CBD ก็ยังคงความเป็น CBD ต่อไป

ตอนที่แล้วที่เกี่ยวกับตลาดอาคารสำนักงานในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2560 ได้พูดถึงเรื่องของราคาที่ดินที่มีผลให้อาคารสำนักงานจำนวนมากขยับขยายออกไปนอกพื้นที่ CBD ออกไปตามแนวถนนเส้นทางต่างๆ ที่อาจจะต่อเนื่องหรือสามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงกับ CBD เช่น เพชรบุรี พหลโยธิน รัชดาภิเษก สุขุมวิท พระราม 9 เป็นต้น และพื้นที่ตามแนวถนนเส้นทางอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไปจากพื้นที่ CBD เช่น แจ้งวัฒนะ พัฒนาการ รามคำแหง เป็นต้น พื้นที่สำนักงานใหม่ใน CBD มีพื้นที่ลดลงแบบชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2541 – 2550 โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2551 – 2560

ตลาดอาคารสำนักงานในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2566 (แค่ 6 ปีพอเพราะหลังจากนี้ยังไม่ชัดเจน) กลับมาขยายตัวแบบรุนแรงอีกครั้ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีอาคารสำนักงานใหม่เปิดให้บริการ และที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างมากถึง 2.89 ล้านตารางเมตร มากกว่าช่วงเวลา 20 ปีก่อนหน้านี้รวมกันซะอีก เพราะช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2560 เป็นช่วงเวลาขาขึ้นสำหรับตลาดอาคารสำนักงาน และเป็นช่วงเวลาที่เห็นได้ชัดเจนว่าตลาดคอนโดมิเนียมอยู่ในช่วงชะลอตัว เพระมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายต่อเนื่องมามากเกินไป ประกอบกับกำลังซื้อของคนไทยอยู่ในช่วงชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวลดลงเช่นกัน แม้ว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะเริ่มมีกำลังซื้อต่างชาติเข้ามาบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่มากนัก

อาคารสำนักงานที่สร้างเสร็จและเปิดให้บริการใหม่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2566 มีทั้งอาคารสำนักงานที่สร้างเสร็จไปแล้วในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2561 -2563 ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 7.45 แสนตารางเมตร และยังมีพื้นที่สำนักงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกไม่น้อยกว่า 2.14 ล้านตารางเมตร ดังนั้น พื้นที่สำนักงานที่เปิดให้บริการแล้วและที่กำลังจะเปิดให้บริการในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2566 จึงมีมากถึง 2.89 ล้านตารางเมตร แม้ว่าจะดูแล้วเป็นพื้นที่สำนักงานจำนวนมากที่เกิดขึ้นหรือที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดในช่วงเวลาแค่ 6 ปี แต่จริงๆ แล้วยังคงน้อยกว่าช่วงเวลาก่อนการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถึงกว่าเท่าตัว แต่คำถามที่ตามมาติดๆ หลังจากที่เห็นพื้นที่สำนักงานมหาศาลซึ่งกำลังก่อสร้างและต้องเข้าสู่ตลาดแน่นอนมากมายขนาดนี้ คือ ความต้องการพื้นที่สำนักงานหรืออุปสงค์นั้นมากขนาดนี้จริงหรือเปล่า เพราะโดยทั่วไปแล้วพื้นที่สำนักงานที่มีการเช่าใหม่ในกรุงเทพมหานครนั้นอยู่ที่ไม่เกิน 200,000 ตารางเมตรต่อปี ซึ่งเป็นทั้งการเช่าพื้นที่ใหม่ การย้ายอาคาร การขยายพื้นที่เช่า

แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่สำนักงานที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดมหาศาลแบบนี้อยู่ในพื้นที่ CBD มากถึง 1.29 ล้านตารางเมตร หรือประมาณ 44.6% เมื่อรวมกับพื้นที่สำนักงานเดิมที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันก็จะมีผลให้พื้นที่ CBD ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2566 จะมีพื้นที่สำนักงานรวมประมาณ 6.19 ล้านตารางเมตร หรือประมาณ 43% ของพื้นที่สำนักงานทั้งหมดในกรุงเทพมหานครในตอนนั้น พื้นที่อื่นๆ ที่เคยมีข่าวหรือพยายามสร้างข่าวสร้างกระแสกันออกมาว่าจะเป็น “New CBD” หรือพื้นที่ CBD ใหม่ก็คงเป็นได้แค่ข่าวหรือคำคุยของผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่ต้องการขายข่าวหรือขายโครงการตัวเองเท่านั้น เพราะอย่างไรก็ตาม CBD ของกรุงมหานครก็คงยังอยู่ที่เดิมต่อไปได้อีกนานจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับย้ายเมืองหลวงหรือสร้างเมืองเศรษฐกิจทดแทนกรุงเทพมหานคร พื้นที่เศรษฐกิจหรือธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น CBD ก็อาจจะเป็นไปแค่ “Sub CBD” หรือ CBD ย่อย เพราะสุดท้ายแล้วพื้นที่ CBD ก็ยังคงต้องวัดกันด้วยพื้นที่สำนักงานมากกว่าจำนวนยูนิตในโครงการคอนโดมิเนียม

ตอนก่อนหน้านี้ทิ้งท้ายไว้ที่เรื่องของ “Co-Working Space” ไว้ตอนต่อไปมาดูว่าเป็นไปได้มั้ยที่ “Co-Working Space” จะมาแทนพื้นที่สำนักงานแบบเดิม

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง