เอสซีจี โฮม ชูกลยุทธ์การตลาด O2O รับเทรนด์ผู้บริโภคยุค New Normal

 เอสซีจี โฮม ชูกลยุทธ์ O2O รองรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล หลังโควิด -19 เร่งเปลี่ยนพฤติกรรมของคนสู่วิถีชีวิตใหม่ (New Normal ) พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสาขาแฟรนไชส์ “SCG HOME บุญถาวร” ปรับระบบสั่งซื้อใหม่ หวังนำ Big Data ที่ได้มาวางกลยุทธ์แม่นยำขึ้น ล่าสุด จัดงาน “SCG HOME Festival” ขึ้นครั้งแรก ณ SCG EXPERIENCE สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2563 ก่อนขยายผลจัดสัญจรไปยังต่างจังหวัด

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมด้านการซื้อสินค้าและบริการมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยตามลำดับ โดยสังเกตได้จากการเติบโตของ E-commerce รวมถึงการซื้อขายผ่านช่องทาง social media ต่าง ๆ และได้เพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งก็รวมถึงวัสดุเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านก็มีการสั่งซื้อผ่านออนไลน์ในช่วงที่มีการกักตัวอยู่บ้าน

นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ดูแลธุรกิจ SCG HOME – Retail & Distribution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้การซื้อสินค้าประเภทวัสดุและของตกแต่งบ้านผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ห่างไกลตัว แต่พอเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ส่งผลต่อเทรนด์การซื้อวัสดุและของแต่งบ้านนั้นเปลี่ยนไปคนกล้าซื้อสินค้าประเภทนี้ผ่านออนไลน์ได้ง่ายขึ้น  จากผลการศึกษาพฤติกรรมความสนใจ และการค้นหาข้อมูลเรื่องวัสดุการตกแต่งบ้าน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคพบว่า

1.ลูกค้ามีการมองหาสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคา (Value for money)

  1. สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย (Health concern) เช่น ก๊อกน้ำระบบเซนเซอร์ ลดการสัมผัส

และ 3. มีความต้องการต่อเติม ตกแต่ง ปรับปรุง เพิ่มเติมฟังก์ชันให้บ้านมากขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สูงถึง 46% (Decorating & Renovation) ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเติบโตของสินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งที่น่าจับตามอง

จากการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนสู่วิถีชีวิตใหม่ (New Normal ) โดยมีโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เกิดเร็วขึ้น ด้วยเหตุนี้เอสซีจีจึงได้เดินหน้าพัฒนาช่องทางการขายธุรกิจค้าปลีกแบบ Active OMNI-Channel ภายใต้ชื่อ SCG HOME ซึ่งได้นำหลัก Customer-centric มาใช้ในการทำงานเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างสูงสุด เน้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทาง รวมถึงการผสมผสานช่องทางการสื่อสารแบบ ทั้งออน์ไลน์ (Online) และการขายหน้าร้าน (Offline)หรือ O2O (Online to Offline )เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าโดยรวบรวมร้านค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการประเภทการสร้างใหม่ ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือตกแต่ง พร้อมช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อการทำบ้านแบบครบวงจร

ทั้งนี้ ผู้บริโภคยังได้รับความสะดวกสบายในการหาข้อมูลไปจนกระทั่งชอปปิงเชื่อมกับช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Website, Social media platform ต่าง ๆ เช่น Facebook หรือ LINE  หรือผ่าน SCG HOME Contact Center อีกทั้งยังมีแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการแบบไม่ต้องเจอหน้าหรือสัมผัสกัน อย่างเช่น “Q-Chang” แพลตฟอร์มจับคู่ระหว่างเจ้าของบ้านกับช่าง การปรึกษาและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทาง Online Chat หรือการเยี่ยมชมสถานที่และดูสินค้าผ่านโปรแกรม Virtual Store แบบ 360 องศา เป็นต้น โดยแพลตฟอร์มออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนผ่านการเพิ่มขึ้นยอดขายออนไลน์ 3-4 เท่า และมียอดการเยี่ยมชม (View) เพิ่มขึ้นจากหลักแสนเป็นหลักล้าน

นายบรรณ เกษมทรัพย์

“โควิด-19 เป็นตัวเร่งทำให้ SCG HOME พัฒนาช่องทางไฮบริดซูเปอร์แพลตฟอร์มเกี่ยวกับการทำบ้านที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่หลังคาจรดพื้น เชื่อมกับพันธมิตรคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับบ้าน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตอบโจทย์การสร้างบ้านของผู้บริโภคทุกๆคน” นายบรรณ กล่าว พร้อมกับกล่าวด้วยว่าบริษัทฯได้มีการกำหนดกลุ่มลูกค้าของ SCG HOME ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตามพฤติกรรมและความนิยมที่เปลี่ยนแปลงไป คือ กลุ่มเป้าหมายที่มีอายุประมาณ 25-45 ปี มีความต้องการปรับปรุงบ้าน การเลือกซื้อสินค้าและบริการต่างๆ เป็นต้น

ตั้งเป้าเพิ่มสาขาแฟรนไชส์ “SCG HOME ”ปรับระบบสั่งซื้อใหม่

บริษัทฯยังเร่งขยายสาขาทั้งสาขารอง (ร้านค้าช่วง)และสาขาที่เป็นระบบแฟรนไชส์ทั้ง 2 รูปแบบคือ แบบที่ร่วมกับบุญถาวรภายใต้ชื่อ “SCG HOME บุญถาวร”ขนาดใหญ่พื้นที่ 3,000-5,000 ตารางเมตร และ รูปแบบขนาดเล็กพื้นที่ 1,200-3,000 ตารางเมตร ภายใต้ชื่อ SCG HOME ”ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มแฟรนไชส์เป็น 200 สาขาแต่ละสาขาและตั้งเป้าเพิ่มร้านค้าช่วงเป็น 2,000 สาขาภายใน 3 ปี (ปี2563-2565) พร้อมกันนี้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯยังได้ปรับวิธีการสั่งซื้อสินค้าใหม่ผ่านระบบที่เรียกว่า “พร้อม พลัส (Prompt Plus)” เป็นโปรแกรมสั่งสินค้าก่อสร้างแบบค้าส่ง มาใช้กับร้านค้าช่วงเพิ่ม จากเดิมจะใช้เฉพาะกับตัวแทนจำหน่ายที่ร้านค้าหลักหรือดีลเลอร์ใหญ่เท่านั้น

การปรับวิธีการสั่งซื้อสินค้าใหม่ผ่าน “พร้อม พลัส (Prompt Plus)” ช่วยให้เอสซีจีเข้าถึงหรือรับทราบข้อมูลการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคกับลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าหรือระหว่างดีลเลอร์ใหญ่กับดีลเลอร์ช่วงได้ชัดเจน ซึ่งข้อมูล(Big Data) ที่ได้มานั้นจะช่วยให้บริษัทฯสามารถนำมาวางกลยุทธ์ได้แม่นยำขึ้น

“เมื่อก่อนการขายจะขายผ่านดีลเลอร์หลัก เราไม่มีข้อมูลว่าสินค้าเราไปอยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งแม้เราจะเปลี่ยนมาสั่งซื้อผ่านโปรแกรมพร้อม พลัส แต่ลูกค้าก็ยังไปรับสินค้าที่ดีลเลอร์เหมือนเดิม”

ในระบบการสั่งซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างเครือเอสซีจีปัจจุบันมีมุลค่า 1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นซื้อผ่านตัวแทนร้านค้า 7 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในช่วงก่อนหน้านี้เครือเอสซีจี ยังได้เพิ่มศักยภาพของดีลเลอร์ ด้วยการให้บริการด้านไฟแนนซ์หรือให้บริการด้านการเงินโดยได้ร่วมกับบริษัท เครดิต เซย์ซอน คัมปะนี ลิมิเต็ด ผู้ให้บริการด้านการเงินชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น และบริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปะนี หนึ่งในบริษัทการค้าชั้นนำของโลกจัดตั้งบริษัท สยาม เซย์ซอน ให้บริการด้านการเงิน สำหรับผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562

นอกจากนี้ บริษัทฯค่อนข้างจะเข้มระบบเครดิต ซึ่งผู้ที่จะเป็นดีลเลอร์นั้นจะต้องมีแบงก์การันตี ซึ่งหากไม่มีแบงก์การันตีก็สามารถนำหุ้นกู้ของเอสซีจีมาค้ำประกันได้

จัดงาน“SCG HOME Festival”ครั้งแรก

ด้านนางสาวปรวรรณ มหัทธนะสุข Customer and Brand Management Director ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า จากเป้าหมายหลักของ SCG HOME โดยมุ่งเป็นจุดหมายและคู่คิดเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า พร้อมลุยตลาดปรับปรุงบ้านอย่างเต็มกำลัง จึงได้ต่อยอดยกขบวนสินค้าและบริการมาในรูปแบบอีเว้นท์ เป็นครั้งแรกในงาน “SCG HOME Festival” บนพื้นที่กว่า 6,200 ตารางเมตร โดยได้รวบรวมสินค้า-บริการจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงพันธมิตรมากมาย

เพื่อตอบรับกระแส New Normal ในงาน “SCG HOME Festival” พบกับครั้งแรกที่เชื่อมต่อประสบการณ์การชอปปิงสินค้าเพื่อบ้าน ด้วยระบบการ Live ผ่านช่องทาง Facebook SCG HOME เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ได้รับชมบรรยากาศ จับจ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านโปรแกรม Chat & Shop สะดวกสบายทั้งช่องทาง Facebook  SCG HOME และ Line @scghome รวมถึงสามารถร่วมชมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานแบบออนไลน์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ลูกค้าสามารถสอบถามโปรโมชันเดียวกันนี้ได้ที่ร้าน SCG HOME ที่ร่วมรายการเช่นกัน

ภายในงานพบกับสินค้า-บริการ และโซลูชันเรื่องบ้านจากเอสซีจี พร้อมโปรโมชันมากมายในโซนต่าง ลดสูงสุดถึง 80% และภายในงานยังได้รวมร้านค้าย่อยกว่า 70 ร้าน เอสซีจีเชื่อมั่นว่างาน “SCG HOME Festival” จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเป็นงานเดียวที่สามารถตอบโจทย์ผู้ที่มีความต้องการเรื่องบ้าน ทั้งการสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม ตกแต่ง แบบครบวงจร พร้อมมาตรการป้องกันและรักษาความสะอาดอย่างรัดกุม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ ในระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ SCG EXPERIENCE สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)

นางสาวปรวรรณ ยังกล่าวว่าในตอนท้ายว่า เอสซีจีมีแผนที่จะขยายผล SCG HOME Festival สัญจรไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยจะมีคอนเซ็ปต์และรูปแบบของงานที่คล้ายคลึงกัน แต่แตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง