ASW โชว์แกร่ง ทำกำไร Q2/64 พุ่งกว่า 76% พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาลทั้งหุ้น-เงินสด

บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW) โชว์ศักยภาพสุดแกร่งฝ่าโควิด เปิดงบไตรมาส 2/64 กำไรสุทธิแตะ 258.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.1 % และมีรายได้รวม 1,107.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% ผลจากรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธ์ โครงการในแบรนด์ Kave ,Atmoz และ Modiz คึกคัก บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นหุ้นในอัตรา 8 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และเงินสด 0.02206 บาทต่อหุ้น ฟากซีอีโอ “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ” ย้ำมั่นใจผลงานปี 64 โตตามเป้า 20% ยอดขายรอโอนกว่า 7.7 พันล้านบาท เน้นใช้กลยุทธ์อัดโปรโมชั่นออนไลน์ พร้อมแคมเปญชวนพันธมิตรหลากหลายอาชีพกระตุ้นกำลังซื้อ ล่าสุดเปิดสำนักงานขายโครงการ “Atmoz Bangna” กระแสตอบรับดีเกินคาดกำไรไตรมาส 2/64 โต 76.1% พร้อมจ่ายปันผล

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) ผู้พัฒนาอสังหาฯ รุ่นใหม่ เติบโตด้วยกลยุทธ์ “Best Choice” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 อยู่ในภาวะเติบโตแม้เผชิญหน้ากับสถานการณ์โควิด กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 258.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.1 % และมีรายได้รวม 1,107.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 47.1 % และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 23.2 % ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 578.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.7% จากงวดเดียวกันปีก่อน ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 2,281.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.8%

ทั้งนี้สืบเนื่องจากลูกค้ามั่นใจในโครงการของบริษัทฯ ซึ่งมียอดขายในไตรมาส 2/2564 จำนวน 1,572 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 93% และ โครงการแนวราบ 7% อีกทั้งบริษัทฯ ออกโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์หลากหลายเพื่อกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิ์ โดยรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์จากแบรนด์ Kave เป็นสัดส่วน 63% แบรนด์ Atmoz 22 % แบรนด์ Modiz 3% ตามลำดับ ส่วนที่เหลืออยู่ในแบรนด์อื่นๆ และเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ) อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นหุ้นและเงินสด โดยมีสัดส่วนจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 8 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และการจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.02206 บาท เป็นเงิน 16,787,660 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 26 สิงหาคม 2564 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 4 ตุลาคม 2564 มั่นใจโตตามเป้า ชู Backlog 7,700 ล้าน

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ากว่า 7,700 ล้านบาทโดยจะมี 2 โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้ ในไตรมาส 3 ได้แก่ “เคฟ ทียู” (Kave TU)มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท มียอดขายกว่า 90% และ “โมดิซ สุขุมวิท 50” (Modiz Sukhumvit 50) มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลงานในปี 2564 สามารถเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะมีรายได้เติบโตระดับ 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 4,205 ล้านบาท
กลยุทธ์สร้างยอดขายควบคู่การดูแลพันธมิตร

สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 บริษัทฯ ยังมั่นใจเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ๆ ร่วมกับกลยุทธ์การขายและการตลาดที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ โดยวางแผนเปิดขายโครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 9,700 ล้านบาท ล่าสุดประเดิมด้วยการเปิดสำนักงานขาย โครงการ “แอทโมซ บางนา” (Atmoz Bangna) มูลค่า 2,200 ล้านบาท กระแสตอบรับเป็นไปอย่างดีเยี่ยมทั้งจากลูกค้าเก่าที่ติดตามโครงการของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องและลูกค้าใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในสินค้าที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยของการให้บริการของ ASW แม้อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

โครงการ Atmoz Bangna

“ASW ยังคงเชื่อมั่นที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้รายได้ยังคงเติบโตอยู่กว่า 51% บริษัทฯ ยังคงเน้นกลยุทธ์การขายและการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ และปรับตัวทันสถานการณ์ ซึ่งดูจากยอดขายในไตรมาสที่ผ่านๆ มา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ASW ยังมีแคมเปญที่โดนใจกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยมีการเชิญชวนพันธมิตรหลากอาชีพมาร่วมรีวิวโครงการของ ASWเพื่อเป็นการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ควบคู่ไปกับการกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความตั้งใจของ ASW ที่ต้องการเติบโตควบคู่ไปกับสังคมและชุมชน
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีมาตรการดูแลและป้องกันโควิด-19 ในแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยการสนับสนุน เวชภัณท์ แอลกอฮอล์ หน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 รวมถึงอาหารพร้อมทาน และวัตถุดิบในการประกอบอาหารอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการปิดแคมป์คนงานตามมาตรการรัฐ และมีการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มให้กับพนักงาน ครอบครัวพนักงาน บริษัทพันธมิตร คู่ค้า รวมไปถึงคนงานก่อสร้างอีกด้วย อีกทั้งยังดูแลลูกค้าและลูกบ้านผ่านการบริการที่หลากหลาย เช่นการจัดตรวจโควิด-19 เชิงรุกด้วย Rapid Test ให้แก่ลูกบ้าน, ส่งมอบกล่อง Home Isolation สำหรับลูกบ้านที่ต้องกักตัว และประสานงานหาเตียงและส่งข้อมูลสำคัญให้กับลูกบ้าน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวอีกว่า ASW ยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อาทิเช่น บริษัทฯ ได้มีการร่วมมือกับบริษัท ฟิวเจอร์คอมเพเทเร่ จำกัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและลงทุนเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดธุรกิจและสามารถปรับตัวสู่นวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง