ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ยังแกร่ง กำไรสุทธิรวม 60.4พันล้าน


นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย
เปิดเผยผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิจำนวน 60.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนร้อยละ 72.13 เนื่องจากค่าใช้จ่ายกันสำรองที่ลดลงจากการกันสำรองในระดับสูงในปี 2563 ประกอบกับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มจากรายได้เงินปันผลและรายได้ค่าธรรมเนียม

สะท้อนให้เห็นว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีความเข้มแข็ง โดยมีเงินกองทุน เงินสำรองและสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สามารถรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ต่อเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวได้ รวมทั้งยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้และสนับสนุนความต้องการสินเชื่อได้ ทั้งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการผ่อนปรน เกณฑ์การจัดชั้นช่วยชะลอการด้อยลงของคุณภาพสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์

ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายกันสำรองที่ลดลงหลังจากการกันสำรองในระดับสูงในปีก่อน ส่งผลให้ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 3,038.1 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ร้อยละ 20  ส่วนเงินสำรองอยู่ในระดับสูงถึง 851.5 พันล้านบาท โดยอัตราส่วนเงินส รองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ร้อยละ 152.2 และอัตราส่วนสินทรัพย์ สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤตอยู่ที่ร้อยละ 186.7

สำหรับภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 3.7 เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 3.8 โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.6 เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 จากการเร่งใช้สินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมากกว่า 500 ล้านบาท (ณ มิถุนายน 2564) ในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวนในปีก่อน ประกอบกับมีการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้

ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ SMEs ปรับตัวดีขึ้นและขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวของปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและสินเชื่อฟื้นฟู

สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวที่ร้อยละ 5.7 เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 และปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ขยายตัวร้อยละ 5.3 เนื่องจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัวได้ดีตามอุปสงค์ต่อที่อยู่อาศัยแนวราบที่ยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ขยายตัวลดลง สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน

ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวลดลง จากปริมาณการใช้บัตรเครดิตที่ลดลงจากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการจ จำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจก่อนการล็อกดาวน์ ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการสภาพคล่องในภาคครัวเรือน โดยบางส่วนเป็นการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อสวัสดิการ

ด้านคุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ยังคงได้รับผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ โดยยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือNPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 545.5 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ร้อยละ 3.09 ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยง ด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม อยู่ที่ร้อยละ 6.34 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ร้อยละ 6.42

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง