CCPมั่นใจตลาดครึ่งปีหลัง’63ฟื้นตัว สานต่องานภาครัฐ-ขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่

CCP มองอุตสาหกรรมคอนกรีตครึ่งปีหลัง 63 แนวโน้มดี สานต่องานโครงการภาครัฐเมกะโปรเจกต์พื้นที่ EEC  เอกชนงานนิคมอุตสาหกรรม ทั้งขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คอนกรีตสำเร็จรูปสเปกพิเศษ พัฒนาร่วมกับลูกค้ารองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน ชูกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน เพิ่มความสามารถการทำกำไร ตุนBacklog 1,800 ล้านบาท มั่นใจทั้งปีรายได้เติบโตตามเป้า 10 %
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า ความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 จะมี แนวโน้มที่ดีกว่าครึ่งปีแรก แม้ว่าภาคเอกชนจะมีการชะลอตัวในการก่อสร้าง  เนื่องจากในช่วงวิกฤติ โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้แรงงานบางส่วนต้องหายไป ทำให้ปัจจุบันเกิดการขาดแคลน ดังนั้นมองว่าสินค้าในรูปแบบพรีคาสจะสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ความต้องการดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอย่างแน่นอน เพราะยังมีปัจจัยสนับสนุนจากงานโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานในฃโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ทยอยดำเนินงานก่อสร้าง และโครงการของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานถนน  งานภาคเอกชน อาทิ นิคมอุตสาหกรรม

โควิด-19 รอบที่ 2มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งตอนนี้รอลุ้นวัคซีนป้องกันมากกว่า แต่หากเกิดวิกฤติ โควิด-19 รอบ 2 เราก็ยังคงมีความเข้มงวดในด้านสุขอนามัย ตามหลักสาธารณสุขมากกว่าเดิม แม้ว่าภาครัฐจะไม่สั่ง แต่บริษัทก็ดำเนินการมาโดยตลอด ซึ่งก็เป็นผลประโยชน์ต่อบริษัทนายอาทิตย์ กล่าว

ขณะที่ แผนการดำเนินธุรกิจของ CCP ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร และพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปร่วมกับลูกค้าเพื่อรองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจกต์ งานกรมทางหลวง และเดินหน้าติดตามโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งขยายฐานลูกค้าไปยัง กลุ่มสถาปนิกผู้รับเหมารายย่อย โครงการขนาดกลางเล็ก ที่มีความต้องการใช้งานคอนกรีตสำเร็จรูปเพื่องานก่อสร้าง Land Scape เพิ่มยอดขายสินค้าคอนกรีตสำเร็จรูป กลุ่มบล็อกกำแพง บล็อกกันหน้าดิน บล็อกปูพื้น  ที่ช่วยแก้ปัญหางานก่อสร้าง ขาดแคลนแรงงาน ลดต้นทุน ทำให้งานเสร็จรวดเร็ว ส่วนงานเอกชน มุ่งเน้นเข้ารับงานนิคมอุตสาหกรรม ที่ทยอยดำเนินงานก่อสร้างต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมา และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขยายตัวค่อนข้างน้อย

สำหรับธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mix) หลังจากที่ได้ปรับโมเดลธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ ยอดขายปรับตัวดีขึ้นและความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น ดังที่เห็นจากผลการดำเนินการช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมาปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 1,800 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน  แบ่งเป็นการรับรู้รายได้ภายในปีนี้ 60% ซึ่งบริษัทจะทยอยประมูลงานเข้ามาเพิ่ม

อีกทั้งในอนาคต เพื่อรักษาระดับไว้ไม่ต่ำกว่า 1.800 – 2,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นBacklog ที่มีคุณภาพ คัดเลือกกลุ่มลูกค้าและโครงการที่มีกำลังซื้อเพื่อเพิ่มอัตรากำไร ขณะที่การเติบโตปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ประมาณ 2,600 ล้านบาทโดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (มกราคมมิถุนายน 2563) มีรายได้ที่ดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 2562 ประมาณ 10% แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้มาจากงานภาครัฐ 80% และภาคเอกชน 20% โดยมั่นใจว่าทั้งปี 2563 รายได้รวมจะเติบโตตามเป้า 10% อย่างแน่นอน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง