บ้านจัดสรร ปรับทุกองศาโต้คลื่นศก.

ทีมงาน “พร็อพทูมอร์โรว์” (prop2morrow) ได้สัมภาษณ์ 3 นายกอสังหาฯ ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ,สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย เพื่อนำเสนอ 3 มุมมองตลาดอสังหาฯในปี 256ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งในแต่ละมุมมองของทั้ง 3 ท่านล้วนน่าสนใจ  โดยบทสัมภาษณ์จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ตอน  โดยเริ่มจาก  “นายวสันต์ เคียงศิริ” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร  เป็นตอนแรก
นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเผยตลาดอสังหาฯปี64 ส่งสัญญาณฟื้นตัว ดีพีแนวโน้มปรับเพิ่มเป็นบวก 3-4จากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศกลับเป็นบวก 12วอนรัฐผ่อนปรนปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย-ภาษีที่ดินฯ เชื่อบ้านราคา 3-7 ล้านบาทขึ้นไป ยังเติบโตต่อเนื่อง ส่วนราคาต่ำกว่า ล้านบาทยังมีความเสี่ยง แนะผู้ประกอบการต้องพร้อมปรับตัว
นายวสันต์ เคียงศิริ
นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า จากข้อมูลของหลายๆฝ่ายพบว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 น่าจะฟื้นตัวดีกว่าปี 2563 ซึ่งส่งสัญญาณดีมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 จากมาตรการต่างๆของภาครัฐ ประกอบกับผู้ประกอบการต่างโหมจัดโปรโมชั่น ทำให้มียอดขายและยอดรายได้ที่ดีขึ้น ส่งผลให้จีดีพี ในปี 2563 จาก-8 เหลือ -7% การโอนกรรมสิทธิ์ ที่เดิมคาดการณ์ว่าจะ-20% แต่ประมาณการณ์ว่าลดลงมาเหลือ-10%

ดังนั้นเชื่อว่าในปี 2564 จีดีพีจะปรับตัวเพิ่มเป็นบวก 3-4เพราะอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศน่าจะกลับมาเป็นบวก 12% แต่ทั้งนี้ยังมีความกังวลในเรื่องปัจจัยลบต่างๆ ได้แก่

1.การปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน (Reject) ซึ่งอยากให้สถาบันการเงินของภาครัฐมีการผ่อนปรน เพื่อให้ผู้ต้องการมีที่อยู่อาศัยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

2.พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ซึ่งอยากให้มีการลดหย่อนภาษีในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แม้จะลดหย่อนไม่ถึง 90% ก็ยังดีกว่าไม่ลดหย่อนเลย

ทั้งนี้นอกจาก 2 ปัจจัยลบดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็ยังมีความหวาดหวั่นในอีก 2 ปัจจัยที่มีความเสี่ยงเพิ่มเติมคือ สถานการณ์การเมือง และโควิด-19 รอบ2

สำหรับการเปิดตัวใหม่ในกทม.-ปริมณฑล ในปี 2564 คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น 24% จากปี 2563 ที่การเปิดตัวลดลงไป 21% เพราะมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และซัพพลายเก่าเริ่มหมดไป ดังนั้นในปี 2564 จึงมีการเพิ่มซัพพลายใหม่เข้ามา
โดยโครงการแนวราบระดับราคา 3-7 ล้านบาท จะเป็นเซกเมนต์ได้รับผลตอบรับดี ส่วนเซกเมนต์ราคา 7 ล้านบาทขึ้นไป ที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการต่างๆ อาจจะชะลอการซื้อที่อยู่อาศัยไปก่อน ส่วนเซกเมนต์ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ยังคงมีความเสี่ยง เพราะสถาบันการเงินจะมีความเข้มงวดเป็นพิเศษในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ

อย่างไรก็ตามทำเลที่พัฒนาในพื้นที่ในกทม.และปริมณฑล ในแต่ละโซนยังสามารถพัฒนาได้ดี ผู้ประกอบการคงจะเริ่มสร้างสต๊อกใหม่เพิ่มขึ้น แต่ต้องพิจารณาในแต่ละทำเลว่ามีคู่แข่งมากน้อยเพียงใด เพราะก่อนพัฒนาโครงการต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างน้อย 1 ปี อีกทั้งที่ดินแปลงใหญ่ที่พัฒนาโครงการแนวราบเริ่มหายากขึ้น และราคาก็ปรับสูงขึ้นตาม  แต่การพัฒนาก็ต้องระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้น เพราะสถานการณ์ต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องปรับเปลี่ยนแผนได้ตลอด

 

 

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง