รัฐบาลเล็งขยายโควตาต่างชาติซื้อคอนโดฯ 75%

นับตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้ส่งจดหมายเชิญตัวแทนจากภาคธุรกิจต่างๆซึ่งก็รวมถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะร่วมกันหาทางรอดฟื้นธุรกิจหลังโควิด-19ไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 ที่ผ่านมานั้น ทำให้เป็นที่น่าจับตามองว่าในหลากหลายข้อเสนอนั้นพบว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทยอยออกมารับลูก ประกาศ “มาตรการกระตุ้นลูกค้าต่างชาติ” เป็นนโยบายนำร่อง เห็นได้จาก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด หรือ ไทยแลนด์ อิลิท รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดตัวบัตรสมาชิกประเภท Elite Flexible One” โดยสมาชิกบัตรฯ จะต้องลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมในประเทศไทยที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมเข้าอยู่อาศัย ที่มีมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ได้วีซ่า 5 ปีและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เป้าหมายคือ ชาวต่างชาติที่มีศักยภาพในการลงทุนสูง (High-End )

ไทยแลนด์ อิลิท ได้เชิญชวนให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆที่สนใจเข้าร่วมโครงการ และต้องมีการทำบันทึกความเข้าใจในข้อตกลงความร่วมมือกับ ไทยแลนด์ อิลิท จึงสามารถดำเนินการในผ่านโปรแกรมพิเศษนี้ได้ ซึ่ง “Elite Flexible One” นี้จะมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี  (เริ่ม 1 มกราคม 2564 สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2565) ** อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  >>ไทยแลนด์ อีลิท หนุนรัฐกระตุ้นอสังหาฯ

วงในชี้รัฐบาลเล็งขยายโควตาต่างชาติซื้อคอนโดฯ 75%

เพื่อตอบสนองแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจในการดึงให้กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุนชาวต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนหรือซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย นั่นคือ ขยายสิทธิ์การถือครองหรือการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ จากที่กำหนดโควตาต่อโครงการไม่เกิน 49% เป็น 75% ในทุกทำเล !!  ที่ขณะนี้คนวงในรัฐบาลอยู่ระหว่างหารือขยายโควตาดังกล่าว

ต่อกระแสข่าวดังกล่าว ทีมข่าว prop2morrow.com ได้สำรวจความเห็นของผู้ประกอบการอสังหาฯนั้นก็ขานรับและเห็นด้วย หากรัฐบาลจะขยายโควตาต่างชาติเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมเป็น 75%  เพราะอย่างน้อยๆก็ได้ช่วยสร้างบรรยากาศการซื้อขายให้กับภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่วนที่ว่าจะได้ผลมากแค่ไหนนั้นยากที่ฟันธงได้ชัดๆ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตุว่าในช่วงที่ผ่านมาต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมเต็มโควตาต่อโครงการไม่เกิน 49% นั้นเกิดขึ้นบางทำเลในเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต ซึ่งทำเลเหล่านี้แม้จะเป็นที่นิยมของต่างชาติ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ทุกโครงการที่จะมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เต็ม 49%

นอกจากนี้ ยังจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่างๆของกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กล่าวคือ การขยายโควตาต่างชาติเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมเป็น 75% ควรจะมีเงื่อนไขหรือไม่อย่างไร อาทิ ควรกำหนดไว้ว่าส่วนที่เกิน 49%นั้นไม่สามารถออกเสียงโหวตกำหนดกฎระเบียบต่างๆในคอนโดมีเนียมได้ เป็นต้น

“ตลอดหลายสิบปี 49%โควตานี้ไม่เคยเต็มแม้แต่กรุงเทพฯเองก็ไม่เต็ม” … นั่นเป็นความเห็นของ นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

พร้อมกันนี้เขายังให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลจะขยายโควตาต่างชาติซื้อคอนโดฯ 75% จริงจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น การโหวตนิติบุคคลอาคารชุดต้องลิมิตหรือไม่ แต่ถ้าไม่ลิมิตหรือปล่อยให้โหวตออกเสียงได้ตามสิทธิ์ที่ถือครองได้มากกว่า 49% นั่นหมายความว่ามีกรรมสิทธ์ที่ดินของโครงการนั้นๆด้วย เป็นแบบนี้จะขัดแย้งกับกฎหมายที่ดินหรือไม่ เพราะนิติบุคคลแม้จะเป็นนิติบุคคลอาคารชุดกก็เหมือนบริษัท เพื่อป้องกันควรมีการกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน เพราะเชื่อว่า เรื่องนี้จะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยตามมาแน่นอน

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอสังหาฯได้เสนอไปยังหน่วยงานรัฐบาลถึงมาตรการกระตุ้นลูกค้าต่างชาติซื้อสังหาฯหรือที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ด้วยการเปิดให้ต่างชาติเช่าระยะยาว 50-90 ปี จากปัจจุบันคุ้มครองสิทธิการเช่า 30 ปี ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเปิดให้เช่าระยะยาวโดยทำสัญญาฉบับเดียว ไม่ต้องต่ออายุ เชื่อมั่นว่าเป็นทางออกที่ดีทำให้แนวโน้มมีดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย เป็นบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 มากขึ้น และยิ่งประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่ป้องกันและควบคุมโรคระบาดโควิด -19 ได้ดี ซึ่งนี่จะเป็นปัจจัยบวกที่ดีซึ่งรัฐบาลเองก็น่าจะโปรโมตโครงการ “Thailand Best Second Home”ให้ชาวต่างชาติได้รับทราบมากกว่านี้ก็น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศไม่ใช่ภาคที่อยู่อาศัยอย่างเดียว

ด้านนายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) (ORI) กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและเห็นด้วยที่รัฐบาลการขยายเพดานการซื้อที่อยู่อาศัยประเภคคอนโดมิเนียมจากเดิม 49% เป็น 75% เพื่อดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติซื้ออสังหาฯไทยในบางทำเลหรือบางพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร  พื้นที่อีอีซี. และเมืองท่องเที่ยวเช่น ภูเก็ต สมุย หัวหิน

ความเห็นดังกล่าว สอดคล้องกับ ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (ANAN) ที่กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะขยับเพดานต่างชาติซื้อหรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมสูงกว่า 49% เป็น 75% เฉพาะช่วงนี้ ชาวต่างชาติโดยเฉพาะจีน มีความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ไทยค่อนข้างมาก แต่ติดเพดานกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับชาวต่างชาติต้องไม่เกิน 49%

“ผมว่าถ้ารัฐบาลขยายเพดานจริงก็จะส่งผลบวกทั้งอุตสาหกรรมและจะส่งผลดีไปยังภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศด้วย” ดร.ชัยยุทธ กล่าว

คาดยอดขายอสังหาฯปี’63 ติดลบ 14% ราคาคอนโดฯยังไม่ถึงจุดต่ำสุด!

ขณะที่ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวให้ความเห็นว่า การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือที่อยู่อาศัยในไทยได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะผ่านไทยแลนด์ อิลิท หรือ จะมีการปรับแก้กฎระเบียบ หรือกฎหมายที่เป็นอุปสรรคนั้นนอกจากจะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมด้วย

อย่างไรก็ตาม มองว่า ในปี 2563 นี้โดยรวมด้านยอดขายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ติดลบ 14% สำหรับราคาขายห้องชุดในคอนโดมิเนียมนั้น ถึงแม้ผู้ประกอบการเจ้าโครงการจะแข่งจัดโปรโมชั่น แต่ก็ยังมองว่า ราคาที่ขาย ยังไม่ถึงระดับต่ำสุด (Bottom) กล่าวคือ ราคายังลดลงได้อีก

ส่วนภาพโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้บริโภคหันไปซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบที่อยู่รอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น ส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐในโครงการรถไฟฟ้าทำให้การเดินทางเข้าและออกนอกเมืองสะดวก เทรนด์ของตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคากลางๆยังมีความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค เห็นได้จากผู้ประกอบการที่วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่มีราคาขายต่อหน่วยที่ถูกลง และเชื่อว่าการแข่งขันของตลาดผ่านกิจกรรมการตลาดหรือการจัดโปรโมชั่นยังรุนแรงต่อเนื่องเพื่อระบายสินค้าที่เหลือขายหรือสต็อกคงค้างที่มีเป็นจำนวนมาก

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง