“อนันดา”สู้คดีจ่อยื่นอุทธรณ์ภายใน30วันช่วยลูกบ้าน “แอชตัน อโศก”



นายชานนท์ เรืองกฤตยา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)หรือ ANAN เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองกลางได้มีพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ  “แอชตัน อโศก” (ASHTON อโศก)ไปเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของลูกบ้าน “แอชตัน อโศก” รวมถึงกลุ่มผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับลูกบ้าน เพราะลูกค้าที่ผ่อนกู้กับสถาบันการเงินมีความกังวลว่าจะผ่อนค่างวดต่อหรือหยุดการผ่อนค่างวดไปก่อนเพื่อรอความชัดเจน  ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ารับโอนห้องชุดไปแล้ว 87% จำนวน 666 ยูนิต รวม 578 ครอบครัวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นคนไทย 438 ครอบครัว และต่างชาติ 180 ครอบครัวจาก20ประเทศ

คลิกอ่าน >>ลุ้นชะตากรรมลูกบ้าน“แอชตัน อโศก”หลังศาลปกครองสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง

ล่าสุดบริษัทได้ชี้แจงกับลูกบ้านทั้งคนไทยและต่างชาติไปแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของบริษัทที่ได้ทำตามทุกขั้นตอนของกฎหมายและพร้อมที่จะต่อสู่คดีเพื่อได้รับความยุติธรรรม

เบื้องต้นบริษัทและทีมกฎหมายอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดภายในเวลา 30 วัน เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกบ้านและชื่อเสียงของบริษัทฯ ซึ่งคาดว่าระยะเวลาในการพิจารณาตามกระบวนการของศาลปกครองสูงสุดอาจจะต้องใช้เวลานาน 3-5 ปี

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการแอชตัน อโศก ถือเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่เกิดปัญหาระหว่างภาครัฐในฐานะที่เป็นผู้จัดการบ้านกับลูกค้า ที่เป็นผู้อยู่อาศัย ขณะที่ตัวบทกฎหมายมีความซับซ้อนทำให้ยากต่อการตีความ โดยก่อนที่จะเริ่มลงมือก่อสร้าง ทางโครงการได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานของภาครัฐถึง 8 หน่วยงาน อาทิ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และสำนักงานเขตวัฒนา เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับใบอนุญาตถึง9ฉบับ ทั้งใบอนุญาตใช้ทางของฟม. ใบอนุญาตเชื่อมทางสาธารณะ และหนังสือเห็นชอบจากรายงาน EIA “

โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเรื่องทางเข้า-ออกของโครงการ ที่ศาลปกครองกลางระบุว่าโครงการ “แอชตัน อโศก” ไม่มีด้านหนึ่งด้านใดของแปลงที่ดินยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างกว่า 18 เมตร ยาวต่อเนื่องกันไปจนไปเชื่อมกับถนนสาธารณะ

นายชานนท์ ชี้แจงว่า เดิมที่ดินแปลงนี้มีทางเข้าออกกว้าง 6.40 เมตร ตามข้อร้องเรียนของเจ้าของที่ดินเดิม ที่ถูก รฟม.เวนคืนที่ดินแปลงที่ติดกับถนนอโศกมนตรี ทำให้ไม่มีทางเข้า-ออกแปลงที่ดินด้านใน ต่อมาศาลมีคำสั่งให้รฟม.เปิดทางเข้า-ออกให้กับเจ้าของที่ดินกว้าง 6.40 เมตรติดกับสถานี MRT สุขุมวิท และเมื่ออนันดาฯได้มาซื้อที่ดินแปลงด้านในจากเจ้าของที่ดินเดิม และซื้อเพิ่มอีก 2 แปลงจากเจ้าของที่ดินแปลงที่อยู่ติดกัน จึงได้ไปเจรจากับรฟม.เพื่อขอเปิดทางเข้า-ออกเพิ่มอีก 6.60 เมตร รวมเป็นกว้าง 13เมตร

โดยได้รับการอนุมัติจากบอร์ดรฟม.เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 ภายใต้เงื่อนไขว่าอนันดาฯต้องสร้างอาคารที่จอดรถสาธารณะขนาด 9 ชั้นให้กับรฟม.แทนในวงเงินกว่า 97 ล้านบาท หลังจากนั้นอนันดาฯจึงได้ดำเนินการเพื่อยื่นขอ EIA และได้รับการอนุมัติความเห็นชอบจาก EIA เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 จนสามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการจนแล้วเสร็จและเตรียมโอนให้กับลูกค้าในช่วงปี 2561

แต่ไม่สามารถโอนห้องชุดให้กับลูกค้าได้เพราะเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ออกใบรับรองการก่อสร้างอาคาร(แบบ อ.6 ) ให้กับโครงการ จนบริษัทฯต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานและได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียนอาคารชุดและจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดได้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 และเริ่มโอนห้องชุดได้ในวันที่ 15 มิถุนายน 2561

ดังนั้นหากคดีสิ้นสุดและสรุปว่าโครงการ “แอชตัน อโศก” ผิดจริง ก็คงต้องมีโครงการในกรุงเทพฯ ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรรอีกจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากการขอผ่านทางเช่นกันเดียวกับแอชตัน อโศก โดยเฉพาะคอนโดฯที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าที่มีถึง 13 โครงการ และในจำนวนนี้อยู่ติดสถานีMRT ถึง 6 โครงการ เพราะที่ผ่านมาภาครัฐได้มีแนวคิดในการพัฒนาเมืองที่เรียก่า TOD หรือ Transit Oriented Development โดยออกแบบพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าให้ผสมผสานกันระหว่างพื้นที่พาณิชยกรรม ร้านค้า แหล่งงาน  ที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้เข้าสู่ระบบขนส่งมวลมากขึ้น

“ผมอยากให้ผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจของภาครัฐหันหน้ามาคุยกับเรา เพราะเรื่องนี้ส่งผลระทบในวงกว้างทั้งต่อลูกบ้านของอนันดาฯและอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย เนื่องจากกฎหมายของเรามีความซับซ้อน แต่บริษัทก็มีหลักฐานและเอกสารทุกอย่างตามกฎหมาย ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือหาทางออก ในฐานะที่ทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของประชาชน และไม่อยากให้เรื่องนี้กลายมาเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาฯ เพราะไม่ใช่แอชตัน อโศก เพียงโครงการเดียวเท่านั้นที่ใช้ทางเข้าออกร่วมกับสถานีรถไฟฟ้า แต่ยังมีอีกหลายโครงการที่ทำแบบนี้ก็จะพลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย”

สำหรับนักลงทุนนั้นบริษัทฯได้เริ่มมีการแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ทราบรายละเอียดแล้ว และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อตัวของบริษัทเองที่ดำเนินการตามถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยที่ในส่วนของผลกระทบดังกล่าวจะกระทบต่อการออกหุ้นกู้ชุดล่าสุดของบริษัท 2 ชุด ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564 วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเลื่อนการเสนอขายออกไป 1 สัปดาห์ เพื่อให้บริษัททำความเข้าใจกับนักลงทุนที่สนใจซื้อหุ้นกู้ของบริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจในตัวของบริษัทฯให้แก่นักลงทุนเชื่อถือและมองเห็นโอกาสในการลงทุนอยู่

ส่วนพันธมิตรญี่ปุ่นที่ร่วมกันพัฒนาโครงการ “แอชตัน อโศก” และอีกหลายๆโครงการร่วมกับบริษัท คือ บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด ได้มีการสอบถามเข้ามากับทางบริษัทในประเด็นดังกล่าวแล้ว และบริษัทได้มีการชี้แจงตอบข้อสงสัยต่างๆให้ทางพันธมิตรญี่ปุนได้ทราบ ซึ่งทางพันธมิตรญี่ปุ่นก็ได้เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ยังมีความไม่เข้าใจในข้อกฎหมายของประเทศไทยอยู่บ้างเล็กน้อย เนื่องจากกฎฑหมายในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ซึ่งพันธมิตรญี่ปุ่นยังมีความเชื่อมั่นในกระบวนการขออนุญาตก่อสร้างของบริษัทที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง

 

อนึ่ง โครงการ “แอชตัน อโศก” เป็นโครงการร่วมทุนที่อนันดาฯ และพันธมิตรญี่ปุ่น บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด ได้ร่วมกันพัฒนาในการถือหุ้นสัดส่วน 51 : 49 มูลค่าโครงการประมาณ 6,410 ล้านบาท และได้ส่งมอบห้องชุดพักอาศัยให้ลูกบ้านไปแล้ว 87% มูลค่า 5.63 พันล้านบาท เหลือขายอีก 13%

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง