ลูกบ้านแอซตัน อโศก “เคว้ง” หวั่นผ่อน”กระดาษเปล่า”กับแบงก์

หลังจากกลุ่มลูกบ้านแอซตัน อโศกได้รวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริษัทอนันดาฯและหน่วยงานราชการดำเนินการแก้ไขเยียวยาในสิ่งที่ลูกบ้านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจำนวน 3 ข้อไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐและกลุ่มอนันดาฯออกมาช่วยเหลือใดๆ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่ขอให้กลุ่มอนันดาฯและสถาบันการเงินช่วยเหลือในการพิจารณาคำขอรีไฟแนนซ์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสถาบันการเงินโดยเร่งด่วน

เนื่องจากมีลูกบ้านประมาณ 348 ครอบครัวที่ใช้สินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก 9 สถาบันการเงิน มีมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ลูกบ้านได้ผ่อนเงินกู้กับสถาบันการเงินไปแล้ว 3 ปีแล้วหลังจากที่เริ่มทยอยโอนห้องชุดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561

ล่าสุดมีลูกบ้านส่วนหนึ่งได้รับการปฏิเสธจากสถาบันการเงินแห่งใหม่ในการยื่นขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ โดยสถาบันการเงินให้เหตุผลว่าหลักประกันไม่มีความน่าเชื่อถือตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง รวมถึงการขอ Retention กับสถาบันการเงินเดิมก็ได้รับการปฏิเสธด้วยเช่นกัน

ส่งผลให้ลูกบ้านต้องแบกรับค่าดอกเบี้ยส่วนต่างเพิ่มขึ้นในอัตรา 2-3% ในช่วงหลังปีที่ 3เป็นต้นไป คิดเป็นเงินค่าเสียหายในส่วนนี้ประมาณ 60-90 ล้านบาทต่อปี และหากคดีดังกล่าวต้องใช้เวลาในการพิจารณาคดีอีก 5 ปีจะคิดเป็นค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 300-450 ล้านบาท

“วันนี้ลูกบ้านแอซตัน อโศกมีความรู้สึกเหมือนผ่อนกระดาษเปล่ากับแบงก์ แต่กลับต้องนำเงินที่เก็บหอมรอมริบมาชดใช้หนี้ก้อนโตที่มีสูงเกือบสิบล้านในระยะเวลา 20-30 ปีของการผ่อนเงินงวด  โดยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าสุดท้ายแล้ว ลูกบ้านจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดหรือไม่ หรือว่าตึกนี้อาจจะต้องถูกทุบทิ้งตามคำสั่งศาลลปกครองสูงสุด และลูกบ้านอาจจะไม่ได้รับการชดเชยใดๆจากหน่วยงานราชการหรือเจ้าของโครงการ”

ดังนั้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มลูกบ้านแอซตัน อโศกประมาณ 300 คน พร้อมด้วยผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด แอซตัน อโศก ได้รวมตัวกันทำหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัทอนันดา เอ็มเอฟ  เอเชีย จำกัด และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์  จำกัด (มหาชน) เพื่อขอให้มีการประชุมเพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยเฉพาะปัญหาการทำธุรกิจกับสถาบันการเงิน รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้รายใหม่ที่สนใจจะซื้อห้องชุดต่อจากเจ้าของร่วมบางราย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อมาจากกลุ่มผู้บริหารอนันดาฯ

สำหรับข้อเรียกร้องที่ลูกบ้านต้องการให้กลุ่มอนันดาฯเข้ามาช่วยเหลือในช่วงระยะสั้น คือ ความมั่นใจเกี่ยวกับความรับผิดชอบจากเจ้าของโครงการในกรณีที่หากแพ้คดีในศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งให้เร่งดำเนินการประสานงานกับธนาคารพาณิชย์ในการขอรีไฟแนนซ์หรือ Retention ให้กับลูกบ้าน

ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางต้องการให้อนันดาฯเปิดออฟชั่นในการรับซื้อคืนห้องชุดคืนหรือแลกเปลี่ยนห้องชุดในโครงการอื่นๆให้กับลูกบ้าน

โดยลูกบ้านอยู่ระหว่างรวบรวมสัญญาจะซื้อจะขาย หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด และเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงจัดเตรียมหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้หากข้อเรียกร้องของลูกบ้านยังไม่ได้รับการตอบรับจากผู้พัฒนาโครงการแอซตัน อโศกภายในกำหนดเวลา 14 วันนับแต่วันนี้ ลูกบ้านแอซตันอโศกกว่า 1,000 คนจากกว่า 600 ครอบครัวจำเป็นต้องยกระดับข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานราชการหรือผู้พัฒนาโครงการต่อไป

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง