เปิดใจแม่ทัพหญิงแห่ง “เสนา” ลุยพัฒนาคอนโดต่ำล้านของคนช่างคิด

“บ้านต่ำล้าน” ไม่มีเพราะไม่มีคนซื้อ…
หรือไม่มีเพราะไม่มีคนทำกันแน่

โครงการบ้านล้านหลังครั้งแรกที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2562 จากนโยบาย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยให้มีระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่นโยบายในครั้งนั้นกลับไม่มีสินค้าในราคาที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทให้กับผู้บริโภค ถือเป็นจุดประกายของการเกิด Observation ขึ้น กับ“ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” แม่ทัพหญิงแห่งเสนาฯ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่เริ่มนำมาคิดต่อถึง “บ้านต่ำล้านที่ไม่มีเพราะว่าไม่มีคนซื้อ หรือไม่มีเพราะไม่มีคนทำกันแน่” และถูกสานต่อแนวความคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัยต่ำกว่าล้านบาท

ผศ.ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ มองเห็นถึงความต้องการของที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ด้วยข้อจำกัดของรายได้ต่อเดือนทำให้ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูงได้ จึงเริ่มหันมาโฟกัสเพื่อเจาะตลาดกลุ่มนี้ตอบสนองต่อดีมานด์ที่มีอยู่ในตลาดอสังหาฯแต่กลับไม่มีสินค้า ช่องว่างที่เกิดขึ้นสร้างความน่าสนใจต่อการพัฒนาโครงการเพื่อตอบสนองผู้บริโภค เพราะถือเป็นเรื่องยากสำหรับตลาดอสังหาฯในการหาตลาดที่มีดีมานด์แต่กลับไม่มีซัพพลาย จึงเริ่มศึกษา หาข้อมูล และวิธีพัฒนาที่อยู่อาศัยต่ำกว่าล้านอย่างจริงจัง ถึงความเป็นไปได้และจะเกิดขึ้น ณ ทำเลใด?

พัฒนาคอนโดต่ำล้านของคนช่างคิด ภายใต้แบรนด์ “เสนาคิทท์ (SENA KITH)

จุดเริ่มต้นของบ้านต่ำล้านไม่ได้เริ่มจากแนวคิดการพัฒนาเป็น “คอนโดมิเนียม” แต่ถูกครอบคลุมถึงที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่สามารถตอบโจทย์และพัฒนาโครงการให้มีราคา “ต่ำกว่าล้านบาท” แต่ด้วยข้อจำกัดของบ้านทั้งต้นทุน วัสดุอุปกรณ์ การก่อสร้าง ทำให้ “บ้าน” ถูกตัดช้อยออก และนำมาสู่การพัฒนาเป็น “คอนโดมิเนียม”

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว การพัฒนา “คอนโดต่ำล้าน” อาจเกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากสมัยนั้นยังคงมีทาวน์โฮมระดับราคา 1 ล้านบาทในตลาดที่อยู่อาศัย การเปิดโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคาเทียบเท่ากับทาวน์โฮม จึงอาจไม่ใช่คำตอบในเวลานั้น แต่สำหรับวันนี้ทาวน์โฮมระดับราคา 1 ล้านบาท เลือนหายไปจากตลาด จึงกลายเป็นช่วงเวลาของ “คอนโดมิเนียม” เข้ามาแทนที่ และเป็นคำตอบของการพัฒนา “คอนโดต่ำล้าน” จนกลายเป็นที่นิยม เพราะทาวน์โฮมราคา 1 ล้านบาท ในตลาดที่อยู่อาศัยไม่มีแล้ว

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ผู้พัฒนาอสังหาฯมีคอนโดอยู่ใน Portfolio สูงถึง 80% ทำให้การพัฒนาคอนโดต่ำล้านไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่มากนัก สิ่งที่กำลังพัฒนาจึงเป็นโปรดักส์ในรูปแบบเดิมเพียงแต่ข้อจำกัด และวิธีการบริหารต้นทุนที่แตกต่างกันนำมาสู่การพัฒนา “คอนโดต่ำล้าน” ภายใต้แบรนด์          “เสนาคิทท์” มีที่มาจากคำพ้องเสียงคำว่า “คิด” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ในแบรนด์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และการจดจำในรูปแบบใหม่ ถูกออกแบบในคอนเซ็ปต์หลักคือ เสนาคิทท์ คอนโดของคนช่างคิด     คอนโดจากเสนา ที่ถูกพัฒนามาจาก Consumer Insight ที่ต้องการให้อยู่ใกล้ทำเลแหล่งงาน เพื่อลดระยะเวลาการเดินทางและประหยัดค่าเดินทางลง ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานในพื้นที่ รวมถึงรายได้ภายใต้งบประมาณที่จำกัด แต่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ด้วยราคาผ่อนหลักพันบาทต่อเดือน พร้อมส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มากกว่าที่คิด รองรับการใช้ชีวิตในแบบที่ใฝ่ฝัน เปลี่ยนจากเงินเช่าเป็นเงินผ่อน เพื่อสินทรัพย์ในอนาคตในราคาไม่ถึงล้านบาท ตอบโจทย์คอนโดของคนช่างคิด ฉลาดคิด ฉลาดเลือก ได้ดีกว่าที่คิด

เสนาคิทท์” คอนโดของคนช่างคิดที่คิดครบมาให้พร้อมสำหรับผู้อยู่อาศัย

ความคาดหวังของผู้บริโภคเกิดขึ้นไม่ต่างกัน การพัฒนาแบรนด์ “เสนาคิทท์” ถูกใส่ใจในทุกเรื่องเฉกเช่นเดียวกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์อื่นของเสนา ที่มีระดับราคาสูงกว่า สำหรับคนซื้อที่อยู่อาศัยแล้ว 2 เรื่องที่ตอบสนองผู้บริโภคได้ดีคือ

1 Must Have สิ่งพื้นฐานที่เป็น “ความจำเป็น” สำหรับการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฟังก์ชั่นห้องพักอาศัย การออกแบบ ตกแต่งดีไซน์ พื้นที่จอดรถ รวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยในห้อง ตลอดจนเรื่องของความปลอดภัยและความสะอาด ภายในโครงการ ไม่ว่าจะพัฒนาโครงการในระดับราคาใดสิ่งนี้ยังจำเป็นต้องมี

2 Nice to Have สิ่งที่อาจจะ “ไม่มีความจำเป็นมากนัก” สำหรับการอยู่อาศัย สินค้าที่มีระดับราคาไม่แพงมาก Item สำหรับ Nice to have จะเป็นส่วนที่ถูกลดทอนลงโดยส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส เป็นต้น

สำหรับโครงการที่มีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก “คอนโดต่ำล้าน” อย่างแบรนด์ “เสนาคิทท์” ในบางทำเลยังคงให้พื้นที่ส่วนกลางครบครัน แม้จะไม่ใช่สิ่งที่เป็น Must Have แต่เป็นเรื่องที่ Very Very Nice to Have โดยเฉพาะในช่วงเวลาของ Work from home

พื้นฐานจากการคิดและเพิ่ม Escape Area ให้กับลูกบ้านจึงกลายเป็นสิ่งที่ถูกเติมต็มเข้ามา พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้เป็นเทรนด์เฉพาะเรื่องสุขภาพอีกต่อไปแต่กลายเป็นเทรนด์ของการ Escape ภายในห้องพักอาศัย จากพื้นที่จำกัดของการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียม

“การซื้อคอนโดในระดับราคาแค่นี้
จะคาดหวังอะไรนักหนา! คำพูดนี้คิดอย่างนี้ไม่ได้
เราไม่ควรจะคิดแบบนั้น
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในกลไกของธุรกิจ
เวลาที่ซื้อบ้านในระดับราคาไม่แพงมากนัก
สิ่งที่คุณคาดหวังหรือสิ่งที่คุณจะได้
ก็คงมีบ้างแหละที่จะไม่เทียบเท่า
กับสิ่งที่แพงมากๆ”

ดร.เกษรา กล่าว

Innovation แบบ “คิดลด” สร้างจุดเปลี่ยนสำหรับ “เสนาคิทท์”

ถือเป็นเรื่องพื้นฐานของแนวความคิดที่เมื่อไรก็ตามกระบวนการคิดเกิดขึ้นมักจะก่อให้เกิดการคิดแบบ “เพิ่ม” ในลักษณะของความละเอียด เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน เช่น เตียงนอนสามารถเปลี่ยนรูปเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่เคยเป็นได้ เพื่อสร้างความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยซึ่งก็ถือว่าเป็น Innovation ที่ดี แต่ในทางกลับกันสำหรับแบรนด์ เสนาคิทท์ ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ปรับเปลี่ยนวิธีการคิดแบบใหม่ให้ทีมงาน “คิดลด” ที่จะทำยังไงก็ได้เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคได้มากที่สุด แนวคิดของการคิดลดในแง่ของผู้บริโภคมักจะไม่ได้รับรู้ซึ่งแตกต่างจากการคิดเพิ่มที่ผู้บริโภคสัมผัสได้

ในช่วงเวลาที่คนกระเป๋าบางลงทุกวัน การคำนึงถึงคนที่มี affordability จำกัด Innovation ที่ถูกคิดออกมากลายเป็นว่ามีแต่ถูกใส่เพิ่ม และสิ่งที่ตามมาจากการ “คิดเพิ่ม” นั่นคือจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นด้วย “เสนาคิทท์” จึงเป็นการคิดละเอียดแบบ “คิดลด”

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้จ่าย เงินจึงกลายเป็นสิ่งจำกัดต่อการจ่ายในแต่ละครั้ง หากพัฒนาโครงการคอนโดต่ำล้านจากแนวคิดแบบเดิมในลักษณะของการ “คิดเพิ่ม” สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นด้วยอย่างน้อยราว 100 – 200 บาท การเปลี่ยนวิธีคิดสู่แนวทางการ “คิดลด” จึงเป็นทางออกที่จะช่วยลดภาระของผู้บริโภคลงทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายและความสามารถของการใช้เงิน

การจัดวางผังโครงการ ส่วนกลางที่เกิดขึ้น การบริหารต้นทุนและการบริหารโครงการ จึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดละเอียด ใส่ใจและคิดให้ครบในทุกมิติบองผู้บริโภค เพื่อ “ลด” ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยแบรนด์เสนาคิทท์ผ่อนเพียงเดือนละ 2,000 กว่าบาท ซึ่งหากเป็นคอนโดในรูปแบบเดียวกันที่มีค่าส่วนกลางเฉลี่ย 35-40 บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 2,000 กว่าบาท นั่นคือเทียบเท่ากับราคาค่าผ่อนคอนโด จึงเป็นไปได้ยากสำหรับที่อยู่อาศัยในระดับราคาต่ำล้านแบบนี้ที่ผู้บริโภคจะยอมจ่ายค่าส่วนกลางเท่ากับค่าผ่อนคอนโดต่อเดือน ดังนั้นโจทย์ที่ท้าทายและต้องคิดละเอียดมากคือทำให้ค่าส่วนกลางลดลง เหลือ 20-25 บาทต่อตารางเมตร การ “คิดลด” จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะทำโครงการระดับราคาใดก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารต้นทุน Fix Cost ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน ต่างๆ เท่ากันเสมอในทุกโครงการ

“คอนโดของคนช่างคิด” เรื่องยากการพัฒนาอสังหาฯ

ถ้ามันง่ายคนก็ทำเยอะ…
ฉะนั้นยาก ยาก ก็ดี จะได้ไม่มีคนทำเยอะ

ในฐานะของแม่ทัพหญิงแห่ง เสนา ที่พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมาแล้วนับไม่ถ้วน เข้าใจถึงตลาดคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่มีระดับราคา 2-5 ล้านบาท ว่าทำไมจึงกลายเป็นกลุ่มสินค้าที่มีซัพพลายในตลาดสูงสุด Segmentนี้ การพัฒนาโครงการทำได้ไม่ยาก การหาซื้อที่ดินก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน อิงแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก รูปแบบของโครงการที่ถูกพัฒนามีความใกล้เคียงกัน ซัพพลายที่มีจำนวนมากจึงก่อให้เกิด Over Supply ในบางทำเล การแข่งขันในเรื่องของราคาและกลยุทธ์ราคาจึงกลายเป็นสนามต่อสู้ย่อมๆของผู้ประกอบการ เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจากสินค้าที่มีจำนวนมากที่สุด

การพัฒนาโปรดักส์แบบเดิมเพราะ “มันง่าย” จึงไม่ใช่คำตอบ สำหรับ ผศ.ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ความรู้สึกท้าทายในการพัฒนาโปรดักส์แบบใหม่ที่ใครต่างบอกว่า “มันยาก” ทั้งในแง่ของการบริหารต้นทุน การออกแบบ จึงเริ่มเข้ามาแทนที่ เพื่อมองหาโอกาสในตลาดกลุ่มใหม่ที่ยังมีดีมานด์รองรับ

เสนาคิทท์ คอนโดของคนช่างคิด ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 1 ล้านบาท สำหรับตลาดที่มีกำลังซื้อ ผ่อนจ่ายเพียง 3,000 – 4,000 พันบาทต่อเดือน ทำเลใดก็ตามที่มีดีมานด์ของคนกลุ่มนี้แต่ยังขาดสินค้าที่เข้ามาตอบสนอง ทำเลดังกล่าวจะกลายเป็น Potential Area ของการเกิดแบรนด์ เสนาคิทท์ คำถาม 3 เรื่องที่มักจะเกิดขึ้นเสมอสำหรับคนซื้อที่อยู่อาศัยนั่นคือ ผ่อนบ้านราคาเท่าไร? จ่ายค่าส่วนกลางเท่าไร? ค่าเดินทางเป็นเท่าไร? โดยเฉพาะค่าเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเนื่องจากเป็นตัวแปรผันต่อ Area ของการพัฒนาโครงการ เสนาคิทท์ การเลือกทำเลที่ไกลออกไปจะส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยที่ต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้นดังนั้นแบรนด์ เสนาคิทท์ จึงถูกคิดอย่างละเอียดโดยมีจุดเริ่มต้นจาก 3 คำถามเป็นพื้นฐานเพื่อลูกบ้านและการลดทอนค่าใช้จ่ายลง การเกิดโครงการขึ้นจำเป็นที่จะต้องเลือกทำเลใกล้กับแหล่งงาน ของกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้จำกัด เพื่อพัฒนาคอนโดต่ำล้าน ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ จึงจะตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคกลุ่มนี้

คุ้มค่ากว่าที่คิดทั้งซื้ออยู่เอง หรือ ซื้อเพื่อการลงทุน

คอนโดต่ำล้านภายใต้แบรนด์ เสนาคิทท์ ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับเจาะกลุ่ม Real Demand เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้จำกัดส่งเสริมให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในระดับราคาต่ำล้าน โดยอยู่ใกล้กับแหล่งงานและชุมชนที่ยังคงเดินทางได้สะดวกอยู่ สิ่งหนึ่งที่เหนือความคาดหมายคือกลุ่มนักลงทุน (Investor) “ซื้อคุณยุ้ย ถูกกว่าทำอพาร์ทเมนต์เองอีก ซื้อคุณยุ้ยปล่อยเช่าดีกว่า” เสียงสะท้อนกลับมายัง ผศ.ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ได้พูดคุยกับกลุ่มนักลงทุนซึ่งมีเป็นจำนวนมากที่ให้ความสนใจต่อโครงการเสนาคิทท์

วิธีคิดและการพัฒนาโครงการยังคงแน่วแน่และเป็นไปตามความตั้งใจแบบเดิมของการพัฒนาคอนโดต่ำล้านตั้งแต่เริ่มต้น แม้จะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนเป็นจำนวนมาก สำหรับ ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ แล้วยืนหยัดในความคิดโดยให้เหตุผลว่า Investment ที่จะเป็น Return ที่ดีจะต้องถูกสานต่อเป็น Fundamental ได้ นั่นคือ ท้ายที่สุดแล้ว อสังหาฯไม่ถูกขายต่อก็ถูกปล่อยเช่า หากอสังหาฯขายต่อหรือปล่อยเช่าได้ เรื่องอื่นๆจะดีขึ้นตามมาลักษณะแปรผันในทิศทางเดียวกัน

“เมื่ออายุมากขึ้น เพิ่งคิดซื้อบ้าน ความสามารถในการซื้อบ้านจะน้อยลง เพราะอายุในการผ่อนน้อยลง แต่รายได้ไม่ได้โตทันกับราคาบ้านที่สูงขึ้น และจำนวนปีที่เหลือน้อยลงในการผ่อน เมื่อถึงจุดนึงแล้วจะไม่สามารถซื้อบ้านได้ และเมื่อซื้อบ้านไม่ได้ก็ต้องเช่าอพาร์ทเม้นต์ เมื่อเช่าอพาร์ทเม้นต์และถึงจุดนึงที่ไม่มีรายได้จะทำอย่างไร?”

ประโยคคำถามชวนคิดจาก ผศ.ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่สร้างแรงกระตุ้นและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไปราคาบ้านอาจจะไม่ได้ต่ำล้านแบบนี้อีกแล้วในทำเลที่ต้องการ หากมีรายได้ที่จำกัด อายุของคนก็จำกัด จำนวนปีที่ผ่อนได้ก็จำกัด จะทันไหม? หากเริ่มคิดเมื่ออายุ 40 ปี โดยที่รายได้ไม่ได้เติบโตขึ้นมากขณะที่ราคาบ้านเติบโตอยู่ตลอดเวลา การมองหาสิ่งจำเป็นระยะยาวคือคำตอบที่วันนี้คุณคิดแล้วหรือยัง…

ดูรายละเอียดโครงการ เสนาคิทท์ เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3qDoDEI
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1775

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง