CPLAND จ้องเทกรร.ศักยภาพเด่น เสริมพอร์ต เดินหน้าผุดโฮเทลขนาดเล็กภูมิภาคตามแผน

ซี.พี.แลนด์.รับโควิด-19 กระทบอุตสาหกรรมโรงแรมต่อเนื่อง หั่นราคาเข้าพักถึง 50% แนะรัฐหามาตรการกระตุ้นปากท้องประชาชน ด้านการผุดรร.ขนาดเล็กพื้นที่ตจว.ยังเป็นตามแผนปี64 จำนวน 5-10 แห่ง มูลค่าลงทุน 1,000 ล้านบาท ทั้งเล็งไล่ช็อปโฮเทลขนาดสภาพคล่องแต่มีศักยภาพเสริมพอร์ตสร้างความแกร่ง ล่าสุดปรับกลยุทธ์รูปแบบ“FOOD DELIVERY” และการขาย “Street Food” สู้วิกฤติ นำร่องรร.ในเครือ 8 แห่ง
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร โรงแรมในเครือฟอร์จูน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด(มหาชน) หรือ CPLAND เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของวิกฤติโควิด-19 ระลอกใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมถือเป็นหนึ่งธุรกิจสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบในลำดับต้นๆ โดยจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่ามีธุรกิจโรงแรมที่เสี่ยงจะปิดกิจการ ประมาณ 20% ทั่วประเทศ(หรือประมาณ 3,700 แห่ง) ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ภูเก็ต ,กรุงเทพฯ ,พัทยา และกระบี่เป็นต้น แต่หากโควิด-19 ลากยาว กลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงที่อาจต้องปิดกิจการเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 28-32%

จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โรงแรมซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ต่อปีอย่างมหาศาลได้รับผลกระทบและเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจอื่นอีกมากมาย อีกทั้งขณะนี้เป็นธุรกิจที่สถาบันการเงินมีความกังวลในเรื่องหนี้สินมากที่สุด ซึ่งผมอยู่ในธุรกิจนี้มากว่า 50 ปี ก็เพิ่งประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก โดยในส่วนของกลุ่ม CPLAND เองยอมรับว่าในปี 2563 ประสบปัญหาในการขาดทุนในธุรกิจโรงแรมเป็นครั้งแรก จากปี 2562 ที่มีผลกำไรไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับลดราคาการเข้าพักลงถึงประมาณ 50% แต่เราก็ไม่เคยคิดปิดกิจการโรงแรม อาจจะมีการปิดให้บริการในบางพื้นที่ของโรงแรมเท่านั้น โดยปัจจุบันมีโรงแรมในเครือทั้งหมด 12 แห่ง โดยเป็นในกทม.1 แห่ง และต่างจังหวัด 11 แห่งนายสุนทร กล่าว

นายสุนทร กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ที่ผ่านมาภาครัฐจะหามาตรการต่างๆมาช่วยเหลือประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะหนี้สินครัวเรือนยังเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการในการเพิ่มศักยภาพในการทำมาหากินของประชาชนให้มากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะประสบปัญหาการขาดทุนในปีที่ผ่าน และต่อเนื่องมาในปี2564 แต่แผนการลงทุนพัฒนาโรงแรมใหม่ในจังหวัดที่เป็นหัวเมืองท่องเที่ยวหลักและหัวเมืองรอง ประมาณ  5-10 แห่ง ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด โดยจะเป็นการนำที่ดินของCPLAND ที่ยังมีอยู่มาพัฒนาก่อน แต่หากในบางทำเลในบางจังหวัดที่ยังไม่มีที่ดิน แต่มีศักยภาพ ก็สนใจที่จะซื้อที่ดินแปลงใหม่มาพัฒนา โดยจะพัฒนาเป็นโรงแรมขนาดเล็กแบรนด์ฟอร์จูน ดีขนาดประมาณ 79 ห้องพัก คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท  หรือมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 1.2 ล้านบาท/ห้อง ซึ่งในเบื้องต้นจะเป็นการนำที่ดินสะสมที่มีอยู่แล้ว 4 แปลงใน 4 จังหวัด มาพัฒนาก่อน ได้แก่ 1.ขอนแก่น 2.มุกดาหาร 3.หนองคาย 4.นครพนม(ที่ดินแปลงตรงข้ามโรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ริว นครพนม)

นอกจากนี้ยังสนใจเข้าไปพัฒนาในพื้นที่ อ.เชียงคาน .เลย รวมไปถึง .สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่ .สงขลา อีกด้วย ซึ่งได้มีการนำเสนอให้บอร์ดบริษัทฯพิจารณา คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ในเร็วๆนี้ อีกทั้งยังสนใจที่จะเข้าไปซื้อกิจการโรงแรมที่ผู้ประกอบการประกาศขายเนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน แต่ทั้งนี้ต้องเป็นโรงแรมที่มีศักยภาพและไม่ต้องใช้เม็ดเงินในการรีโนเวทมากนัก มิเช่นนั้นจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
เราต้องยอมรับว่า วันนี้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่าง แต่เราต้องอย่าตกใจ เมื่อเจอปัญหาก็ต้องแก้ไข แต่อะไรที่ทำไม่ได้ก็อย่าฝืน และทุกอย่างที่ทำจะต้องคุ้มทุนในระยะเวลาที่เรารับได้โดยมองว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงแรมในต่างจังหวัดยังสามารถพัฒนาและดำเนินการได้ดีกว่าในพื้นที่กทม. และเมื่อทุกอย่างดำเนินการไปตามแผน และสถานการณ์ต่างๆคลี่คลาย เราก็จะกลับมาพัฒนาโรงแรมในพื้นที่กทม.หรือรอบ กทม.เพิ่มเติมเป็นลำดับถัดไป ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯมีการลงทุนอย่างระมัดระวัง ทำให้มีหนี้สินในสัดส่วนที่น้อยขณะที่สถาบันการเงินเปิดวงเงินรองรับหากบริษัทฯจะขอสินเชื่อเพื่อลงทุนในอนาคต โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนชำระเต็มที่แข็งแกร่ง จำนวน 3,600 ล้านบาทนายสุนทร กล่าว
ล่าสุดบริษัทฯได้ปรับกลยุทธ์รับมือกับวิกฤติโควิด-19 ด้วยการดำเนินการในรูปแบบ“FOOD DELIVERY” และการขาย“Street Food” ของทุกโรงแรมในเครือฟอร์จูน กรุ๊ป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ไม่ จำเป็นต้องรอเวลาแต่สามารถทำได้ทันทีและจะสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคตกับการสั่งอาหาร Online มากยิ่งขึ้นถือเป็นอีกหนึ่งทางการหารายได้ของโรงแรมในอนาคตและจากที่โรงแรมมีการปรับตัวด้าน อาหารและเครื่องดื่ม ที่น่าสนใจคือผู้บริหารและพนักงานร่วมกันสร้างสรรค์เมนูอาหารต่างๆ เพื่อสร้างเอกลักษณ์จากอาหาร “Street Food” ของทุกโรงแรมในเครือฟอร์จูน ออกมาจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปในคุณภาพ วัตถุดิบและรสชาติระดับโรงแรม ในราคาที่จับต้องได้ โดยในเบื้องต้นได้ดำเนินการรูปแบบดังกล่าวใน 8 โรงแรมหลักที่มีศักยภาพและอยู่ใกล้แหล่งทำงานชุมชน ได้แก่

1.โรงแรม แกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูนกรุงเทพ

2.โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช

3.โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม

4.โรงแรมฟอร์จูน วิวโขง นครพนม

5.โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว เชียงของ

6.โรงแรมฟอร์จูน โคราช

7.โรงแรมฟอร์จูนแสงจันทร์ บีช ระยอง

8.โรงแรมฟอร์จูน คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่

ที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดี สามารถสร้างรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงบุคคลากรของโรงแรมในช่วงภาวะวิกฤติเช่นนี้  โดยเฉพาะโรงแรม แกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูนกรุงเทพ สามารถสร้างรายได้ถึง 150,000 บาท/วัน ขณะที่สาขาต่างจังหวัดจะทำรายได้ประมาณ 20,000-30,000 บาท/วัน และที่น่าสนใจคือ “Street Food” โรงแรมฟอร์จูน โคราช นั้นขายดีมากโดยเฉพาะเมนู ปาท่องโก๋  หรือฟอร์จูนปาท่องโก๋ซึ่งเป็นสูตรที่ทางโรงแรมได้คิดค้น ขึ้นมาเอง โดยการผสมผสานระหว่างแป้ง และเมล็ดธัญพืชถึง 6 ชนิดด้วยกัน ถือเป็นการสร้างเอกลักษณ์และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าของโรงแรมอีกอย่างหนึ่ง ว่ามาพักโรงแรมในเครือฟอร์จูน ต้องได้รับประทานฟอร์จูน ท่องโก๋และในอนาคตได้มีแผนการต่อยอดธุรกิจด้วยการขายผ่านระบบแฟรนไชส์อีกด้วยนายสุนทร กล่าวในที่สุด

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง