ครม.ปลื้มมาตรการลดค่าธรรมเนียมฯ ลดความเหลื่อมล้ำ-ช่วยประชาชนมีบ้านเกินเป้า

ครม.ปลื้ม มาตรการลดภาระค่าธรรมเนียมฯ 1 ปี เข้าถึงกรรมสิทธิ์ผู้อยู่อาศัย จำนวน 111,635 ราย สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 91.35 ของเป้าหมายรวม 12 เดือน จำนวน 58,340 ราย ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย-กระตุ้นภาคอสังหาฯและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
วันนี้ (5 มกราคม 2564) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านระบบ Video Conference  ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ 28 เรื่อง และมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในหัวข้อที่ 14 เรื่อง รายงานผลดำเนินงานตามมาตรการลดภาระค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กรณีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเมื่อสิ้นสุดโครงการ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2562-23 มิถุนายน 2563 ระยะเวลารวม 1 ปี
โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการลดภาระค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกรณีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เมื่อสิ้นสุดโครงการ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2562-วันที่ 23 มิถุนายน 2563 ระยะเวลารวม 1 ปี มีผลการดำเนินงานตามมาตรการฯ  สามารถช่วยลดภาระและเพิ่มกำลังซื้อให้แก่กลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่ไม่สูงมากนัก และมีความสามารถในการผ่อนชำระได้สามารถตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้เร็วขึ้น และได้เข้าถึงในกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย จำนวน 111,635 ราย สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 91.35 ของเป้าหมายรวม 12 เดือน จำนวน 58,340 ราย
แม้ผลกระทบต่อรายได้การเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซึ่งเป็นรายได้ของรัฐ โดยกรมที่ดินป็นผู้จัดเก็บให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลดลง เมื่อสิ้นสุดโครงการ ระยะเวลารวม 1 ปี จำนวน 1,512.367 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 11.04 จากการคาดการณ์ที่รัฐต้องสูญเสียรายได้จำนวน 1,700 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวนี้ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์จะส่งผลให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมเพิ่มขึ้น มีเงินหมุนเวียนไปยังห่วงโซ่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ทั้งทางด้านการจ้างงานและการบริโภค ทำให้เกิดการกระจายรายได้ที่เท่าเทียมกันมากขึ้นซึ่งจะทำให้ อปท. มีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาษีอื่น ๆ ที่รัฐจัดเก็บและจัดสรรให้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ผลรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมที่เพิ่มขึ้นจะสามารถสร้างเป็นรายได้กลับคืนมาเพื่อมาชดเชยกับรายได้งบประมาณที่สูญเสียไปจากการดำเนินมาตรการฯ ดังกล่าว

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง