึ้น”

 

สำหรับบ้านหลังที่2 ในหัวหินนั้น ในมุมมองของตนรู้สึกว่าเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความนิยมที่สุด เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นคนกทม. ซึ่งเหตุผลหลักที่ตัดสินใจซื้อ เพราะ หัวหินนั้นใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน ,เป็นเมืองที่มีความจริญ และธรรมชาติเพียบพร้อม ,เป็นที่รู้จักดีทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่นิยมมาซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นในหลากหลายเชื้อชาติ ,เป็นเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล-ศูนย์สุขภาพระดับชั้นนำติดอันดับโลกด้วยเช่นกัน

ด้านการเติบโตของดีมานด์ในหัวหินนั้นมีอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  เพราะผู้บริโภคเมื่อมีกำลังซื้อ ดังนั้นหัวหินจะเป็นทางเลือกลำดับแรกๆ และมีดีมานด์ที่หลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับกลางถึงลักชัวรี่

ปัจจัยการพัฒนาโครงการในหัวหินให้ประสบความสำเร็จ หากเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบน จะต้องเน้นในเรื่อง

1.ที่ดินที่จะนำมาพัฒนาต้องเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยตลาดหัวหินนั้นต้องออกแบบให้มียูนิตขนาดใหญ่

2.แต่ละยูนิตต้องมีประมาณ 3 ห้องนอน เพื่อรองรับกลุ่มครอบครัว

3.แบรนด์ต้องเป็นที่รับรู้ทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งแบรนด์จะเป็นตัวกำหนดในหลายๆเรื่อง  ทั้งเรื่องความปลอดภัย การบริการหลังการขาย เป็นต้น

“การพัฒนาที่ดินในหัวหิน หากจะพัฒนาก็จะต้องพัฒนาบนทำเล Five Star แต่ปัจจุบันที่ดินที่เป็นไพรม์โลเกชั่น นั้นหาไม่ได้แล้ว หากจะพัฒนาสินค้าระดับลักชัวรี่ในทำเลอื่นก็จะเป็นการเจาะลูกค้าที่ผิดกลุ่มเป้าหมาย”

นายไพสิฐ แก่นจันทน์

อสังหาฯที่ใช้เชนบริหารจะได้รับความน่าเชื่อถือ

นายไพสิฐ แก่นจันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือ PROUD กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกอย่างแน่นอน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ จีน โดยในธุรกิจท่องเที่ยวนั้นมองว่า อสังหาฯที่มีโนว์ฮาวอยู่เบื้องหลังจะสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้เร็วกว่า ซึ่งเชนที่บริหารโรงแรมนั้นจะมีฐานข้อมูลอยู่ทั่วโลก สามารถทำให้รับทราบข้อมูลได้มาก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่บริหารโดยเชนระดับมืออาชีพนั้น มีจะมาตรฐานที่ชัดเจน ถือเป็นข้อดี ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการใช้บริการ โดยพราวฯก็ได้มีการพัฒนาโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 7 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของอาคารสูง 7 ชั้น 1 อาคาร และสูง 4 ชั้น 8 อาคาร บริเวณซอยหัวหิน 71 ขนาดตั้งแต่ 45-325 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 7.89-100 กว่าล้านบาท หรือเริ่มต้นที่ 180,000-300,000 กว่าบาท/ตารางเมตร จำนวน 238 ยูนิต  มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท โดยระบบสาธารณูปโภคต่างๆภายในโครงการ ต้องได้มาตรฐานของกลุ่มอินเตอร์คอนติเนนตัล  ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาโครงการนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่ดีที่สุดในหัวหิน

จากเหตุการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ทำให้เห็นเพิ่มคือ ปัจจัย4+1 คือ ที่อยู่อาศัยนั้นสามารถอยู่ได้จริงๆ 24 ชั่วโมง ,เป็นทำเลที่เป็นแหล่งอาหาร,เสื้อผ้า,โรงพยาบาล-ยารักษาโรค ซึ่งปัจจัยทั้ง 4 ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ส่วนปัจจัยที่ 5 คือ Connectivity การติดต่อสื่อสารที่มีความสำคัญและเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

 

“ที่ผ่านมาชาวต่างชาติที่เกษียณแล้วจะนิยมมาพักผ่อนระยะยาวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก  โดยญี่ปุ่น ถือเป็นชาวต่างชาติที่มีจำนวนมากสุดในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะชอบพักอาศัยในจ.เชียงใหม่ และจ.พระนครศรีอยุธยา เพราะสภาพอากาศ ค่าครองชีพ และวัฒนธรรมของไทย เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติมาก และหัวหิน ถือเป็น 1 ใน 8 ทำเล ที่เป็นDestination  ที่ชาวต่างชาติชอบมาอยู่อาศัยในวัยเกษียณ และอยู่ได้จริงด้วยเช่นกัน”

ซัพพลายคอนโดฯหัวหินเติบโตเฉลี่ย7%ต่อปี

นางสาวสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหัวหินถือเป็นเมืองศักยภาพด้านท่องเที่ยวของประเทศไทย จากในอดีตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของชนชั้นสูงของไทย แต่ปัจจุบันรูปแบบการพักผ่อนได้เปลี่ยนไป Gen X จะนิยมพักอาศัยโรงแรม หรือซื้อคอโดฯเพื่อพักอาศัย ซึ่งในหัวหินมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยมานานมากแล้ว  มีผู้ประกอบการที่อยู่ในท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายใหญ่จากกทม.ที่เข้าไปพัฒนา ซึ่งมีทั้งคอนโดฯมือ1 และมือ2 โดยปัจจุบันคอนโดฯที่เปิดใหม่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 80,000-140,000 บาท/ตารางเมตร(ตร.ม.) ขณะที่คอนโดฯมือ2 ราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 80,000-120,000 บาท/ตารางเมตร(ตร.ม.)  ค่าเช่าเฉลี่ย 18,000-35,000 บาท/เดือน ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.5-6.5% ต่อปี ซึ่งใกล้เคียงกับที่กทม.

โดยเหตุผลที่ลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อที่อยู่อาศัยในหัวหิน เพราะต้องการซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศหรือบ้านหลังที่2 และซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งซัพพลายคอนโดฯในหัวหินในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาก็มีขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยการเปิดตัวโครงการใหม่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี

ด้านยอดโอนกรรมสิทธิ์ของหัวเมืองท่องเที่ยว 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และภูเก็ต ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่าหัวหินแม้ว่าจะเป็นตลาดที่เล็กกว่าหัวเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ แต่กลับสวนกระแสเศรษฐกิจจากการที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มหดหายไป โดยคอนโดฯในพื้นที่หัวหินมียอดขายเติบโตถึง 121.9% และมียอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงที่สุด เพราะราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.18 ล้านบาท(ลบ.)

สำหรับราคาขายคอนโดฯมือสองในหัวหิน หากเป็นห้องสตูดิโอ ราคาขายจะอยู่ที่ 1.89-2.5 ล้านบาท,ขนาด 1 ห้องนอน ราคา 2.5-4.4 ล้านบาท,ขนาด 2 ห้องนอน ราคา 4.9-8.7 ล้านบาท และขนาด 3 ห้องนอน ราคา 8-13 ล้านบาท ส่วนราคาเช่าจะเริ่มต้นที่ 12,000-70,000 บาท/เดือน

ด้านการถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติในปี 2562 ที่ผ่านมาถึงเท่าตัว โดยขนาดห้องที่ถือครองอยู่ที่ประมาณ 50-60 ตารางเมตร ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท

 

“ข้อดีของตลาดหัวหินคือ สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่หัวหินคือ อังกฤษ รองลงมาคือ เยอรมนี จีน สวีเดน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ”

เชื่อว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไป ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยจะต้องกลับมาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะหัวหินยังเป็นทางเลือกอันดับต้นๆในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่2 และเพื่อปล่อยเช่าได้เป็นอย่างดี

 

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง