ตลาดคอนโดมิเนียมเช่าที่กลายเป็นเรื่องเศร้าของหลายคน


สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในปี พ.ศ.2563 อยู่ในภาวะชะลอตัวรุนแรงแบบที่เป็นข่าวมาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อีกทั้งการที่ชาวต่างชาติทั้งในรูปแบบของนักท่องเที่ยวที่มาแบบระยะยาวหรือมากกว่า 2 – 3 อาทิตย์ขึ้นไป รวมไปถึงคนที่มาเป็นเดือนไม่ว่าจะด้วยเรื่องของการท่องเที่ยวหรือทำงานระยะสั้นลดน้อยลงไปในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีผลโดยตรงต่อตลาดคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าซึ่งผู้เช่าหรือลูกค้ากลุ่มหนึ่งของตลาดคอนโดเป็นชาวต่างชาติ การขาดหายไปของคนกลุ่มนี้เห็นผลชัดเจนในช่วงที่ตลาดคอนโดมิเนียมชะลอตัวประกอบกับการที่มีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก โดยที่ส่วนหนึ่งของคอนโดมิเนียมเหล่านี้เป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ในการครอบครองของนักลงทุนระยะยาวหรือกลุ่มที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการปล่อยเช่า
.
การซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการปล่อยเช่าแน่นอนว่าผู้ที่ลงทุนไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพียง 1 ยูนิตหรือจำนวนมากล้วนมีวัตถุประสงค์เพื่อความต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งในรูปแบบของผลตอบแทนจากการเช่า และในรูปแบบของผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ารายเดือนในสัญญา 3 เดือน 6 เดือนหรือว่า 1 ปีแล้วแต่ตกลงกันระหว่างผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่า (เจ้าของห้อง) จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะอาจจะเป็น 3 – 5 ปีหรือมากกว่านั้นสำหรับบางโครงการเจ้าของห้องก็อาจจะประกาศขายเพื่อรับผลตอบแทนจากการขายที่ได้จากการที่ราคาขายมากขึ้นหรือแตกต่างจากตอนที่ซื้อเล็กน้อยหรือมากกว่า 10 – 30% ก็ตาม

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการลงทุนในลักษณะนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ในวิธีการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงโดยช่วง 5 – 6 ปีก่อนหน้านี้อาจจะได้รับผลตอบแทนมากถึง 7 – 8% จากการปล่อยเช่า และมากกว่า 20 – 30% จากการขายเมื่อเวลาผ่านไป แต่ช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าลดลงเหลือเพียงไม่เกิน 4 – 5% ต่อปีซึ่งก็ยังถือว่าเป็นอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจเพราะยังไงก็ยังสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นหรือพันธบัตรรัฐบาล

การลงทุนในคอนโดมิเนียมเริ่มมีความน่าสนใจลดลงเมื่อคอนโดมิเนียมในตลาดมีมากขึ้นทุกปีๆ อีกทั้งกลุ่มคนที่เข้ามาลงทุนในคอนโดมิเนียมมีมากขึ้น เพราะเห็นว่าได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงอีกทั้งยังมีความเสี่ยงน้อยเพราะคนที่ลงทุนมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียม และยังสามารถบอกขายได้ตลอดเวลา แต่เมื่อตลาดชะลอตัวอย่างหนักกลุ่มผู้เช่าหายไปจากตลาดหรือมีลดลงแบบกะทันหัน

กลุ่มของนักลงทุนรายย่อยที่สายป่านหรือว่าเงินหมุนเวียนไม่มากพอก็ได้รับผลกระทบทันที เพราะขาดรายได้จากการเช่าซึ่งมีผลให้เจ้าของคอนโดมิเนียมบางรายได้รับผลกระทบทันที เนื่องจากเขาเองก็หวังรายได้จากการปล่อยเช่ามาเป็นเงินสำหรับผ่อนธนาคาร และมีเจ้าของคอนโดมิเนียมบางส่วนเริ่มลดค่าเช่าลงมาเพื่อสร้างความน่าสนใจหรือดึงดูดให้คนมาเช่าคอนโดมิเนียมของตนเองซึ่งการลดค่าเช่านั้นหลายคนไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนหรือว่ามูลค่าของคอนโดมิเนียมที่พวกเขาซื้อมาเลย เขาลดราคาลงมาเพราะต้องการปล่อยเช่าให้ได้และต้องการมีรายได้จากคอนโดมิเนียมยูนิตนั้นๆ เท่านั้น ส่วนนักลงทุนรายใหญ่หรือที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนมานานอาจจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะต้นทุนในการซื้อคอนโดมิเนียมของพวกเขาต่ำกว่านักลงทุนรายย่อย เพราะพวกเขาซื้อทีละหลายห้อง อีกทั้งยังมีคอนโดมิเนียมที่มีต้นทุนต่ำกว่าที่พวกเขาซื้อมาก่อนหน้านี้อยู่ในมือ ดังนั้น จึงยังสามารถยืนหยัดในช่วงนี้ได้ แต่เมื่อเจอกลุ่มของคนที่ซื้อคอนโดมิเนียมบางกลุ่มพร้อมใจกันลดค่าเช่าลงมา พวกเขาก็จำเป็นต้องลดค่าเช่าลงมาบ้าง และบางคนลดได้มากกว่าผู้ซื้อรายย่อยเพราะต้นทุนเขาต่ำกว่าชัดเจน

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง