เจาะเงื่อนไข “รีไฟแนนซ์” บ้าน แบงก์แข่งปล่อยกู้ดบ.ถูก

ปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแข่งขันกันสูงมาก แทบทุกธนาคารจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยถูกไว้เป็นอาวุธเด็ดในการแย่งชิงลูกค้า โดยส่วนใหญ่กำหนดโปรฯดอกเบี้ยค่อนข้างถูกๆ ไว้ช่วง 1-2 ปีหรือ 3 ปีแรก ส่วนใหญ่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือ MRRลบแบบจัดหนักจัดเต็มให้อีกต่างหาก

เรียกว่าให้ลูกค้าผ่อนกันชิลๆในช่วงแรก แต่พอพ้นช่วงโปรฯหรือผ่านช่วงฮันนีมูน1-3ปีแรกไปแล้ว ดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะขยับพรวดขึ้นเป็น MRR หรือ MRR ลบตั้งแต่ 0.50-2.25%

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่พอใกล้พ้นช่วงดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ย Fix Rate  คนผ่อนกู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่มักจะหาแหล่งเงินกู้ใหม่หรือเปลี่ยนธนาคารเจ้าหนี้ เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่าดอกเบี้ยปัจจุบัน  หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “รีไฟแนนซ์”นั่นเอง

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ถูกกว่ากู้ซื้อบ้านใหม่

จากการแข่งขันของสถาบันการเงินที่ขับเคี่ยวกันปล่อยกู้สินเชื่อทั้งบ้านใหม่และรีไฟแนนซ์ ทำให้ธนาคารหลายแห่งจัดโปรฯอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยซื้อบ้านใหม่ โดยเฉพาะธนาคารขนาดกลาง ที่มักเลือกวิธีลัดจัดกลยุทธ์ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เพื่อดึงลูกค้าจากธนาคารอื่น เช่น

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  จัดโปรฯดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.75 % ถูกกว่าดอกเบี้ยเพื่อซื้อบ้านใหม่ถึง1.07% โดยอัตราดอกเบี้ยเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใหม่เฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่  3.82% และเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยบ้านสำหรับกลุ่มอาชีพพิเศษเพื่อซื้อโครงการในระดับ Top Group ที่ดอกเบี้ยเฉลี่ย3ปีแรกอยู่ที่ 2.55% เท่ากับว่าดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3ปีแรกแพงกว่าแค่ 0.20 % เท่านั้น

ธนาคารกรุงไทย ก็ได้กระโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งสินเชื่อไฟแนนซ์ ด้วยโปรโมชั่นดอกเบี้ยเฉลี่ย3ปีแรกต่ำสุดในตลาดตอนนี้ อยู่ที่ 2.63% (ไม่ทำประกัน MRTA) ถูกกว่าสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านใหม่ 0.20% ซึ่งตอนนี้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3ปีแรกอยู่ที่ 2.83%  (ปีที่ 1=0.64% ปีที่ 2-3= MRR-2.30%)

ส่วนธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โปรฯดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ต่ำสุดตอนนี้เฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.70 % สูงกว่าสินเชื่อซื้อบ้านใหม่แค่ 0.15% เท่านั้นสำหรับผู้กู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 2หมื่นบาทขึ้นไป

อย่าตัดสินใจรีไฟแนนซ์แค่ “ดอกเบี้ยถูก”

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ไม่แตกต่างจากขั้นตอนการกู้ขอสินเชื่อบ้านใหม่ ดังนั้นหากอัตราดอกเบี้ยของธนาคารใหม่ไม่ถูกกว่าจนเป็นนัยสำคัญ จนทำให้เงินงวดลดต่ำลงได้มากๆ ผู้กู้ส่วนใหญ่มักจะไม่ย้ายธนาคารเพราะกระบวนการยื่นกู้ค่อนข้างยุ่งยาก นอกจากค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ที่จะเป็นต้นทุนของการรีไฟแนนซ์แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ค่าจดจำนองกับธนาคารใหม่ 1% และค่าปรับ3% กรณีรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด ซึ่งมีระยะเวลาตั้งแต่ 3-5 ปี  เป็นต้น

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

-ค่าสำรวจหรือค่าประเมินหลักประกันประมาณ 2-3 พันบาทต่อแปลง (บางธนาคาร ฟรีค่าประเมินหลักประกัน)

-ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของทุนจำนอง (บางธนาคาร ฟรีค่าจดจำนอง)

-ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

-ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ ค่าประกันอัคคีภัย ขึ้นอยู่กับทุนประกัน มูลค่าทรัพย์ และระเวลา

เตรียมเอกสารก่อนยื่นรีไฟแนนซ์

-เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน ประกอบด้วย

-เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน

-เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน สำเนาเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง

-เอกสารด้านหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ธนาคารเดิม

ดังนั้น ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้แบงก์ใหม่ไม่ถูกกว่าแบงก์เดิมมากๆแบบมีนัยสำคัญ การรีไฟแนนซ์ก็ไม่ช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้สักเท่าไหร่ ยิ่งกรณีที่ผู้กู้มีวงเงินต้นเหลือน้อยมาก การรีไฟแนนซ์ก็ไม่คุ้มเหมือนกัน รวมทั้งต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย MRR ของแต่ละธนาคารด้วย เนื่องจากแต่ละธนาคารคิด Rate MRR ไม่เท่ากัน  หากดอกเบี้ยMRR ที่ต่อท้ายอัตราดอกเบี้ยยิ่งลบเยอะก็จะยิ่งดี

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง