“ทาวน์เฮ้าส์”ฝ่าด่านโควิดขยายตัวเกือบ7 หมื่นล้าน

ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมามูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์(ยอดขาย)ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลได้ปรับตัวลงลงค่อนข้างแรงถึง 31% เหลือแค่ 268,811 ล้านบาท เช่นเดียวกันกับมูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่ที่ลดลงเหลือ 282,000 ล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้สินค้าที่มีมูลค่าเปิดตัวโครงการสูงที่สุดอย่าง”คอนโดมิเนียม” ที่เคยมีมูลค่าโครงการเปิดใหม่สูงกว่า 320,000 ล้านบาทในปี 2561  ต้องเสียแชมป์ให้กับ “บ้านแนวราบ” หลังจากมูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่ลดลงมากกว่าครึ่ง

ที่สำคัญต้องเสียแชมป์ให้กับสินค้า “ทาวน์เฮ้าส์” ที่มีมูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่สูงถึง 80,250 ล้านบาท  ขณะที่คอนโดฯมีมูลค่าเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ที่ 74,908 ล้านบาท

ตลาดทาวน์เฮ้าส์ขยายตัวเกือบ 7 หมื่นล้าน
แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มูลค่าตลาดทาวน์เฮ้าส์ในรอบปี 2563 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 67,968 ล้านบาท ลดลงแค่ 10% จากปี 2562 ขณะที่คอนโดฯปรับลดลงถึง 54%

โดยกลุ่มสินค้าทาวน์เฮ้าส์ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดยังเป็นทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา 2-3 ล้านบาทที่มีสัดส่วนมากถึง 43%ของตลาดรวมทาวน์เฮ้าส์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อไม่มาก แต่ต้องการพักอาศัยอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโดฯที่มีพื้นที่จำกัด

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่าใน 2563 ที่ผ่านมามีอุปทานทาวน์เฮ้าส์เข้ามาในตลาดทั้งสิ้น 68,743 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ประมาณ 4.3% และมีสินค้าขายได้ใหม่จำนวน 10,790 ยูนิต เพิ่มขึ้นประมาณ14.3% ทำให้ ณ สิ้นปีที่ผ่านมามีทาวน์เฮ้าส์เหลือขายอยู่ในตลาดประมาณ 57,953 ยูนิต เพิ่มขึ้น 2.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 และมีอัตราดูดซับ 2.6%

ส่งผลให้การขยายตัวของธุรกิจทาวน์เฮ่าส์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้งมูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่และมูลค่ายอดขาย โดยเฉพาะในช่วงปี 2561-2562 มูลค่าตลาดทาวน์เฮ้าส์เปิดตัวใหม่อยู่ในระดับสูงถึง 91,000 ล้านบาท ทำให้มีผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่พยายามเข้ามาชิงแชร์ส่วนแบ่งตลาดเค้กก้อนนี้กันมากขึ้น รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่เคยทำตลาดคอนโดฯเป็นหลัก ก็เริ่มปรับแผนเพิ่มสินค้าทาวน์เฮ้าส์เข้ามาในพอร์ตของตัวเองด้วย

พฤกษาฯแชมป์เบอร์ 1ทาวน์เฮ้าส์ต่ำกว่า 3ล้าน
สำหรับแชมป์เบอร์ 1 ในตลาดทาวน์เฮาส์ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องยกให้กับกลุ่มพฤกษา เรียลเอสเตท ที่ยืนหนึ่งในสินค้ากลุ่มนี้มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา สินค้าทาวน์เฮ้าส์มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 43% ของรายได้รวมทั้งบริษัท คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท และจากมูลค่าตลาดทาวน์เฮ้าส์ 67,968 ล้านบาทในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าตลาดของทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านอยู่มากถึง 28,000 กว่าล้านบาท กลุ่มพฤกษาฯมีส่วนแบ่งในตลาดทาวน์เฮาส์ราคาต่ำกว่า 3 ล้านประมาณ 14% คิดเป็นมูลค่า 9,689 ล้านบาท

เดิมพฤกษาฯมีแบรนด์สินค้าอยู่ในกลุ่มสินค้าทาวน์เฮาส์มากถึง 13 แบรนด์แต่ได้มีการรีแบรนด์สินค้าใหม่เมื่อปี 2559 ลดลงเหลือ 4แบรนด์หลัก คือ บ้านพฤกษา,พฤกษาวิลล์ ,เดอะคอนเนค และแบรนด์ พาทิโอ ที่เจาะตลาดทาวน์เฮ้าส์ราคามากกว่า 5 ล้านบาท

โดยเฉพาะแบรนด์ “บ้านพฤกษา” ถือเป็นแบรนด์คู่บุญที่สร้างทั้งชื่อเสียงและรายได้ให้กับบริษัทมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 20กว่าปีที่ผ่านมา โดยช่วงเริ่มต้นของการเปิดตัวแบรนด์บ้านพฤกษา จะเน้นเจาะกลุ่มไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ในราคาไม่ถึง 6 แสนบาท และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ด้วย แต่ปัจจุบันราคาของบ้านพฤกษา เริ่มสตาร์ทตั้งแต่ 1.29 ไปจนถึงราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท พร้อมฟังก์ชั่นบ้านหน้ากว้าง 5.7 เมตร พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 90 ตารางเมตรขึ้นไป ขนาด 2-3 ห้องนอน 2ห้องน้ำ จอดรถในบ้านได้ 1-2 คัน

ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563 มีโครงการบ้านพฤกษาที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 27 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 22,197 ล้านบาท และทำยอดขายรวมได้กว่า 50%

ส่วนอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาบุกตลาดทาวน์เฮ้าส์อย่างจริงจังคือ แบรนด์พฤกษา วิลล์ อัพเดทข้อมูล ณ สิ้นปีที่ผ่านมามีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายมากถึง 34 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 27,000 ล้านบาท จุดเด่นของแบรนด์นี้เป็นการเปลี่ยนโฉมทาวน์เฮาส์ในแบบเดิมๆ ที่มีพื้นจำกัดให้มีขนาดโอเวอร์ไซส์มากขึ้น

โดยในปีนี้พฤกษา วางแผนเปิดตัวสินค้าทาวน์เฮ้าส์ทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ารวม 14,700 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านพฤกษา 8 โครงการ เดอะ คอนเนค 4โครงการ พาทิโอ 2 โครงการและพฤกษา วิลล์ 3 โครงการ โดยจะเปิดตัวโครงการในช่วงไตรมาส3และ 4 จำนวน 10 โครงการ

“โกลเด้นทาวน์”โตก้าวกระโดด แบรนด์ทาวน์เฮ้าส์ขายดี
ส่วนดีเวลอปเปอร์ที่มาแรงไล่เบียดมากับค่ายพฤกษา คือ กลุ่มโกลเด้น แลนด์ ซึ่งล่าสุดได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม” หลังจากที่บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการของแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยกลุ่มโกลเด้นแลนด์ได้เริ่มเข้ามาเจาะตลาดทาวน์เฮ้าส์เมื่อปี 2556 จากรายได้หลักร้อยล้านขยับขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็นหมื่นล้านบาทภายในเวลาไม่กี่ปี  โดยมีแบรนด์สินค้า “โกลเด้น ทาวน์”ระดับราคา 2-3 ล้านบาท เป็นทัพหน้าในการบุกตลาดตลาดทาวน์เฮ้าส์ รวมทั้งทำรายได้และยอดขายหลักให้กับบริษัท โดยเฉพาะในปี 2563 ที่ผ่านมารายได้หลักของบริษัทประมาณ 50%มาจากสินค้าทาวน์เฮ้าส์

โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 โกลเด้นแลนด์มีโครงการทาวน์เฮ้าส์ที่อยู่ระหว่างการขาย 36 โครงการ มีสินค้าเหลือขาย 5,173 ยูนิต มูลค่า 15,388 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมด 12,144 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 37,032 ล้านบาท  โดยสินค้าหลักจะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นแบรนด์ โกลเด้นทาวน์ ที่มีทั้งหมด 34 โครงการ มูลค่า 35,477 ล้านบาท อัพเดทล่าสุดปิดการขายไปแล้ว 3 โครงการ เหลือโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 33 โครงการ

จุดเด่นของทาวน์เฮ้าส์โกลเด้นแลนด์ อยู่ที่ทำเลที่ตั้งของโครงการที่บริษัทยึดหลัก 3 ข้อ คือ Accessibility ทำเลที่เข้าถึงได้สะดวก 2. Community เลือกซื้้อที่่ดินในเมืองและเป็นแหล่งชุุมชน  แม้จะมีต้นทุุนที่ดินสููงแต่มีความต้องการซื้้อสููงด้วย และ 3. Near Facility อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ตลาดและห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ฟังก์ชั่นของบ้านโกลเด้นแลนด์ก็เป็นแบบ Extra Funtion แม้จะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2ชั้นแต่มี 3-4 ห้องนอน โดยเพิ่มฟังก์ชั่นห้องนอนชั้นล่าง1ห้องที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้เป็นห้องเอนกประสงค์ได้ ห้อง Master Bedroom มี Walk in Closset เหมือนกับบ้านเดี่ยวพร้อมห้องน้ำในตัว ส่วนดีไซน์บ้านจะเป็นสไตล์ยุโรปเป็นหลัก เช่น อังกฤษ อิตาลี รวมทั้งได้เตรียมพื้นที่ด้านหลังบ้านรองรับการต่อเติมของลูกบ้าน โดยลงเสาเข็มสำหรับก่อผนังสูงไว้ให้ทุกหลังเพื่อให้ลูกบ้านต่อเติมเป็นห้องครัว ห้อง

สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการทาวน์เฮ้าส์แค่ 6 โครงการจากจำนวนทั้งหมด 18 โครงการ มูลค่า 22,500 ล้านบาท

เอพีฯปูพรมแบรนด์พลีโนเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
ในปี 2563ที่ผ่านมา เอพีฯไทยแลนด์ หรือ AP ได้ทำสถิติรายได้สูงสุด 29,888 ล้านบาท (ไม่รวมโครงการร่วมทุน) เพิ่มขึ้น 25.6% จากปี 2562 ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากกลุ่มบ้านแนวราบ 24,035 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่มากถึง 40 โครงการ มูลค่า 45,020 ล้านบาท เป็นทาวน์เฮ้าส์ 18 โครงการ มูลค่า 18,530 ล้านบาทจากจำนวนบ้านแนวราบที่เปิดตัวทั้งหมด 36 โครงการมูลค่า 39,390 ล้านบาท

เอพีฯเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีชื่อเสียงในกลุ่มสินค้าทาวน์เฮ้าส์ระดับพรีเมี่ยมในเมือง ภายใต้แบรนด์ “บ้านกลางเมือง” ที่เคยสร้างกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์สมัยเมื่อ 20กว่าปีที่แล้ว ด้วยฟังก์ชันทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น หลังจากนั้นก็ได้ต่อยอดด้วยการเปิดตัวทาวน์เฮ้าส์ระดับกลางล่างราคา  2-4 ล้านบาทแบรนด์ “พลีโน่”เมื่อช่วงปี 2554 ก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค่อนข้างดีไม่แพ้กัน

ปัจจุบันเอพีฯมีแบรนด์สินค้าทาวน์เฮ้าส์ที่อยุ่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ จำนวน 4 แบรนด์ คือ บ้านกลางเมือง พลีโน  ดีสทริค  และซอนเน่ รวมทั้งหมด 57 โครงการมูลค่าโครงการรวม 56,800 ล้านบาท (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2563) ในจำนวนนี้ทาวเฮ้าส์แบรนด์บ้านกลางเมือง 22 โครงการ มูลค่า  25,251 ล้านบาท และแบรนด์พลีโน่ 32 โครงการ มูลค่า 10,254 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ เอพีฯวางแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 34 โครงการ มูลค่า 43,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นสินค้าทาวนเฮ้าส์จำนวน 14 โครงการ

จุดเด่นที่ทำให้ทาวน์เฮ้าส์ของเอพีฯได้รับการตอบรับดีจากตลาด เกิดจากแนวคิดในการพัฒนาทาวน์เฮ้าส์ภายใต้คอนเซ็ปต์ LIVEVOLUTION HOME ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบพื้นที่ ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการใช้งานที่ง่าย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่

โดยแนวคิด LIVEVOLUTION HOME  ประกอบด้วย   2 แกนหลักคือ LIVEVOLUTION SMART รองรับการใช้ชีวิตแบบ Digital Community ที่สอดผสานเข้ากับแนวคิด IOT (Internet of things) โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ภายในบ้าน ควบคุมและสั่งการผ่าน (Intelligent Hub และ Application และ LIVEVOLUTION SPACE การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะด้าน

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง