กลุ่มอสังหาหอการค้าฯ “อธิป” แนะรัฐกระตุ้นธุรกิจฟื้น

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ฯ สภาหอการค้าฯ มั่นใจ GDP ปี64 โตเกิน 3-4% แนะรัฐกระตุ้นรายเซกเตอร์ดันภาคอสังหาฯฟื้น ระบุแบงก์ยังเข้มปล่อยสินเชื่อโครงการรายย่อย ด้านเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนหันซื้อแนวราบนอกแนวรถไฟฟ้า ลุ้นคลังไฟเขียว 5 ข้อเสนอ 3 สมาคม  ยันไม่หนุนสงครามราคา จับตาการควบรวมกิจการยังมีต่อเนื่อง ชง 6 ทางรอดผู้ประกอบการฝ่าวิกฤติ
นายอธิป พีชานนท์
นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า มีการคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ในปี 2564 จะโตเกิน 3-4% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีกว่าปี 2563 แต่เซกเตอร์ต่างๆยังไม่สามารถนำไปคำนวณได้เต็มที่ เพราะไม่ได้มีการเจาะลงไปที่เซกเตอร์ใดโดยเฉพาะ ส่วนอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะยังคงทรงตัว ไม่ปรับขึ้นสูงไปจนถึงปลายปี 2564 ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ที่ไม่ต้องแบกภาระเพิ่มขึ้น
ส่วนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ยังมีความกังวลเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสีย  หนี้ครัวเรือที่สูง ความไม่มั่นคงของผู้กู้  ทำให้สถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ รวมไปถึงมาตรการการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value : LTV) ที่ยังไม่ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อบ้านหลังที่ 2-3 ใช้เม็ดเงินในการซื้อที่สูงขึ้น จึงต้องชะลอการซื้อออกไปก่อน
อีกปัจจัยที่ต้องจับตาดูคือเรื่องมาตรการกระตุ้นเป็นรายเซกเตอร์ของภาครัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีการการออกมาตรการโดยรวมของประเทศมากกว่า เช่น ชิมช้อปใช้,คนละครึ่ง และช้อปดีมีคืน เป็นต้น ในขณะที่ภาคธุรกิจอสังหาฯนั้นยังไม่ถูกกระตุ้นเท่าที่ควร
“ในด้านปัจจัยอื่นๆเช่น ระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ  ที่เปิดให้บริการแล้วหลายสาย ส่วนรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่  อยากทราบว่าจะเปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนตัวก่อสร้างได้เมื่อไหร่ เพราะจะทำให้เกิดการสร้างที่อยู่อาศัยรองรับดีมานด์ที่มีการขยายตัวได้ต่อไป สำหรับชาวต่างชาติที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาซื้ออสังหาฯและโอนกรรมสิทธิ์ได้ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่มอบอำนาจในการโอนกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด ซึ่งเป็นรายละเอียดที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาแก้ไข จึงจะพบปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่มองแต่ภาพใหญ่อย่างเดียว และสิ่งที่แอบกังวลในขณะนี้คือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่อาจจะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค” นายอธิป กล่าว
นายอธิป กล่าวเพิ่มเติมว่า หากภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น การลงทุนในภาคอสังหาฯก็จะขยายตัว มีการเปิดตัวโครงการใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการแนวราบ ที่มียอดขายที่ดี ส่วนคอนโดฯ ยังมีปัญหาในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อโครงการ ที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดมาก หากเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯก็ยังสามารถระดมทุนหาเม็ดเงินได้หลายช่องทาง แต่หากเป็นบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังต้องอาศัยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ที่ปัจจุบันมีการตั้งเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูง โดยโครงการที่พัฒนาจะต้องมียอดขายเกิน 50% หรือต้องให้ผู้ประกอบการซื้อที่ดินให้ได้ก่อน จึงจะปล่อยสินเชื่อโครงการ เชื่อว่าในครึ่งแรกของปี 2564 ผู้ประกอบการที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีปัญหาในเรื่องของการเปิดตัวโครงการใหม่ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีคู่แข่งขันที่น้อยลง
สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป  โดยเทรนด์ในปี 2564  จะหันไปเน้นโครงการแนวราบที่ไม่ได้อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้ามากขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันระบบการคมนาคมสะดวกสบายมากขึ้น โดยที่อยู่อาศัยระดับราคา 1.5-5 ล้านบาท ยังเป็นกลุ่มที่ใหญ่ มีสัดส่วนมากถึง 60% ขอตลาดรวม รองลงมาเป็นกลุ่มระดับราคา 5-8 ล้านบาท มีสัดส่วนประมาณ 10% และที่เหลือจะเป็นกลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่กลุ่มดังกล่าวก็จะประสบปัญหาในเรื่องการกู้สินเชื่อรายย่อยจากสถาบันการเงิน มียอด Reject มากที่สุด  ขณะที่ที่อยู่อาศัยระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป มีส่วนแบ่ง 10-15% และกลุ่มนี้ส่วนใหญ่กู้สินเชื่อไม่ถึง 50% และที่เหลือจะเป็นซื้อด้วยเงินสด
นายอธิป กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วน 5 ข้อเสนอที่ทางสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ยื่นหนังสือเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น ยังไม่มีสามารถตอบได้ว่าภาครัฐจะทำตามที่เสนอไปได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะยังไม่ได้มีการเข้าพบรัฐมนตรีฯแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าจะมีความคิดเห็นในเชิงบวกเช่นเดียวกับ 3 สมาคมหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่อง LTV ที่เกรงว่าจะเกิดปัญหาหนี้เสียในอนาคตได้ เพราะความคิดเห็นของภาคเอกชนและภาครัฐยังไม่ตรงกัน
“สิ่งที่นำเสนอไป ล้วนเป็นสิ่งที่เคยใช้มาแล้ว และได้ผลดีกับผู้บริโภคทุกครั้ง แต่ก็มีคนไปพูดว่าเรื่องที่เสนอไปเป็นผลประโยชน์กับผู้ประกอบการมากกว่า ซึ่งไม่ควรที่จะพูดเช่นนั้น เพราะไม่ใช่การเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องผลประโยชน์นั้นผมมองว่าเป็นไปโดยอัตโนมัติมากกว่า เพราะผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์เต็มๆคือผู้บริโภคมากกว่า”นายอธิป กล่าว
นายอธิป กล่าวต่อไปว่า การที่เริ่มมีผู้ประกอบการบางรายหันไปรุกตลาดคอนโดฯต่ำกว่า 1 ล้านบาทมากขึ้นนั้น มองว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการแต่ละราย แต่ก็ควรที่จะหันไปดูซัพพลายในตลาดในขณะนี้ว่า กลุ่มระดับราคาดังกล่าวเฉพาะในพื้นที่ปทุมธานี มีเกินกว่า 20,000 ยูนิต ที่ยังไม่สามารถระบายออกไปได้ ซึ่งหากมีการเข้ามาพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะเกิดโอเวอร์ซัพพลาย และเกิดยอด Reject มากขึ้นอย่างแน่นอน  ผู้ประกอบการนำยูนิตที่มีปัญหากลับมาวนขายถึง 4 รอบ เนื่องจากลูกค้ากู้ไม่ผ่าน แต่ถ้าหากเป็นโครงการของดำเนินการโดยภาครัฐนั้น  เช่น กรมธนารักษ์ และการเคหะแห่งชาติ นั้นสามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นสวัสดิการของภาครัฐ และมีนโยบายที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว
ปัจจุบันมีคอนโดฯเหลือขายทั่วประเทศมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนประมาณ 40,000 ยูนิต  ตัวเลขดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสินค้า และแข่งขันกันลดราคา  ยิ่งคอนโดฯมือสองก็ทยอยออกมาขาย ยิ่งทำให้การแข่งขันมากขึ้น ซึ่งทำให้มีผลต่อการเปิดตัวโครงการใหม่  ซึ่งความจริงแล้วไม่ค่อยสนับสนุนการแข่งขัน “Price war” แต่เนี่องจากในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาส่งผลให้บางโครงการไม่มียอดขายต่อเดือนเข้ามาเลย ทำให้ผู้ประกอบการต้องงัดกลยุทธ์เหล่านี้มาใช้
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปี 2564 ยังมีปรากฏการณ์การควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions : M&A) อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ส่วนใหญ่เริ่มมองหานักลงทุนจากต่างชาติมาเป็นพันธมิตร หรือซื้อกิจการ ซึ่งเป็นไปได้ใน 3 รูปแบบ เช่น A ไปเทกโอเวอร์ B แล้วเป็น A , A+B กลายเป็น C หรือ A+B  และไปหาผู้มาซื้อกิจการที่พร้อมจะขาย เป็นต้น

“ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีผู้ประกอบการหลายรายได้ผ่านวิกฤติกันมาหลายรอบแล้ว จะพบว่าทุกวิกฤติมีความผันผวนตลอด แต่ธุรกิจที่อยู่ได้จะต้องประกอบไปด้วย 1.ไม่ลงทุนเกินตัว 2.ไม่แบกภาระหนี้จนเกินไป3.ต้องทำในสิ่งที่ตนเองถนัด 4.ควรพัฒนาอยู่ในทำเลที่มีความเชี่ยวชาญ 5.ไม่ควรแบกภาระของพนักงานมากจนเกินไป 6.สภาพคล่องทางการเงิน ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนให้ได้ในระยะยาวอย่างน้อย 2 ปี” นายอธิป กล่าวในที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง