SENAสู้โควิด-19 พลิกตำราฝ่ามหาวิกฤติซ้อน ยกทฤษฎี C.A.P.ตั้งรับสถานการณ์ทุกมิติ

บิ๊กเสนาฯเผยโควิด-19 ระลอก3  ส่งผลกระทบเป็นมหาวิกฤติซ้อนวิกฤติ ถึงขั้นพลิกตำรา โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯเข้าสู่สภาวะ Zombie Firm ในอีก 1-2 ปี ระบุแม้คลายล็อกเปิดแคมป์แต่ ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุน แรงงานขาดแคลน พร้อมโอบอุ้มธุรกิจให้รอดช่วยเหลือ เยียวยา ดูแล 5 กลุ่ม ยกทฤษฎี C.A.P.ตั้งรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทุกมิติ มั่นใจผุดโครงการได้ตามแผนและพร้อมปรับตัวรับมือ ทั้งลดความเสี่ยงการลงทุนจากการผนึกกับพันธมิตรญี่ปุ่น
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA  เปิดเผยว่าที่ผ่านมา คนทั่วโลกต้องต่อสู้กับสงครามเชื้อโรคที่ยังมีแนวโน้มแย่สุดในอีก 1-2 เดือนนี้ หากกรณีที่เลวร้ายขั้นสุดอาจส่งผลให้หลายกิจการต้องปิดตัวลง คนตกงานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้มองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติทั้งด้านสาธารณสุขและภาคเศรษฐกิจที่เกิดการหดตัวขั้นรุนแรง ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของสถานการณ์มหาวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลบานปลายต่อภาพรวมเศรษฐกิจในวงกว้างและอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและโดยเฉพาะภาคอสังหาฯ คาดว่าค่อยๆฟื้นตัวได้หลังจากปี 2565
เหตุการณ์นี้กำลังทำให้พลวัตรทางเศรษฐกิจหายไป  จะทำให้งบดุลและหนี้สินเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผู้ประกอบการต้องมีการบริหารกระแสเงินสดให้ดี ซึ่งรายใหญ่สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่ารายเล็ก และจะยิ่งเห็นชัดมากขึ้นในช่วงต่อไป  โดยหลังจากนี้ส่วนแบ่งตลาดจะอยู่ในมือบริษัทรายใหญ่สัดส่วน 70-80% แต่ในทางเศรษฐกิจมหภาคในแต่ละอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯจะเกิดเหตุการณ์ “ผู้ประกอบการที่ต้องประสบกับภาวะซมไข้ยาวนาน” (Zombie Firm)ในลำดับที่สูงมากขึ้น คือการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่ากำไร โดยอสังหาฯขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 5 และจะไม่ดีขึ้นในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีนี้  และจะยิ่งเห็นชัดมากขึ้น

ในช่วงนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ดีมานด์จะชะลอตัวลง เพราะคนตกงานมากขึ้น สถาบันการเงินก็ไม่ปล่อยกู้ อีกทั้งไม่มีกำลังซื้อด้วย  อีกประการคือหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 90% ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตเป็นไปได้ยากมาก ยอด Reject ก็จะสูงขึ้นเช่นกัน แต่อัตราดอกเบี้ยจะช่วยได้บ้าง เพราะยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ

วิกฤติ 1-2 เดือนนี้ถึงขั้นพลิกตำราเลย ถือเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ เพราะต้นทุนในการทำอสังหาฯสูงขึ้น เริ่มจากคนงาน ที่มีการประกาศปิดแคมป์ตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ถือเป็นการกระทบทางอ้อม เป็นการตัด Supply Chain ทิ้ง แม้ว่าตอนนี้เปิดมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว แต่ธุรกิจของบริษัทฯยังไม่ค่อยทันสมัยมากนัก จึงทำให้คนงานหนีหายไปบ้าง ทำให้ค่าแรงคนงานเพิ่มขึ้นและหายากมากขึ้นด้วย แต่ก็ยินดีที่จะแบกรับภาระ อีกประการคือเหล็กปรับราคาสูงขึ้น เพราะการพัฒนาคอนโดฯจะใช้เหล็กมากกว่าแนวราบ ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น ทำให้วิกฤติครั้งนี้ไม่มีโอกาสเหมือนในช่วงที่ผ่านมา คิดว่าดีมานด์ในปีนี้จะหดตัวลงอีก ขณะเดียวกันซัพพลายก็ลดลงเช่นกัน แต่ยังน้อยกว่าดีมานด์ แต่เชื่อว่ายังเป็นระยะสั้น ดังนั้นจึงมองหาช่องว่าง โดยตลาดกทม.ยังมีโอกาสในการขยายตัวได้ผ่านพื้นที่ปริมณฑล แต่จำนวนสมาชิกในครอบครัว (Household Size) จะเล็กลง ซึ่งต้องก้าวข้ามปัญหาในระยะสั้นไปให้ได้ เหมือนไฟไหม้ เราต้องเอาชีวิตให้ผ่านไปให้ได้”ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

สำหรับคำตัดสินของศาลปกครองกลางกับโครงการหรูย่านอโศกนั้น ก็สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการทุกรายได้หมด ซึ่งพันธมิตรญี่ปุ่นก็สอบถามกับทางเสนาฯมาเช่นกัน ซึ่งก็หวังว่าทุกอย่างจะจบในทิศทางที่ดี

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทางเสนาทำในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 คือ การดูแล ช่วยเหลือ รักษา และเยียวยา คน 5 กลุ่มที่อยู่รอบตัว ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ลูกบ้าน พาร์ทเนอร์ และสังคม พร้อมสร้างความแข็งแรงจากภายในองค์กรภายใต้พันธกิจแห่งปี “SENA Strong” เพื่อเตรียมตั้งรับกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกด้าน ผ่านทฤษฎี C.A.P ซึ่งเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติระลอกนี้ไปให้ได้ สำหรับกระบวนการดำเนินการและวิธีคิดวิธีการทำงาน ผ่านทฤษฎี C.A.P ประกอบไปด้วย

C: COPE การแก้ปัญหาระยะสั้น ด้วยวิธีการทำงานจากการลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง ทำแบบเชิงรุก เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาของแต่ละคนอย่างถ่องแท้ พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด วางแผนงานและตั้งทีม SENA War Room Center เพื่อให้ทุกคนได้รับความช่วยเหลือและการดูแลได้อย่างรวดเร็วที่สุด และมีศูนย์พักคอยที่เสนา เฮ้าส์ พหลโยธิน 30 เพื่อรองรับพนักงานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง N-1 หรือ N-0 คนที่รอโรงพยาบาลได้รับการดูแลและรักษาทันท่วงที เป้าหมายหลักของการทำงานของทีม ไม่ใช่เพียงแค่ได้โรงพยาบาลเพื่อรักษาเท่านั้น แต่ทุกคนต้องได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้มีการหาวัคซีนเพื่อเร่งฉีดให้กับพนักงาน ผู้รับเหมา คนงานทั้งคนไทยและต่างด้าว  ขณะเดียวกันภายในแคมป์คนงานมีการแจกถุงยังชีพ / ตั้งศูนย์พักคอย / แจกฟ้าทะลายโจร / บริจาคเงินสร้างห้องแรงดันลบ และซื้ออุปกรณ์ ทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด และวางแนวทางปฏิบัติ Covid Free Site หลังจากคลายล็อกแคมป์คนงานแล้วเพื่อป้องกันให้คนงานปลอดภัยที่สุด โดยเชื่อว่า “สายพานการผลิตเริ่มทำงานปกติและคนงานในแคมป์ต้องปลอดภัย

A: ADJUSTING เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งแผนธุรกิจและปรับตัวรอจังหวะและโอกาสที่ดีในการเปิดตัวโครงการ จากแผนการเปิดตัวโครงการเมื่อต้นปี 2564 วางไว้  18 โครงการ มูลค่าประมาณ 16,764 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบจำนวน 5 โครงการ และแนวสูง 13 โครงการ โดยประมาณ 15 โครงการเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น ทำให้สภาวะการเงินไม่ติดขัด และครึ่งปีหลัง Zombie Firm จะเกิดขึ้นมากกว่าครึ่งปีแรก แต่เชื่อว่าในระยะสั้นทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งแผนการดำเนินงานช่วงที่เหลือยังคงเปิดตัวโครงการตามแผนเดิมหรือพร้อมเดิมเกมใหม่แล้ว และเดือนสิงหาคม มีแผนเปิดอีกประมาณ 4 โครงการ ซึ่งจากสถานการณ์ที่วิกฤติ อาจจะเลื่อนเปิดตัวไปในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวในระยะสั้น เพื่อให้เข้ากับสภาวการณ์

โดยในช่วงที่ผ่านมา เปิดตัวไปแล้ว 2 โครงการ คือ เสนาคิทท์ เวสต์เกต – บางบัวทอง และ เสนาคิทท์ ฉลองกรุง – ลาดกระบัง ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) คิดเป็นมูลค่า 7,399 ล้านบาท (ณ สิ้น 31 มีนาคม 2564) และรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ 4,390 ล้านบาท และทยอยรับรู้ในปีถัดไปตามลำดับ ขณะที่ตั้งเป้ารับรู้รายได้  10,000 ล้านบาท และเป้ายอดขายที่ 11,000 ล้านบาท

“ภาพรวมเศรษฐกิจจีดีพีไม่สูงก็เฉียดสูง ซึ่งมองว่าระยะ 2-3 เดือนนี้จะหาตัวบวกได้ยาก ซึ่งมีเพียงอุตสาหกรรมเดียวคือการส่งออก ขณะเดียวกันบางโรงงานก็ต้องมีการปิดตัวชั่วคราวเพราะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคทิศทางตลาดผู้ประกอบการจะหันไปทำตลาดราบแนวราบมากขึ้น แต่คอนโดฯก็ยังเป็น ตลาดที่ใหญ่อยู่แม้ว่าจะลดลงมาเล็กน้อย อาจไปอยู่ที่ระดับ 55 :45 ส่วนทาวน์เฮาส์ ราคา 2 ล้านบาทต้นๆ ยอดReject ยังสูงอยู่ ซึ่งในส่วนของบริษัทฯยังเน้นลงทุนคอนโดฯสัดส่วนประมาณ 80% และแนวราบ 20% สำหรับราคาที่ดินนั้น โดยเทรนด์แล้ว มีการปรับลดลง แต่ก็ไม่ถึงกับลดลงมาก” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

P: POSITIONING มองถึงแผนระยะยาวและเตรียมการให้พร้อมหลังจากวิกฤติโควิดคลี่คลายลง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม  จากมหาวิกฤติโควิด-19 ทำให้ภาคธุรกิจอสังหาฯปีนี้ ถือว่าได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบครบทุกด้านทั้งมาตรการล็อกดาวน์ที่มีผลต่อ Supply Chain ทั้งระบบเศรษฐกิจ กำลังซื้อและดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหดตัว ทำให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังในการทำการตลาดหรือแม้แต่การเปิดโครงการใหม่ในช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนี้ด้วย

“อยากฝากถึงภาครัฐว่า แรงงานในแคมป์มีทั้งที่อยู่ในระบบประกันสังคมและไม่อยู่ในระบบ รวมถึงแรงงานเถื่อนบางส่วน หากอยากแก้ไขโควิด-19 ต้องยอมรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นต้องแก้ไขทั้งระบบ หากมีการประกาศล็อกดาวน์ยาวถึงต้นปีหน้า บริษัทฯสามารถอยู่ได้ เพราะมีการวางแผนไว้แล้ว แต่การเปิดตัวอาคารสูงอาจจะเลื่อนออกไป”ผศ.ดร.เกษรา กล่าวในที่สุด

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง