SMART เผยมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้างส่งผลกระทบในระยะสั้น เตรียมออกสินค้าใหม่ ขยายฐานลูกค้า ดันรายได้ปีนี้โต 5%

สมาร์ทคอนกรีตฯเผยมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้างส่งผลกระทบในระยะสั้น มองทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 64 ตลาดอิฐมวลเบาเติบโตดี ก้าวสู่ผู้นำผนังมวลเบาครบวงจร งานภาครัฐหนุน ภาคเอกชนทยอยลงทุนขานรับนโยบายเปิดประเทศ เตรียมออกสินค้าใหม่ อิฐมวลเบาประหยัดพลังงาน-ตกแต่ง-งานภูมิทัศน์ หลังกระแสตอบรับดี ขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้รับเหมารายย่อย – สถาปนิกเพิ่มผลักดันรายได้โตตามเป้าหมาย ไม่ต่ำกว่า 5%
นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือSMART  ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง และงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า จากประกาศคำสั่งปิดแคมป์ก่อสร้าง สั่งหยุดทำงานก่อสร้าง ในพื้นที่กรุงเทพฯ- ปริมณฑล และพื้นที่ใน 4 จังหวัดภาคใต้ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน รวมถึงห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นการชั่วคราว ส่งผลกระทบกับบริษัทเล็กน้อยในระยะสั้น จากการชะลอการก่อสร้าง ภาครัฐ-เอกชนบางโครงการ อีกทั้งจากมาตรการผ่อนปรน สำหรับโครงการที่ผ่านการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโควิด-19และ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดที่ทางราชการกำหนด สามารถดำเนินงานในส่วนที่ไม่พบปัญหาได้ ขณะที่บริษัทยังคงมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง งานก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกและภูมิภาคอื่น ๆ ที่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม มองว่าภาพรวมทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังปี 2564 มีแนวโน้มที่ดีกว่าครึ่งปีแรก ความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาและอิฐมวลเบาตกแต่ง ปรับตัวดีขึ้น หลังภาครัฐมีมาตรการผ่อนปรนให้ดำเนินการก่อสร้างได้ตามปกติ ผู้ประกอบการเร่งส่งมอบงานให้เป็นไปตามกำหนดเวลาที่วางไว้ อีกทั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) การลงทุนภาครัฐ ที่ผลักดันให้เกิดการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน คลังสินค้า โครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ในภูมิภาคต่าง ๆ  อาทิ งานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง  อาคารสำนักงาน หน่วยงานราชการ และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว ทยอยลงทุนปรับปรุง ซ่อมแซม ที่พัก อาคาร โรงแรม เพื่อรองรับนโยบายจากรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยกำหนดเป้าหมายที่จะเปิดประเทศ

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 บริษัทเดินหน้าก้าวสู่การเป็นผู้นำผนังอิฐมวลเบาครบวงจร  เพื่อรองรับความต้องการ การใช้งานวัสดุก่อสร้างอิฐมวลเบาเพื่องานโครงสร้างและงานตกแต่ง ภายใน-นอก ที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบ ช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างได้มากขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการเติบโต

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมออกสินค้าอิฐมวลเบาประหยัดพลังงานขนาดใหม่ ช่วยแก้ปัญหาการก่อสร้าง ลดต้นทุน ทำให้งานเสร็จรวดเร็ว และสินค้าใหม่อิฐมวลเบาสำหรับงานตกแต่งภูมิทัศน์ ช่วยปรับพื้นที่สวน และบริเวณภายนอกบ้าน  อีกทั้งพัฒนาสินค้าอิฐมวลเบาตกแต่งเพิ่ม 2 ลาย จาก เดิม 7 ลาย หลังจากมีกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพิ่ม เพื่อรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทปรับกลยุทธ์การทำการตลาด แนะนำสินค้าต่อกลุ่ม สถาปนิก ผู้รับเหมา รายย่อย เจ้าของบ้าน ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้ง ขยายช่องทางการจำหน่ายผ่าน โมเดิร์นเทรด ดีลเลอร์ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

“อย่างไรก็ตาม บริษัทเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และ มาตรการของทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์ และเตรียมแผนจัดการบริหารความเสี่ยง ให้บริษัทสามารถปรับตัวรับมือได้ทัน ช่วยให้การบริหารงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น  ผลักดันรายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ต่ำกว่า 5%  ”นายรังสี กล่าวในที่สุด

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง