อสังหาฯปี’64 ฟื้นตัว จับตาเปิดตัวโครงการใหม่ “บวก” ทุกไตรมาส

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) คาดตลาดอสังหาฯปีหน้า 2564 สดใสแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หน่วยโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด 383,272 หน่วย มูลค่า 950,591 ล้านบาท หากมีมาตรการภาครัฐเข้ามากระตุ้น ลุ้นการเปิดตัวโครงการใหม่มีอัตราการขยายตัวบวกทุกไตรมาสสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบและการฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯ ขณะที่ตลาดอสังหาฯปี 2563 การ คาดทั้งปี 2563 มีแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 351,640 หน่วย มูลค่า 862,500 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าจำนวน -10.3% และ -7.3% ตามลำดับ

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาฯผ่านจุดต่ำสุดในช่วง Q2/2563 และมีการปรับตัวดีขึ้นใน Q3/2563 โดยช่วงต่ำสุดคือเดือนเมษายน 2563 เป็นช่วงที่มีการ Lockdown เมื่อพิจารณาถึง QoQ การปรับตัวของตลาดอสังหาฯมีทิศทางดีขึ้นแต่ยังคงติดลบเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี คาดการณ์ว่าระยะเวลาที่เหลือของปี 2563 ยังคงมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นและเห็นชัดเจนในครึ่งหลังของปี 2564 ทิศทางการโอนกรรมสิทธิ์และการเปิดตัวใหม่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นลำดับ เมื่อพิจารณาถึงการเปิดตัวเทียบ YoY จะมีแนวโน้มอัตราการขยายตัวเป็นบวกทุกไตรมาสถือเป็นปีที่เริ่มฟื้นตัวกลับมาของอสังหาฯโดยคาดการณ์ว่าหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 353,236 หน่วย มูลค่า 876,121 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 0.5% หากมีมาตรการจากทางรัฐบาลออกมากระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาฯจะส่งผลให้หน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 383,272 หน่วย มูลค่ารวม 950,591 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 9% ขณะเดียวกันคาดการณ์แนวโน้มที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีโครงการเปิดใหม่ราว 88,828 หน่วย มีมูลค่า 400,306 ล้านบาท อัตราการขยายตัวคิดเป็น 24.3% สัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นบ้านจัดสรรราว 58% และเป็นอาคารชุด 42%

ในปี 2564 แม้การโอนกรรมสิทธิ์สูงกว่าปี 2563 แต่ยังคงไม่หวือหวามากนัก เป็นผลมาจากยอดขายในปี 2563 ที่มีอัตราต่ำส่งผลต่อการโอนกรรมสิทธิ์ในปีหน้าที่สอดคล้องกันแต่สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อภาวะเศรษฐกิจที่มีทิศทางดีขึ้น สินค้าคงเหลือลดน้อยลงทำให้มีการเพิ่มซัพพลายเข้าสู่ตลาด หากภาครัฐออกมาตรการมาจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯจะทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นได้ เศรษฐกิจของภาคอสังหาฯจะมีการปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ตามภาวะเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ

“ยังคงมีดีมานด์ อยู่ในทุกๆพื้นที่ แต่ด้วยการขอกู้ซื้อบ้านเป็นุปสรรคทำให้ดีมานด์เหล่านั้นกลายเป็นดีมานด์ที่ไม่มีศักยภาพพอที่จะขอสินเชื่อบ้านได้ หากเศรษฐกิจกลับมาสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจธนาคารและผู้กู้ จะมีผู้บริโภคจำนวนมากที่เข้ามาซื้อบ้าน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อบ้านมากขึ้น และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ผู้ประกอบการให้สิทธิประโยชน์พิเศษ ณ ช่วงเวลานี้ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการขับเคลื่อนธุรกิจได้ต่อไป หากมีมาตรการมาช่วยในการขอสินเชื่อให้ง่ายขึ้นจะทำให้ภาคธุรกิจอสังหาฯดำเนินไปได้ด้วยดีกว่าปัจจุบัน” ดร.วิชัยกล่าว

ขณะที่ปี 2563 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสะสม 9 เดือน มีจำนวนทั้งสิ้น 261,855 หน่วย มูลค่า 668,936 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนร้อยละ -7.9 ซึ่งอยู่ในระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ทั้งนี้พบว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบมีจำนวนทั้งสิ้น 180,322 หน่วย มูลค่า 458,280 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ -6.1 ขณะที่อาคารชุดมีจำนวนทั้งสิ้น 81,533 หน่วย มูลค่า 210,656 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ -11.6 ซึ่งเป็นการติดลบน้อยลงนับเป็นสัญญาณบวกในด้านอุปสงค์ที่มีการปรับเข้าสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น และยังพบว่าเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ประเภทบ้านใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 131,303 หน่วย มูลค่า 425,134 ล้านบาท มีการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ -5.5 และบ้านมือสอง จำนวนทั้งสิ้น 130,552 หน่วย มูลค่า 243,802 ล้านบาท การปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ -10.2

เมื่อพิจารณาในระดับราคาพบว่า แนวราบในกลุ่มราคา 2.01-3.00 ล้านบาทมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวนสูงสุดทั้งสิ้น 43,335 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.0 ของการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบทั้งหมด และมีอัตราการขยายตัวสูงสุดถึงร้อยละ 31.3 ในขณะที่กลุ่มอาคารชุดระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดจำนวน 25,840 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 31.7 ของการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดทั้งหมด แต่เป็นการโอนที่มีอัตราลดลงเมื่อเทียบปีก่อนหน้า ร้อยละ -17.6 โดยกลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดของหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดคือระดับราคา 7.51-10.00 ล้านบาท มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 6.1

ทั้งนี้ REIC คาดการณ์ว่า ปี 2563 มีแนวโน้มที่จะมีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประมาณ 351,640 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 862,500 ล้านบาท มีการปรับตัวลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ร้อยละ -10.3 และ ร้อยละ -7.3 ตามลำดับ

ความเคลื่อนไหวด้านการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ผ่านมาลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยอดสะสม 9 เดือน พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 50,781 หน่วย มูลค่า 228,949 ล้านบาท มีการปรับตัวลดลงร้อยละ -20.9 ซึ่งเป็นการลดลงของโครงการอาคารชุดมากถึงร้อยละ -41.8 ขณะที่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 โดยแยกเป็นประเภทอาคารชุด 20,089 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 39.6 ทาวน์เฮ้าส์ 19,802 หน่วย ร้อยละ 39.0 บ้านเดี่ยว 5,784 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 11.4 บ้านแฝดจำนวน 4,709 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 9.3 และอาคารพาณิชย์ 397 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 0.8

ด้านทำเลที่มีโครงการเปิดตัวใหม่สะสมมากที่สุดในช่วง 9 เดือนแรก จำนวน 5 ทำเล ประกอบด้วย 1. ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ จำนวน 6,153 หน่วย 2. เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก จำนวน 4,677 หน่วย 3. บางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย จำนวน 4,210 หน่วย 4. เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด จำนวน 3,799 หน่วย และ 5. บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง จำนวน 3,495 หน่วย โดยกลุ่มราคาที่มีการเปิดตัวใหม่สูงสุดคือระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท มีจำนวนถึง 17,557 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 34.6 ของหน่วยที่เปิดขายใหม่ทั้งหมด

ทั้งนี้ REIC คาดการณ์ว่า ปี 2563 มีแนวโน้มที่จะมีโครงการเปิดตัวใหม่จะลดลงมาอยู่ที่ 71,467หน่วย ในปี 2563 มีการเปิดตัวใหม่ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ -27.3 ซึ่งเป็นการลดลงของโครงการอาคารชุดมากถึงร้อยละ -50.0 ขณะที่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง