New Normal ตลาดอาคารสนง.หลังผ่านวิกฤติโควิด-19

แม้ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่พบว่าภาพรวมอุปทานพื้นที่สำนักงาน (สนง.)ในกรุงเทพมหานครในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 8.857 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) และพบว่ายังคงมีอุปสงค์พื้นที่สำนักงานรวมในช่วงไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 45,000 ตารางเมตร(ตร.ม.)  ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯ มองว่า New Normal หรือความปกติในรูปแบบใหม่ ที่จะเกิดขึ้นกับตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานคร หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 หลายบริษัทมีมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home : WFH) ที่เกิดจากวิกฤติครั้งนี้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับตลาดอาคารสำนักงานในอนาคต  จะทำให้คนเริ่มทำงานที่บ้านมากขึ้น และอาจจะมีผลต่อการลดการใช้พื้นที่เช่าในอนาคต เนื่องจากการสนับสนุนให้คนมีระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หากไปอยู่ร่วมกันอาจผิดหลักการที่รัฐบาลขอความร่วมมือ
นายภัทรชัย ทวีวงศ์
หวั่นQ3/63โควิด-19 ไม่คลี่คลายกระทบผู้เช่าพท.สนง.
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการ WFH มากขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่ามีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์นี้  ด้วยการปรับลดขนาดพื้นที่เช่าให้เล็กลงเพื่อที่จะปล่อยพื้นที่เช่าได้เร็วขึ้น หรือการลงนามสัญญาเช่าสมัยก่อนอาจต้องลงนาม 3 ปีขึ้นไปอาจมีการปรับลดลงเป็นระยะเวลาให้สั้นขึ้น สำหรับผู้เช่าหากได้รับผลกระทบจากวิกฤติดังกล่าว ควรติดต่อผู้ให้เช่าเพื่อพูดคุยและหาแนวทางเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป หรือหากครบกำหนดต่อสัญญาอาจพิจารณาเป็นการต่อสัญญาระยะสั้นไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไป หรือผู้เช่าบางรายอาจมีการพิจารณาปรับลดการเช่าพื้นที่ให้เล็กลง เนื่องจากมองว่าจะสามารถลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจได้ในระยะยาว  ซึ่งถึงแม้ว่าตลาดอาคารสำนักงานจะเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ค่อนข้างน้อยสำหรับในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากโดยรวมแล้วในปีนี้อุปทานที่เหลืออยู่ยังคงไม่เพียงพอหรือมีอย่างจำกัดเพื่อรองรับความต้องการของบริษัทต่างๆ ที่ต้องการย้ายอาคารสำนักงานใหม่ หรือขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอาคารเกรดเอ  ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯ คาดการณ์ว่า หากหลังจากช่วงไตรมาสที่ 3/2563 เป็นต้นไปเป็นแล้ว สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ตลาดอาคารสำนักงานก็อาจจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ เนื่องจากการแพร่ระบาดดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าผู้เช่าหลายรายที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องธุรกิจอาจปิดตัวลงจนต้องยกเลิกสัญญาเช่าหรือปรับลดขนาดพื้นที่ลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้สามารถประคับประคองธุรกิจไปได้

สำหรับอุปสงค์การใช้พื้นที่สำนักงานรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ  8.441 ล้านตารางเมตร(ตร.ม.) อัตราการเช่าโดยรวม ณ ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 95.3%  ซึ่งถือว่ายังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ความต้องการพื้นที่สำนักงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา และอุปทานใหม่ๆ ที่ยังคงมีอยู่จำกัด ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อัตราการเช่าสูงขึ้นใน 3 พื้นที่หลักในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้แก่

-พื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ

-พื้นที่รอบเมืองฝั่งทิศตะวันออก

-พื้นที่รอบเมืองฝั่งทิศเหนือ

 สัญญาเช่าระยะยาวช่วยเสริมความแกร่ง

ทั้งนี้บริษัทต่างชาติและไทยหลายบริษัทในกรุงเทพมหานครยังคงมีความต้องการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอ และ บี ในพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ (CBD) และพื้นที่โดยรอบ แต่มีหลายบริษัทที่มีปัญหาในการหาพื้นที่ที่เหมาะสมตามความต้องการ ทำให้อาคารสำนักงานใหม่บางอาคารนอกพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ (CBD) มีความน่าสนใจสำหรับบริษัทที่ต้องการพื้นที่อาคารสำนักงานมากกว่า 1,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) หรือหลายบริษัทเลือกที่จะต่อสัญญาระยะสั้นเพื่อที่จะรออุปทานใหม่ที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จในอนาคต

อาคารสำนักงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างส่วนใหญ่มีการเปิดให้เช่าพื้นที่ล่วงหน้าโดยผ่านทางเอเจนซี่ และมีการปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่จะระยะของอัตราการเช่าที่วางไว้ ซึ่งหลายอาคารมีอัตราการเช่าพื้นที่ล่วงหน้าสูงกว่า 60% ก่อนที่อาคารจะเปิดบริการอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้เช่ามองว่าจะได้ราคาค่าเช่าที่ค่อนข้างถูกกว่าเมื่ออาคารก่อสร้างแล้วเสร็จ และยังคงมีพื้นที่ให้เลือกและได้ในขนาดพื้นที่ที่ต้องการ  ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯ จึงมองว่า จากสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันที่ตลาดยังคงแข็งแรงถึงแม้ว่าจะมีอุปทานใหม่ที่จะเข้ามาในตลาดอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต แต่ตลาดอาคารสำนักงานในประเทศไทยจะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

สำหรับค่าเช่ายังคงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ว่างมีน้อยลงในขณะที่ความต้องการยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยพบว่า ค่าเช่าเฉลี่ยของอาคารสำนักงานเกรดเอในพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 1,115 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยเฉพาะอาคารสำนักงานย่านลุมพินีพบว่าอัตราค่าเช่าเฉลี่ยในพื้นที่ลุมพินีปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,110 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยค่าเช่าของพื้นที่สำนักงานในอาคารเกรดเอ ในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ประมาณ 900 – 1,600 บาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.) แต่ค่าเช่าสุดท้ายอาจจะต่ำกว่านี้ลงมาสัก 5 – 10% หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาและขนาดของพื้นที่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดหนักในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงเป็นอย่างมาก การลงทุนเกิดภาวะหยุดชะงัก แต่สำหรับภาพรวมตลาดอาคารสำนักงานของกรุงเทพฯ พบว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภาคอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เนื่องจากโดยรวมแล้วในปีนี้อุปทานที่เหลืออยู่ยังคงไม่เพียงพอรองรับความต้องการของบริษัทต่างๆ ที่ต้องการย้ายอาคารสำนักงานใหม่ หรือขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอาคารเกรดเอ สำหรับในปี 2563 ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ฯ คาดการณ์ว่าภาคธุรกิจต่างๆ ถึงแม้ว่าอาจไม่มีการว่าจ้างพนักงานใหม่เพิ่มมากนักในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวเป็นอย่างมาก และบางส่วนอาจมีการพยายามลดต้นทุนการเพื่อเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจและต่อธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม การเช่าสำนักงานส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวจึงทำให้ตลาดอาคารสำนักงานไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเชื่อว่าในอนาคตหลายๆ บริษัทยังจำเป็นต้องขยายพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นเมื่อมีโอกาส เนื่องจากอาคารสำนักงานที่มีอยู่เดิมคับแคบกว่าที่ควรหรืออยากย้ายอาคารสำนักงานใหม่เพื่อให้สะดวกในการเดินทางมากขึ้นและเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่ดีขึ้น และพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายบริษัทแม้จะมีพนักงานจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีแต่ไม่สามารถขยายออฟฟิศได้เนื่องจากอุปทานใหม่มีเข้ามาอย่างจำกัด ดังนั้น ภาพรวมตลาดอาคารสำนักงานจะยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งในปีนี้ และค่าเช่าจะยังคงมีโอกาสปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยใน ช่วงไตรมาสที่ 1/2563 ที่ผ่านมา  พบว่าอุปทานพื้นที่สำนักงานรวมในกรุงเทพมหานครยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 8.857 ล้านตารางเมตร จากการเปิดตัวของโครงการอาคารสำนักงานบางโครงการซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งหมด 57,071  ตารางเมตร(ตร.ม.) ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯ คาดการณ์ว่า พื้นที่สำนักงานที่จะแล้วเสร็จในปี 2563 จะยังคงมีอย่างจำกัด โดยในช่วงไตรมาสที่ 2-4  จะมีพื้นที่สำนักงานก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ  329,255 ตารางเมตร(ตร.ม.) และในปี 2564-2565 จะมีพื้นที่สำนักงานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้นอยู่ที่ 368,032 ตารางเมตร(ตร.ม.) และ401,174 ตารางเมตร(ตร.ม.) ตามลำดับ ซึ่งถือว่าอุปทานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในแต่ละปียังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ตลาดยังสามารถดูดซับได้ในภาวะปกติ

สำหรับอุปทานพื้นที่สำนักงานที่จะเข้ามาในอนาคตในกรุงเทพมหานคร ปี 2563-2568 พบว่า มีมากถึง 2,799,139 ตารางเมตร(ตร.ม.) โดยพบว่า 54% หรือประมาณ  1,511,211 ตารางเมตร(ตร.ม.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและประมาณ 82% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างทั้งหมด หรือประมาณ 1,202,025 ตารางเมตร(ตร.ม.) เป็นอาคารสำนักงานเกรดและอีกประมาณ 18% หรือ 259,586 ตารางเมตร (ตร.ม.)เป็นอาคารสำนักงานเกรดบี ซึ่งกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะทำเลย่านลุมพินี เมืองชั้นนอก สุขุมวิทตอนปลาย บางนา-ตราด และรัชดา-พระราม 9 เป็นต้น

อุปทานพื้นที่สำนักงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำแนกตามพื้นที่ในช่วงปี 2563-2568

ที่มา: ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

จับตาพื้นที่บางนา-ตราด ตัวเลือกทำเลใหม่

จากข้อมูลพบว่า ในพื้นที่ย่านลุมพินีเป็นทำเลที่มีอุปทานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพื้นที่สำนักงานในช่วงปี 2563-2568 มากที่สุด เนื่องจากบางโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ รวมพื้นที่กว่า 500,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) และมีมูลค่าการลงทุน 120,000 ล้านบาท (ลบ.)ตามมาด้วยในพื้นที่เมืองชั้นนอกตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และทำเลย่านบางนา-ตราด ตั้งแต่สุขุมวิทตอนปลายเป็นต้นไป พบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจเข้ามาพัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าบนทำเลย่านนี้ พื้นที่นอกศูนย์กลางเขตธุรกิจกำลังเป็นทำเลใหม่ในการพัฒนาอาคารสำนักงานเนื่องจากราคาที่ดินที่ไม่สูงมากนักเหมาะสำหรับการพัฒนาอาคารสำนักงานและทำเลเหล่านั้นยังคงขาดแคลนพื้นที่สำนักงานเกรดเอใหม่ๆ ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เนื่องจากอาคารสำนักงานให้เช่าบนทำเลเหล่านั้นส่วนใหญ่ก่อสร้างแล้วเสร็จมามากกว่า 10 ปี และยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับที่เช่าที่จะสามารถเช่าได้ในระดับราคาที่ถูกลง เมื่อเทียบกับอาคารสำนักงานในเกรดเดียวกันในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ  เช่น ถนนรัชดาภิเษก และพระรามที่ 9 พื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิทตอนกลาง-ปลาย ถนนพหลโยธิน และทำเลย่านบางนา- ตราด เป็นต้น  โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นทางใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

สำหรับราคาที่ดินที่ปรับขึ้นในพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาอาคารสำนักงาน แต่ยังพบว่านักลงทุนทั้งนักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการไทยอีกเป็นจำนวนมากยังคงมองหาที่ดินศักยภาพในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจเพื่อนำมาพัฒนาอาคารสำนักงานให้เช่าถึงแม้ว่าราคาที่ดินจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเพียงใด เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นมองเห็นถึงโอกาสในการลงทุนบนทำเลย่านนี้ทั้งในเรื่อองของอุปทานคงเหลือที่มีค่อนข้างน้อย รวมถึงราคาค่าเช่าที่ยังสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นยังคงเชื่อมั่นและมองเห็นโอกาสในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

“ในระยะหลังนี้เราได้เห็นบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยหันมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สม่ำเสมอรวมถึงอาคารสำนักงานเพื่อที่จะกระจายความเสี่ยงจากการชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งจากการเข้าซื้ออาคารสำนักงานและนำมาปรับปรุงใหม่เพื่อที่จะสามารถปรับค่าเช่าให้เพิ่มสูงขึ้น  รวมถึงผู้ประอบการต่างชาติที่สนใจเข้าซื้ออาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ในช่วงที่ผ่านมาจึงส่งผลให้ตลาดอาคารสำนักงานในประเทศไทยยังคงเติบโตและแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยลบต่างๆที่เข้ามากระทบ” นายภัทรชัย กล่าวในที่สุด

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง