ส.ธุรกิจรับสร้างบ้านผนึกสภาหอการค้าฯยื่นข้อเสนอคลัง ดันมูลค่าตลาดรวมปี’64แตะ 1.2 หมื่นล้าน

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านผนึกสภาหอการค้าฯยื่นข้อเสนอรมว.คลัง ช่วยเหลือผู้มีกำลังซื้อบ้าน ในเรื่องค่าจดจำนอง-โอน และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ มั่นใจช่วยดันมูลค่าตลาดรวมปีนี้แตะ12,000-12,500 ล้านบาท รับพิษโควิด-19 ส่งผลแย่งแรงงานก่อสร้าง ผู้ประกอบการยอมแก้ปัญหาปรับขึ้นค่าแรงเกือบ 400 บาท/วัน พร้อมสานต่อนโยบายเดิมผ่าน 3 นโยบายหลัก
นายวรวุฒิ กาญจนกูล
นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยถึงภาพตลาดรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2564 ว่า มีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะควบคุมได้และหวังว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ประกอบกับได้รับแรงสนับสนุนในเรื่องที่รัฐบาลได้มีความชัดเจนเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หากมีการเริ่มฉีดให้กับประชาชนแล้วได้ผลดี จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ และเชื่อว่าในครึ่งหลังของปี 2564 ทุกอย่างน่าจะดีขึ้นแน่นอน และยังมีโครงการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศของรัฐบาล เช่น โครงการคนละครึ่ง ซึ่งได้ผลดีต่อการเพิ่มการจับจ่ายสอยมากขึ้นให้กับประชาชน

สำหรับมาตรการของภาครัฐนั้นต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด ล่าสุดสมาคมรับสร้างบ้าน ในฐานะที่เป็นสมาชิกกับสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับนายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมฯ เพื่อหารือถึงข้อสรุปมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพ่วงการช่วยเหลือธุรกิจรับสร้างบ้าน เข้าไปด้วยใน 2 เรื่อง จากทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่ มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือรายการละ 0.01% กับกลุ่มราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้รวมถึงธุรกิจรับสร้างบ้านเข้าไปอยู่ในนิยามดังกล่าว จากเดิมจะครอบคลุมเฉพาะบ้านจัดสรรและบ้านมือสอง เท่านั้น รวมถึงการได้รับสนับสนุนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ซึ่งเตรียมที่จะนำเสนอและหารือกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นี้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการพิจารณา

“ที่ผ่านมาสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านยังไม่มีการรวมกลุ่มอย่างชัดเจน แต่เมื่อได้มีการเห็นมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจแล้ว ทำให้ได้รับการยอมรับจากสมาคมอื่นๆมากขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ มีความพยายามนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับภาพรวมของบ้านสร้างเอง ซึ่งแต่ละปีมีมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท/ปี โดยแบ่งเป็ฯในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 50,000 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดต่างจังหวัดมีมูลค่าสูงถึง 150,000 ล้านบาท ซึ่้งหากรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้ข้อสรุป หรือ มีการออกมาตรการมาสนับสนุน เชื่อว่าจะเป็นอีกแรงกระตุ้นการตัดสินใจของประชาชนผู้บริโภค ที่จะทำให้ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปีนี้ มีมูลค่ารวมที่ 12,000-15,000 ล้านบาท” นายวรวุฒิ กล่าว

นายวรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปลายปี 2562ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2563 ที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อตลาดรับสร้างบ้าน ทำให้ตลาดรวมลดลง 5% มาอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท(ตัวเลขเท่ากับปี 2561) จากเดิมที่ประมาณการทั้งปีจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 12,500 ล้านบาท ทำ และสมาคมฯ เองก็ได้ลดการจัดกิจกรรมการตลาดเหลือเพียงครั้งเดียวเดือนตุลาคม เนื่องจากมาตรการปิดเมือง (Lockdown) จากปกติในแต่ละปีจะจัด 2 ครั้ง คือในช่วงเดือนมีนาคมและตุลาคม ภายใต้ชื่อ “งานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2020”

“จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้แรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับไปยังบ้านเกิด ไม่สามารถกลับเข้ามายังประเทศไทยได้ ทำให้เกิดการขาดแคลนและแย่งแรงงานขึ้น ส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าแรงจาก 331 บาท/วัน เพิ่มเป็นเกือบ 400 บาท/วัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20 % เพื่อสร้างบ้านให้กับลูกค้า ขณะที่ภาพรวมต้นทุนวัสดุก่อสร้างยังไม่มีแนวโน้มการปรับขึ้นราคา ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 70-75% ของต้นทุนการก่อสร้างบ้าน” นายวรวุฒิ กล่าว

นายวรวุฒิ กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มราคาสร้างบ้านในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากตัวเลขของยอดขายในงานรับสร้างบ้านในแต่ละปี โดยปี 2561 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6.9 ล้านบาท ปี 2562 เฉลี่ยอยู่ที่ 7.3 ล้านบาท และปี 2563 ที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่า ในปีที่ผ่านมา บ้านระดับราคา 5 ล้านบาท มียอดจองในสัดส่วนที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาต่ำกว่า 2-3 ล้านบาท หายไปประมาณ 20% แต่กลับไปเพิ่มในตลาดราคา 10-20 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ และด้วยราคาโปรโมชั่น ทำให้มีความต้องการสร้างบ้านมากขึ้น

สำหรับในปี 2564 สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้สานต่อนโยบายต่อเนื่องจากปีก่อนใน 3 เรื่องหลักๆ ดังนี้ คือ
1. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและงานขาย ผ่านการจัดงานใหญ่ประจำปี 2 ครั้งเหมือนเดิมภายใต้ชื่อ “งานรับสร้างบ้าน Focus 2021” ในช่วงเดือนมีนาคม และ “งานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2021” ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งปีนี้จัดที่ศูนย์การแสดงสินค้าเมืองทองธานี

2.โครงการจัดทำ “มาตรฐานกลางการก่อสร้าง” โดยสมาคมฯได้ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมโยธาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำมาตรฐานกลางการก่อสร้างขึ้นมาในทุกๆระบบงานก่อสร้างที่เกี่ยวกับการก่อสร้างบ้าน การจัดทำโครงการนี้ขึ้นมาจะเกิดประโยชน์ใน 3 ด้านคือ
2.1.เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานงานบริการในธุรกิจรับสร้างบ้านของสมาชิกสมาคมฯ
2.2.เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ผู้บริโภค
2.3.เพื่อช่วยลดข้อขัดแย้งหรือข้อพิพาทระหว่างลูกค้ากับบริษัทรับสร้างบ้าน

3.โครงการ “แบบบ้านประหยัดพลังงาน” หรือ “บ้านเบอร์ 5” โดยคาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นี้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจะได้ลงนามหนังสือบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างสมาคมฯกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงานได้ ตามนโยบายการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาประเทศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่ผ่านมา พพ. ให้ความสำคัญกับแนวคิดบ้านประหยัดพลังงาน และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจสู่ประชาชนภาคครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมาชิกของสมาคมฯ ได้เข้าร่วมกับ พพ.มาตลอดเช่นกัน

ทั้งนี้ การลงนามหนังสือบันทึกข้อตกลง (MOU) ในครั้งนี้ระหว่างสมาคมฯ กับ พพ. เกี่ยวกับแบบบ้านประหยัดพลังงานนี้ จะนำไปสู่การลงลึกในรายละเอียดอื่นๆในหลายด้าน โดยแบบบ้านที่ได้การรับรองให้ติด “ฉลากเบอร์ 5” นั้นจะต้องมีรายละเอียดระดับประสิทธิภาพที่ตรวจสอบหรือวัดได้ชัดเจนว่าได้ว่าประหยัดพลังงานได้จริงๆกี่หน่วยหรือกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี เป็นต้น รวมถึงการนำเอามาตรการด้านการลดหย่อน “ภาษี” มาใช้เป็นแรงจูงใจ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนปลูกสร้างบ้านประหยัดพลังงานหรือนำเอาแบบบ้านที่ได้รับการรับรองจาก พพ.ที่ติด “ฉลากเบอร์ 5” มาเป็นแบบในการปลูกสร้าง

นอกจากนี้ ในอนาคตสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านยังมีแนวคิดที่จะเข้าไปปรึกษาหารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ด้วยเช่นกันถึงแนวนโยบายต่างๆ ของกฟผ. เกี่ยวกับ “ค่าไฟ” ว่าจะสามารถมีแนวทางใดบ้างที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนผู้บริโภคในกรณีที่นำเอาแบบบ้านที่ได้รับการรับรองจาก พพ.ที่ติด “ฉลากเบอร์ 5” มาปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัย

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง