จับตาหลังโควิด-19 คลี่คลาย ผู้ประกอบการหันผุดมิกซ์ยูส รร.-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์

โจนส์ แลง ลาซาลล์ฯเผยแม้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ผลสำรวจพบรับมือได้ดีกว่าธุรกิจโรงแรม ณ สิ้นเดือนเม.ย.63 ยังเปิดให้บริการกว่า 80% ลูกค้านิยมพักระยะยาวมากขึ้นเป็น 40% เหตุเป็นธุรกิจที่ต้นทุนต่ำ กำไรสูง ล่าสุดแบรนด์โรงแรมเริ่มปรับแผนรับลูกค้าพักระยะยาว คาดหลังสถานการณ์คลี่คลายจะเกิด New Normol ใหม่ ผู้ประกอบการพัฒนามิกซ์ยูสต์ระหว่างโรงแรม-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
นางสาวพิมพ์พะงา ยมจินดา
นางสาวพิมพ์พะงา ยมจินดา รองประธานฝ่ายบริการลงทุนซื้อขายภาคพื้นเอเชีย หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านโรงแรม บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์(ประเทศไทย)จำกัด หรือ JLL  เปิดเผยว่า จากวิกฤตการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหลากหลายภาคธุรกิจบริการในประเทศไทย ตลอดรวมไปจนถึงธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ของกรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยของ JLL เผยให้เห็นว่า เมื่อเทียบกับโรงแรม พบว่าธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สามารถรับมือได้ค่อนข้างดีกว่าเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ขึ้น โดย JLL คาดว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเร่งแนวโน้มการพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และโครงการมิกซ์ยูสที่มีทั้งโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในโครงการเดียวกัน

ในการวิจัยดังกล่าว JLL ศึกษาผลประกอบการของโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ที่มีมาตรฐานระดับสากล ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2563 โดยผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ณ สิ้นเดือนเมษายน กว่า 80% ของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ยังคงเปิดให้บริการ และอัตราการเข้าใช้บริการห้องพักปรับตัวลดลงราว 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โรงแรมส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ปิดกิจการชั่วคราว ส่วนโรงแรมที่ยังคงเปิดดำเนินการอยู่มีอัตราการเข้าใช้ห้องพักลดลงเฉลี่ยเกือบ 50% และหลายโรงแรมมีผู้เข้าใช้บริการไม่ถึง 10% ของจำนวนห้องพักที่มี

“ในขณะที่ภาวะซบเซาของภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ดำเนินอยู่ ส่งผลให้โรงแรมหลายแห่งในประเทศไทยปิดตัวลงเพื่อลดต้นทุน แต่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ยังคงเปิดดำเนินการเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เข้าพักระยะยาว ส่วนนักท่องเที่ยวหรือผู้เข้าพักระยะสั้น นับว่ามีสัดส่วนที่ต่ำจากจำนวนผู้เข้าใช้บริการห้องพักทั้งหมดของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจะพยายามหันมาเพิ่มสัดส่วนของผู้เข้าพักระยะสั้นเพิ่มขึ้น แต่ลูกค้ากลุ่มหลักยังคงเป็นผู้เข้าพักระยะยาว รวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 น้อยกว่ากลุ่มธุรกิจโรงแรมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวเป็นหลัก”นางสาวพิมพ์พะงา กล่าว

ผลการศึกษาของ JLL  ระบุว่า โดยทั่วไป จำนวนผู้เข้าพักระยะสั้นและระยะยาวในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยเฉลี่ยจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 25:75 แต่สำหรับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผู้ประกอบการค่อยๆ ปรับสัดส่วนเป็น 40: 60 ในขณะที่โรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีผู้เช่าห้องพักระยะยาว แต่ขณะนี้ เริ่มมีแบรนด์โรงแรมที่มีการหันมารับลูกค้าระยะยาว เช่น แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ และโนโวเทล ลิฟวิ่ง สุขุมวิท 34 ที่กำลังจะเปิดในปีนี้

นายอเล็กซ์ ซิเกด้า

นายอเล็กซ์ ซิเกด้า รองประธานฝ่ายบริหารสินทรัพย์ หน่วยธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านโรงแรม JLL  กล่าวว่า การมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้เช่าห้องพักระยะยาว ทำให้เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวรับมือได้ดีกว่าอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในภาคบริการเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งไม่เฉพาะสถานการณ์โควิดในขณะนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิกฤตการณ์อื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาทิ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 สถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองระหว่างปี 2556-2557 และการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดปี 2562

ในขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ได้ทำให้เกิด New Normal หรือวิถีชีวิตใหม่เกิดขึ้นหลายด้านในภาคธุรกิจบริการ อีกหนึ่ง New Normal ที่ JLL คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีทั้งห้องพักโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในโครงการเดียวกัน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวดำเนินอยู่ก่อนแล้ว แต่เชื่อว่า สถานการณ์โควิด-19 จะเป็นตัวเร่งที่สำคัญ

“การลงทุนในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และโรงแรมมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน ในส่วนของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ข้อได้เปรียบคือ การมีต้นทุนต่ำและกำไรสูงกว่า รวมถึงการเป็นธุรกิจที่มีเสถียรภาพมากกว่า ในขณะที่โรงแรมมีโอกาสรับลูกค้าและปรับค่าบริการขึ้นได้ง่ายกว่าในช่วงที่มีความต้องการใช้ห้องพักสูง เนื่องจากห้องพักไม่ติดข้อผูกมัดกับลูกค้าที่เช่าระยะยาว” นายอเล็กซ์ กล่าว

นางสาวพิมพ์พะงา กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อผสานจุดแข็งและปิดจุดอ่อนของอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 2 ประเภท เครือผู้ประกอบการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะจากต่างประเทศ จึงหันมาจับกลุ่มผู้ใช้บริการห้องพักทั้งระยะสั้นและระยะยาว คาดว่าแนวโน้มนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตระหนักถึงจุดแข็งของอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองประเภทที่ช่วยปิดช่วยจุดอ่อนของกันและกันได้ ดังจะเห็นตัวอย่างโครงการใหม่ เช่น โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ โดยเครือโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) และโรงแรมไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก จากกลุ่มแอสคอทท์

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง