EIC ปรับเป้าจีดีพีเพิ่ม 2.6%รับการส่งออกโต

EIC ปรับเป้าจีดีพีปีนี้โต 2.6%รับการส่งออกที่โตตามเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้าๆ เหตุภาคการท่องเที่ยวยังซบเซาหนัก ชี้เม็ดเงินของภาครัฐและมาตรการกะตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ พรก.กู้เงิน 1ล้านล้านบาทช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศ


นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาส1ปี 2464 ว่า  EIC ได้ปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปีนี้เพิ่มเป็นเติบโต 2.6% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่  2.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าคาด เพราะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยข้อมูลล่าสุดนั้นพบว่ามูลค่ากรส่งออกของไทยในช่วง2 เดือนที่ผ่านมา (ธันวาคม 2563-มกราคม 2564 ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และคาดว่าในระยะต่อไปการส่งออกจะมีแนวโน้มปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจากการเร่งฉีดวัคซีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ ทำให้คาดการณ์ว่ามูลค่าส่งออกของไทยในปีนี้ จะขยาย 6.4% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 4%

อย่างไรก็ตามแม้การระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจน้อยกว่าการระบาดรอบแรก แต่ก็ทำให้การฟื้นตัวของการใช้จ่ายและรายได้สะดุดลงในระยะสั้น และเป็นข้อจำกัดหลักของการขยายตัวของกำลังซื้อในระยะข้างหน้า นอกจากนี้ยังพบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับที่ EIC เคยคาดการณ์ไว้ว่าผลกระทบของการระบาดรอบใหม่จะมีประมาณ 2 เดือน

ทั้งนี้ แม้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะมีไม่มากเท่ากับที่เคยเกิดเมื่อช่วงปี 2563ที่ผ่านมา แต่ถือว่าเป็นการซ้ำเติมแผลเป็นเศรษฐกิจของไทย ส่งผลให้การเปิดกิจการใหม่มีแนวโน้มลดลง 3 ปีติดต่อกัน ขณะที่กิจการในภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบใหม่อาจประสบปัญหาด้านสภาพคล่องซ้ำเติม ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงานที่ซบเซาอยู่แล้ว

โดยข้อมูลอัตราการว่างงาน ณ ธันวาคม 2563 อยู่ในระดับ 1.5% แต่ผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนรุนแรงและกว้างขวาง เนื่องจากชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยของแรงงานไทยลดลงกว่า 6% ขณะที่สัดส่วนผู้ทำงานต่ำระดับ (ต่ำกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้นกว่า 1.8 ล้านคน

ส่วนจำนวนคนทำงานอาชีพอิสระเพิ่มขึ้นกว่า 1.3 ล้านคนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่รายได้เฉลี่ยของอาชีพอิสระประเภทต่าง ๆ ลดลงจากเดิมมากเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 11,600 บาทเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพค้าขายแผงลอย มีรายได้ลดลงมากกว่า 50% เช่นเดียวกับคนขับแท็กซี่และรถจักรยานยนต์รับจ้างที่รายได้ลดลงกว่า 60-90%

อย่างไรก็ตามแม้อัตราการว่างงานจะไม่มาก แต่แรงงานไทยกลับเผชิญกับปัญหารายได้ลดลงอย่างรุนแรง จากการทำงานที่ต่ำกว่าศักยภาพ ทำให้กำลังซื้อและความเชื่อมั่นในการบริโภคถูกกระทบมากขึ้น ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ธุรกิจท่องเที่ยวยังซึมยาวถึงสิ้นปี รอฉีดวัคซีน
แต่ในส่วนของภาคท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า โดยคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 3.7 ล้านคน เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศจะฟื้นตัวได้ก็ต่อเมื่อประเทศส่วนใหญ่มีภาวะภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว (Herd immunity) เท่านั้น แต่ล่าสุดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีโอกาสได้รับภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ที่ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3นี้ กลับไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทย จึงทำให้การท่องเที่ยวของไทยยังมีแนวโน้มฟื้นช้า โดยคาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้และต้นปีหน้า

มาตรการรัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจฟื้นตัว
อย่างไรก็ดี เม็ดเงินจากภาครัฐจะเป็นปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ผ่านการใช้จ่ายทั้งในส่วนของงบประมา และเม็ดเงินจากพรก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยในส่วนของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ EIC คาดว่าภาครัฐจะมีการลงทุนด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้นถึง 9.4%เมื่อเทียบกับปี 2563ที่ผ่านมา  นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีการช่วยเหลือเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านการให้เงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ  โครงการเราชนะ และ ม. 33 เรารักกัน ซึ่งมีวงเงินช่วยเหลือกว่า 2.5 แสนล้านบาท ครอบคลุมผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือกว่า 40 ล้านคน นับเป็นเม็ดเงินขนาดใหญ่จะที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงนี้

ทั้งนี้ EIC คาดว่าภาครัฐจะมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับให้ความช่วยเหลือด้านการลงทุนหรือการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยภาครัฐยังเหลือเงินที่จะพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกประมาณ 3.9 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 2.5 แสนล้านบาทที่เหลือภายใต้ พรก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และจากงบกลางอีกประมาณ 1.4 แสนล้านบาท

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง