คอนโดมิเนียมราคาประหยัด

สถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 ผสมกับปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยประสบภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรงทั่วประเทศ แม้รัฐบาลจะบริหารจัดการด้านการควบคุมโรคได้ดีจนทำให้การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไม่หนักหน่วงเหมือนอีกหลายประเทศทั่วโลก แต่กำลังซื้อของประชาชน การควบคุมความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อของภาคการเงิน และความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัย ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยใหม่ค่อนข้างตกต่ำ โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมรอบกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงในพื้นที่ของจังหวัดท่องเที่ยว

นายสัมมา คีตสิน

นายสัมมา คีตสิน กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหชน) หรือ SENA กล่าวว่าเคยมีผู้วิเคราะห์ว่าตลาดคอนโดมิเนียมราคาปานกลางถึงต่ำ (หรืออาจเรียกว่า Budget Condo) น่าจะประสบปัญหามากกว่าตลาดคอนโดมิเนียมราคาสูง เนื่องจากสำหรับตลาดบนแล้วผู้ซื้อน่าจะมีกำลังซื้อ และสถาบันการเงินน่าจะยินยอมปล่อยสินเชื่อให้ผู้ซื้อได้มากกว่า แต่ในความเป็นจริงสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ในประเทศอื่นๆ ทำให้ภาคการท่องเที่ยว การเดินทาง และธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้ผู้ที่เคยประกอบอาชีพที่มีรายได้ค่อนข้างสูงประสบปัญหาการถูกเลิกจ้างหรือมีรายได้ลดลงอย่างมาก ดังนั้น แม้แต่ในตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนก็ประสบปัญหาการขายได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ภาครัฐให้การสนับสนุนธุรกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จากปกติล้านละ 20,000 บาทเหลือล้านละ 100 บาท และลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดจำนองจากปกติล้านละ 10,000 บาทเหลือล้านละ 100 บาท มีผลถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ยังช่วยพยุงธุรกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาที่อยู่อาศัยที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน จะพบว่าสำหรับงบประมาณในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทนั้น ผู้ซื้อสามารถซื้อได้เพียงทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโดมิเนียมเท่านั้น เนื่องจากระดับราคาบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดได้ขยับสูงขึ้นจนเกินเพดานราคาดังกล่าว หรือหากซื้อได้ก็น่าจะเป็นสินค้าบ้านมือสองหรือบ้านชั้นเดียว

ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  ชี้ว่ามีหน่วยเหลือขายของคอนโดมิเนียม เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ประมาณ 73,100 หน่วย โดยเป็นส่วนที่สร้างเสร็จเหลือขายประมาณ 23,600 หน่วยเป็นส่วนที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเหลือขายประมาณ 34,500 หน่วย และเหลือขายแต่ยังไม่ได้เริ่มสร้างประมาณ 15,000 หน่วย

หากเราดูตัวเลขทั้งฝั่งอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ของคอนโดมิเนียมในตลาดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากลุ่มคอนโดมิเนียมในกลุ่มระดับราคา 1-2 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยสูงสุดในทุกมิติมากกว่ากลุ่มระดับราคาใดๆ ในขณะที่กลุ่มคอนโดมิเนียมในระดับราคา 2-3 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยสูงรองลงมาไม่ห่างกันมากนัก จนแทบจะเรียกได้ว่าคอนโดมิเนียมในระดับราคา 1-3 ล้านบาทเป็นตลาด Mass Market ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจหากจะมีข่าวแถลงจากสำนักวิจัยต่างๆ อยู่เสมอว่าคอนโดมิเนียมราคา 1-3 ล้านบาทเป็นระดับราคาที่ขายดีที่สุด (ซึ่งน่าจะหมายความว่าเป็นข่าวดี) หรือคอนโดมิเนียมราคา 1-3 ล้านบาทเป็นระดับราคาที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุด (ซึ่งน่าจะหมายความว่าเป็นข่าวร้าย) จึงเห็นได้ว่า การตีความสภาวะของตลาดคอนโดมิเนียมมักเป็นการตีความเข้าข้างตัวเองจากมุมมองในตัวเลขชุดเดียวกันแต่มองจากคนละด้าน

จากการวิเคราะห์แยกย่อยลงไปในตลาดคอนโดมิเนียมราคา 1-2 ล้านบาท ที่กล่าวกันว่ามีจำนวนหน่วยมากกว่าระดับราคาใดๆนั้น แท้จริงแล้วราคาส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในระดับราคา 1.6-2 ล้านบาทเป็นส่วนใหญ่ แต่คอนโดมิเนียมในระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทนั้นมีจำนวนน้อย และน้อยลงตามลำดับในระดับราคาใกล้เคียง 1 ล้านบาทและต่ำกว่า 1 ล้านบาท คอนโดมิเนียมราคาใกล้เคียง 1 ล้านบาทหรือต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีให้เห็นได้บ้างในพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพมหานคร รวมถึงจังหวัดปริมณฑล และพื้นที่ใกล้แหล่งงานในจังหวัดภาคตะวันออก

คอนโดมิเนียมในกลุ่มราคาประหยัดดังกล่าวเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นผู้อาศัยอยู่ในหอพักหรืออพาร์ตเม้นต์หรือคอนโดมิเนียมปล่อยเข่า ทั้งนี้ หากราคาซื้อขายคอนโดมิเนียมค่อนข้างต่ำและราคาค่าเช่าค่อนข้างสูง ทำให้อัตราส่วนราคา (Price) ต่อค่าเช่า (Rent) หรือ Price-to-Rent มีค่าต่ำเท่าไรก็ยิ่งทำให้มีความเหมาะสมที่จะซื้อคอนโดมิเนียมมากกว่าการเช่า เช่น หากราคาซื้อขายคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 1.4 ล้านบาท แต่อัตราค่าเช่าในตลาดเช่าอยู่ที่เดือนละ 7,000 บาท หรือปีละ 84,000 บาท อัตราส่วน Price-to-Rent Ratio เท่ากับ 1,400,000/84,000 = 16.7 เท่า อัตราส่วนดังกล่าวถือว่าต่ำเพียงพอและน่าดึงดูดให้ผู้บริโภคซื้อเป็นกรรมสิทธิ์มากกว่าการจ่ายค่าเช่าในอัตราสูงไปทุกเดือน (ในกรณีนี้ค่าซื้อคอนโดมิเนียมเท่ากับค่าเช่าประมาณ 16 ปี 8 เดือน แต่หากค่า Price-to-Rent Ratio สูงมากเกินไป เช่น เกินกว่า 25 เท่า ผู้บริโภคควรเช่ามากกว่าซื้อ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อบ้านอยู่ในระดับต่ำมากและภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนการซื้อขายผ่านมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และการจดจำนอง

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง