อสังหาฯไต่ระดับการฟื้นตัว ลุ้นปี 2565 กลับสู่ภาวะเดิมก่อนเกิดโรคระบาด

ผลการดำเนินงานของบริษัทอสังหาฯจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นและกลับสู่ระดับเดิมเทียบเท่าในปี2562 ได้ ภายในปลายปี 2565

การคาดการณ์ของทริสเรทติ้งที่มีต่อมุมมองภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยจากงานสัมมนา MS Team จัดโดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีนายศักดิ์ดา พงศ์เจริญยง กรรมการผู้จัดการทริสเรทติ้ง พร้อมด้วยนักวิเคราะห์อาวุโส ร่วมเสนอมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยในปี 2564 ซึ่งประกอบด้วย แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564, ธุรกิจธนาคาร, ธุรกิจสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร, ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย, ธุรกิจโรงแรม, ธุรกิจเกษตรและอาหาร

คอนโดมิเนียมรับผลกระทบเต็มประตู

ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมได้รับผลกระทบมาตั้งแต่การบังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าที่อยู่อาศัย (Loan to Value – LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปี 2562 และเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในปี 2563 ส่งผลให้ตลาดหดตัวลง โดยมูลค่ายอดขายคอนโดมิเนียมสุทธิของผู้ประกอบการ 23 รายที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2561 ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาทมาอยู่ที่ประมาณ 1.22 แสนล้านบาท ในปี 2562 และ 6.7 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 และเมื่อเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัส COVID-19 ในช่วงปลายปี 2563 ถึงช่วงระยะต้นปี2564 นั้นคาดว่าจะส่งผลให้การฟื้นตัวของคอนโดมิเนียมล่าช้าออกไปอีกเนื่องจากผู้ซื้อชาวต่างชาติอาจจะยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ ทั้งนี้ทริสเรทติ้งมองว่าการกลับมาของผู้ซื้อชาวต่างขาติจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูความต้องการคอนโดมิเนียม และคาดว่าอาจจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยอีก 1 ปีกว่าที่ยอดขายคอนโดมิเนียมจะกลับไปอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับในปี 2563

ตลาดแนวราบชดเชยการหดตัวของภาคอสังหาฯ

ในทางตรงกันข้าม อุปสงค์ที่อยู่อาศัยแนวราบมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อนข้างชัดเจน โดยข้อมูลที่รวบรวมจาก ผู้ประกอบการทั้ง 23 รายพบว่ายอดขายที่อยู่อาศัยแนวราบปรับเพิ่มขึ้น 15%-20% ในปี 2563 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด การเติบโตของยอดขายที่อยู่อาศัยแนวราบได้ ช่วยชดเชยการหดตัวของยอดขายคอนโดมิเนียม

ในขณะที่ยอดโอนที่อยู่อาศัยก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นผลมาจากผู้ประกอบการหลายรายใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายและยอดโอนสำหรับโครงการที่สร้างแล้วเสร็จ ทริสเรทติ้งคาดว่า อัตรากำไรโดยรวมในปี 2563 ของผู้ประกอบการที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจะลดลง 3%-4% และอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7-8 เท่า ในปี 2563 จากที่ระดับ 4-5 เท่า ในอดีต

โดยทริสเรทติ้งคาดว่าผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการดังกล่าวจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นและกลับไปอยู่เทียบเท่ากับระดับในปี2562 ได้ภายในปลายปี 2565 แต่อย่างไรก็ผลดำเนินงานของบริษัทอสังหาฯอาจแตกต่างกันซึ่งจะขึ้นอยู่กับการความสามารถของการปรับตัวของผู้ประกอบการในเรื่องของ สินค้าหรือโปรดักส์ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งผู้ประกอบการที่มีสินค้าหลากหลาย มีส่วนแบ่งในตลาดแนวราบและคอนโดมิเนียม น่าจะมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นกว่าผู้ประกอบการทั่วไป

ธุรกิจโรงแรม อ่วมหนัก รายได้ลดลง 60% – 70%

ธุรกิจโรงแรม เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมากเป็นอันดับต้น ๆ จากการแพร่ระบาดของไวรัสCOVID-19 ทั้งนี้ข้อมูลจาก World Tourism Organization (UNWTO) ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกลดลง 74% ในปี 2563 ซึ่ง ต่ำกว่าปีก่อนหน้า สำหรับในประเทศไทยนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาลดลงถึง 83% ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงแรมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากปริมาณธุรกิจที่หดตัวลงในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยรายได้ต่อห้องพักโดยเฉลี่ย (RevPAR) ในปี 2563 ต่ำกว่าในปี 2562 อยู่ราว 60%-70% ดังนั้น การบริหารจัดการต้นทุนจึงกลายเป็นความจำเป็นในลำดับต้น ๆ ของ ผู้ประกอบการโรงแรมในการลดผลขาดทุนให้น้อยที่สุดจากระดับการเข้าพักที่ต่ำกว่าปกติมาก ทริสเรทติ้งคาดว่าการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมจะเป็นไปอย่างค่อนข้างช้าและอาจใช้เวลาจนถึงปี 2567 กว่าธุรกิจจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ โดยการฟื้นตัวในปี2564 จะมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากตลาดภายในประเทศโดยเป็นกลุ่มที่ใช้ โรงแรมเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นหลัก ส่วนการเดินทางระหว่างประเทศนั้น ทริสเรทติ้งเชื่อว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนได้อย่างเร็วที่สุดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี2564 นี้ ในขณะที่การเดินทางเพื่อธุรกิจน่าจะใช้เวลานานกว่านั้น ทริสเรทติ้งคาดว่า อัตราส่วนทางการเงินที่บ่งชี้ระดับภาระหนี้ของผู้ออกตราสารในธุรกิจโรงแรมจะอยู่ในระดับสูงต่อไปในปี 2564 ก่อนที่จะลดลงมาอยู่ในกรอบระดับที่คาดหวังในปี 2565 ทั้งนี้กว่าอัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ จะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับก่อนเกิดไวรัสCOVID-19 ได้ก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยจนถึงปี 2566

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยเมื่อพิจารณาจากผลผลิตมวลรวมภายในประเทศจะขยายตัวที่ระดับ 2.6% ในปี 2564 ซึ่งฟื้นจากการหดตัวที่ระดับ 6.1% ในปี 2563 แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีทิศทางในการฟื้นตัวที่ชัดเจน แต่การระบาดระลอกใหม่ของไวรัสCOVID-19 ก็สร้างอุปสรรคในการฟื้นตัวที่กำลังจะเริ่มดีขึ้น ทั้งนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงต้องพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสำคัญ โดยทริสเรทติ้งคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 จะอยู่ที่ระดับ 3 ถึง 4 ล้านคน แม้จะตระหนักได้ว่าเศรษฐกิจไทยจะต้องลดการพึ่งพาการท่องเที่ยวลง แต่ในระยะสั้นนั้นการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวยังถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ ในขณะที่ภาคการส่งออกนั้นมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ช้ากว่าเนื่องจากประเทศเศรษฐกิจหลักยังคงได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวน ผู้ติดเชื้อไวรัสCOVID-19 นอกจากนี้การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนก็มีแนวโน้มที่จะได้รับแรงกดดันจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของไวรัสCOVID-19 ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น หรือปัญหาการ ว่างงาน และปัญหาสภาพคล่องที่ตึงตัวของภาคธุรกิจ ความหวังจึงขึ้นอยู่กับประสิทธิผลของการกระจายการฉีดวัคซีนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อันจะนำมาสู่การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทยได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 และการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลกซึ่งจะช่วยสนบัสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทริสเรทติ้ง มองว่า มาตรการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลไทยที่มีให้แก่กลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางนั้นได้ผลในระดับหนึ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ในขณะเดียวกันการใช้จ่ายภาครัฐก็ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักสำหรับระบบเศรษฐกิจไทยต่อไปในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าด้วย เช่นกัน โดยรวมแล้ว ทริสเรทติ้งเห็นว่าระบบเศรษฐกจิของไทยกำลังเริ่มฟื้นตัว โดยที่ระยะเวลาในการฟื้นตัวนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่สำคัญหลายประการเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการฉีดวัคซีน และการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง