กูรูอสังหาฯชี้พิษโควิด-19ฉุดอสังหาฯร่วง คาดฟื้นตัวอีก 2 ปี

เจแอลแอล เผยอสังหาฯครึ่งปีแรกรับผลกระทบจากโควิด-19 ทุกเซกเมนต์ ระบุอาคารสำนักงานกระทบน้อยสุด  แนวโน้มการใช้พื้นที่ในอนาคตลดลง ประมาณ 10-15% และยังตรึงราคาเช่า 6-12 เดือน คาดภาพรวมตลาดใช้เวลาฟื้นตัว 2 ปี ด้านดีดี พร็อพเพอร์ตี้ พบไตรมาส2/2563 ราคาซื้อขายจะลดลง 4%  จากไตรมาส1/2563 ขณะที่บ้านเดี่ยวทาวน์เฮาส์ สวนกระแสปรับสูงขึ้น 2-3% และหันกระจายซื้อที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าชานเมืองมากขึ้น
นางสุพินท์ มีชูชีพ
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์(ประเทศไทย)จำกัด หรือ JLL เปิดเผยว่าในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ในช่วงครึ่งปีแรก 2563 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น สามารถแยกได้เป็น 5 เซกเตอร์ คือ

-ธุรกิจโรงแรม ซึ่งการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แม้ว่าที่ผ่านมาทางภาครัฐจะไม่ถึงกับสั่งให้ปิดโรงแรม แต่อัตราการเข้าพักก็เป็นตัวเลขที่ต่ำมาก อาจส่งผลให้บางโรงแรมเกิดการขาดทุนและปิดกิจการลงได้ เนื่องจากหากฝืนเปิดให้บริการก็ไม่คุ้มค่ากับค่าดำเนินการ ซึ่งคาดว่าภาคธุรกิจนี้จะยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าภาครัฐจะเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวได้ ซึ่งทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศประมาณ 40 ล้านคน แต่ปีนี้ได้ปรับตัวเลขใหม่เหลือเพียง 7-8 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าช่วงเวลาปกติถึง 20% และไม่มั่นใจว่าตัวเลขที่ปรับลดลงมาต่ำมากแล้วจะได้ตามที่คาดหวังหรือไม่

“ก่อนเกิดวิกฤติ โควิด-19 ธุรกิจโรงแรมมีอัตราการเข้าพักมากถึง 75-95% ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้ตัวเลขไม่ถึงอย่างแน่นอน ส่วนในปี 2564 ไม่ทราบว่าวัคซีนจะเพียงพอหรือไม่ และสภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวมากน้อยเพียงใด ซึ่งการที่ภาครัฐกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ก็คาดหวังว่าทุกอย่างจะฟื้นตัวดีขึ้น โดยช่วงนี้คงต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศก่อน” นางสุพินท์ กล่าว

-ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ในช่วงดังกล่าวธุรกิจนี้ดีขึ้นมาเล็กน้อย เพราะได้อานิสงส์ จากนักท่องเที่ยวที่ตกค้างในประเทศไทย ไม่สามารถกลับประเทศของตนเองได้ จากการสำรวจข้อมูลพบว่ามีอัตราการเข้าพักในช่วงโควิด-19 ระบาด สูงขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

-ธุรกิจศูนย์การค้า แม้ปัจจุบันจะเปิดให้บริการเต็ม 100% แล้ว แต่การจับจ่ายใช้สอยยังไม่คล่องตัวเหมือนช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

ธุรกิจอาคารสำนักงาน ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยสุด แม้ที่ผ่านมาผู้เช่าพื้นที่หลายบริษัทจะทำงานแบบ Work From Home (WFH) และขอลดค่าเช่าพื้นที่จากแลนด์ลอร์ด ซึ่งคงต้องมีการพิจารณาเป็นรายๆไป แต่เชื่อว่าแนวโน้มการใช้พื้นที่อาคารสำนักงานในอนาคตจะลดน้อยลง ประมาณ 10-15% ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนจนถึงปลายปี 2563 นี้ เพราะแต่ละบริษัทที่เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป ด้านราคาเช่าเชื่อว่าแนวโน้ม 6-12 เดือนนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด และคาดว่าในปี 2566-2567  จะมีซัพพลายใหม่เกิดขึ้นอีกประมาณ 1.4 ล้านตารางเมตร

-ตลาดคอนโดมิเนียม หากเป็นตลาดระดับลักชัวรี่ ที่ส่วนใหญ่อยู่ในทำเล สุขุมวิท สีลม สาทร เพลินจิต และหลังสวน ปัจจุบันซัพพลายมีจำนวนน้อย มีผลกระทบน้อยที่สุด ขณะที่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความรู้สึกในการอยากซื้ออาจจะลดลงไปบ้าง ส่งผลให้ผู้ประกอบการร ได้ออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ด้วยแพ็กเกจลดราคาพิเศษ  และปัจจุบันโอกาสของการซื้อในการลดราคาผ่านไปแล้ว เนื่องจากจำนวนโครงการมีอยู่ไม่มาก และโครงการเปิดตัวใหม่มีน้อยมาก ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวใหม่ในช่วงปีหน้า

“โควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศยังมีความไม่แน่นอน เพราะไม่รู้ว่าวัคซีนจะใช้ได้เมื่อไหร่ และชาวต่างชาติก็ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศได้ ทำให้ตัดสินใจในการลงทุนได้ยาก โดยเฉพาะการซื้ออสังหาฯขนาดใหญ่ เช่น การซื้อที่ดิน และโรงแรม เป็นต้น ” นางสุพินท์ กล่าว

อย่างไรก็ตามมองว่าแม้ว่าจะเกิดวิกฤติต่างๆมากมาย อาทิ วิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์  ภาคธุรกิจอสังหาฯก็ยังมีแรงต้านได้อย่างดี และสามารถฟื้นตัวได้เร็ว สามารถปรับราคาขึ้นสูงได้ ทำให้เชื่อว่าวิกฤติโควิด-19 ภาคธุรกิจอสังหาฯก็จะยังมีแรงต้านและฟื้นตัวกลับมาได้เร็วเช่นกัน แต่เชื่อว่าคงต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี จึงจะฟื้นตัวเข้าสู่สภาวะปกติ

นางกมลภัทร แสวงกิจ

ด้านนางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯในช่วงไตรมาส2/2563 ที่ผ่านมา พบว่าราคาซื้อขายจะลดลงมา 4%  เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส1/2563 แต่หากเทียบกับปี 2562 พบว่าราคาซื้อขายลดลงมาประมาณ 9%โดยเฉพาะคอนโดฯลดลงมามากสุดที่ 9% ในขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ สวนกระแสปรับสูงขึ้น 2-3% เพราะยังมีเรียลดีมานด์ และแนวโน้มการเลือกซื้ออสังหาฯจะเปลี่ยนไป เช่น คอนโดฯ จะเลือกห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีพื้นที่สำหรับ WFH ได้มากขึ้น ,พื้นที่ส่วนกลาง จะต้องมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการก็มีการปรับตัวออกแบบห้องชุดและที่พักอาศัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น

“ในช่วงไตรมาส2/2563 ที่ผ่านมา ซัพพลายในตลาดลดลงประมาณ 15% จากไตรมาส1/2563 เพราะมีการนำสินค้ามาจัดแคมเปญมากขึ้น ดีมานด์จึงรีบตัดสินใจซื้อ แต่ผู้ซื้อก็ต้องดูสัญญาและข้อมูลต่างๆให้ดีว่ามีความสามารถในการชำระระยะยาวได้หรือไม่” นางกมลภัทร กล่าว

นอกจากนี้ยังพบว่าทำเลใจกลางเมืองไม่ใช่ปัจจัยในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอีกต่อไป เพราะปัจจุบันหลายคนสามารถทำงานที่บ้านได้ อีกทั้งปัจจุบันรถไฟฟ้าได้ขยายออกไปนอกเมืองในหลายเส้นทาง ทำให้ดีมานด์สามารถซื้อที่อยู่อาศัยที่กระจายไปตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆได้เช่นกัน โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยว จะเป็นตัวเลือกในการซื้อมากขึ้น  แต่โดยภาพรวมแล้วมองว่าตลาดอสังหาฯก็ยังต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัว

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง