ESTAR ปลื้มกำไรสุทธิปี’63 สูงถึง 240 ลบ. ปีฉลูลุยทำรายได้ต่อเนื่องเปิด 2-3 โครงการ

ESTAR เป็นปลื้มผลประกอบการปี 2563 รายได้ 2,663 ล้านบาท กำไรสุทธิ 240 ล้านบาท ปีฉลูเตรียมพร้อมลุยทำรายได้ต่อเนื่องสร้างความแข็งแกร่ง เล็งเปิดตัวโครงการใหม่ 2-3 โครงการมูลค่าราว 4 พันล้านบาท
ดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์
ดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ ESTAR เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ภายใต้การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ปัจจุบันประเทศไทยกำลังทยอยฉีดวัคซีน และสามารถควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่เพิ่มสูงขึ้นไปจากนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เชื่อว่าเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง แต่คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ในการที่เศรษฐกิจจะกลับมาดีเหมือนเดิม ทั้งนี้จากการที่ผู้ประกอบการต่างออกแคมเปญมาช่วยลูกค้าให้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น และปรับรูปแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ประกอบกับสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ที่อยู่อาศัยมีราคาถูกลง นับว่าเป็นโอกาสดีของผู้บริโภคที่จะได้บ้านที่ดีเพื่ออยู่อาศัยในขณะนี้

สำหรับในส่วนของบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ทั้งทางด้านการขายและการตลาดผ่านช่องทางสื่อออนไลน์เต็มรูปแบบ ด้วยระบบขายแบบ Online  ตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าสามารถชมห้องตัวอย่างในรูปแบบเสมือนจริง 360 องศา ควบคู่ไปกับการรับรู้รายได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และลุยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแนวราบทั้งกรุงเทพฯ และระยอง เพื่อสร้างฐานรายได้ให้แข็งแกร่ง ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีการขายที่ดินที่ยังไม่มีแผนพัฒนาบางส่วนออกไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปี 2563 มียอดขายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท(ลบ.)และมียอดรายได้ที่ 2,663 ล้านบาท ด้วยกำไรสุทธิ 240 ล้านบาท

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่าราว 2,300 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1 โครงการ ได้แก่โครงการ ควินทารา ภูม สุขุมวิท39 ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลย่านพร้อมพงษ์ ในระดับราคา 3-7 ล้านบาท และอีก 2 โครงการแนวราบในเขตพื้นที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้แก่ โครงการบรีซ แอท อีสเทอร์น สตาร์ ฟอเรสโต้ระดับราคา 3 ล้านบาท และโครงการแกรนด์เวลาน่า ระดับราคา 8-10 ล้านบาทซึ่งเป็นที่อยู่อาศับระดับ Hi-end ที่สุดในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง โดยได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

สำหรับปี 2564 บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 2-3 โครงการ แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 โครงการ ตามแนวรถไฟฟ้าสายหลักและขยายฐานโครงการแนวราบที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง อีกจำนวน 1 โครงการ รวมมูลค่าราว 4,000 ล้านบาท  โดยได้ตั้งเป้ายอดขายประมาณ 1,200 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ราว 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) อีกจำนวนกว่า 2,000 ล้านบาทที่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ของปีนี้และปีต่อไป

ดร.ต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการที่บริษัทฯ ขยายธุรกิจในแนวราบทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และบ้านฉางตลอด 3-4 ปี ที่ผ่านมา ประกอบกับการที่รัฐมีโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ทำให้อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยองกลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ส่งเสริมการเจริญเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ จึงส่งผลให้บริษัทมีพื้นฐานทางธุรกิจที่หลากหลายและแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นในปี 2564 นี้บริษัทฯ จะยังคงกลยุทธ์พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในทุกระดับราคา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์ และจะขยายให้บริการด้านอื่นๆ อย่างครบวงจรให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ สปอร์ตคลับ และบริการหลังการขาย สำหรับลูกค้าฝากขายเช่า

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง