กนง. เสียงแตกตรึงดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% หั่น GDP ปีนีี้เหลือ 0.7%

กนง.เสียงแตกมีมติ 4 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่  0.50% ประเมินเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากกว่าที่ประเมินไว้ ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้เป็นขยายตัวแค่ 0.7% จากเดิม 1.8% และปีหน้า 3.9% ชี้แม้ภาพคล่องในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง แต่การกระจายตัวยังไม่ทั่วถึง จากความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs และภาคครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน รายได้ และการจ้างงาน ด้าน EIC ประเมินโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้มีสูงขึ้นในช่วงไตรมาส4  หลัง กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไม่เป็นเอกฉันท์

 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง.เมื่อวันที่ 4สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติ 4 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี ส่วนอีก2 เสียงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี  โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19

มากกว่าที่ประเมินไว้ และยังมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังอยู่ในระดับสูง ดังนั้นโจทย์สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย คือ การเร่งควบคุมการระบาดและกระจายวัคซีน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนและเอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้กลับมาขยายตัว

ขณะที่มาตรการทางการคลังและการเงินจะต้องเร่งช่วยผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยการช่วยเหลือต้องเร่งผลักดันผ่านการกระจายสภาพคล่องและลดภาระหนี้ของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ รองรับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูง โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัว 0.7% และ 3.7% ในปี 2565 ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากในปีหน้า โดยได้ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 1.5 แสนคนในปีนี้ และ 6 ล้านคนในปีหน้า จากเดิมที่ประเมินว่าปีนี้จะมีนักเที่ยวต่างชาติเข้ามาในเมืองไทย 7 แสนคนและ 10 ล้านคนในปี  2565

รวมถึงตลาดแรงงานที่มีเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยในช่วงไตรมาสที่ 2ที่ผ่านมา มีจำนวนแรงงานว่างงานระยะยาวเกิน 1ปีเป็นจำนวน 0.2 ล้านคน และแรงงานย้านถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 ล้านคน

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากแนวโน้มการใช้จ่ายของภาครัฐที่สูงขึ้นจาก พ.ร.ก. กู้เงินล่าสุด และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวดี แม้ภาคการผลิตบางส่วนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19ในโรงงานและการขาดแคลนวัตถุดิบชั่วคราวก็ตาม

EIC ประเมินกนง.มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%ในปลายปีนี้
ด้านศูนย์วิจัยไทยพาณิชย์หรือ EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อเนื่องไปถึงปีปี 2565 หากเศรษฐกิจเป็นไปตามกรณีฐานการประเมินล่าสุดของ กนง. ที่มีสมมติฐานว่า การระบาดของโควิด-19 จะถูกควบคุมและสามารถผ่อนคลายการล็อกดาวน์ได้ในช่วงต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะทำให้ความจำเป็นในการลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มีน้อยลง แต่โอกาสของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งภายในปีนี้ก็มีมากขึ้นเช่นกัน (ความน่าจะเป็น 30%) จากความเสี่ยงด้านการระบาดจากสายพันธุ์เดลต้า ขณะที่การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างอย่างช้า ๆ ทำให้มีโอกาสที่การระบาดและมาตรการการควบคุมจะยาวนานกว่าคาด กระทบต่อการฟื้นตัวและแผลเป็นทางเศรษฐกิจมากขึ้น จนเป็นเหตุผลให้ กนง. อาจตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในปีนี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ EIC ได้ประเมินว่า ภาครัฐต้องพิจารณาปรับมาตรการการเงินที่มีอยู่และออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเร่งจัดสรรสภาพคล่องและลดภาระหนี้ของกลุ่มประชาชนที่ถูกกระทบจากการระบาดของโควิด-19ให้มีประสิทธิผลมากขึ้น เช่น มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ที่อาจจะต้องมีการปรับเงื่อนไขและลดข้อจำกัดต่าง ๆ โดยเฉพาะการปรับรูปแบบของการลดความเสี่ยงด้านเครดิตและลดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง