รฟท.เตรียมเนรมิตที่ดิน “คลองสาน”ผุดมิกซ์ยูส มูลค่า 839 ลบ. พร้อมให้เอกชนเข้าประมูล ปี’ 65

รฟท.เตรียมขอคืนพื้นที่เช่า “ตลาดคลองสาน พลาซ่า”ส่วนที่เหลือภายในปลายปี64 เบื้องต้นวางเนรมิตพื้นที่ 5 ไร่ ผุดโครงการมิกซ์ยูส รร.ระเปิดับ 3 ดาวและพื้นที่ค้าปลีก รวมมูลค่า 839 ล้านบาท พร้อมเปิดให้เอกเชนเข้าประมูลปี 65 อายุสัญญาเช่า 30 ปี เริ่มดำเนินการพัฒนาในปี 66 พร้อมเปิดบริการปี69 ใช้ระยะเวลาในการคืนทุน 10 ปี มี IRR ที่ 13.5% และอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ภาคเอกชนจะต้องให้แก่รฟท.อยู่ที่ 325 ล้านบาท มั่นใจศักยภาพทำเลจะดึงนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติกลับมาใน 3 ปี
จากการที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะรับคืนพื้นที่ จากผู้เช่าตลาดคลองสาน พลาซ่า” แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังมาช้านานประมาณ 30-40 ปี ซึ่งจะหมดสัญญาทั้งหมดในปลายปี 2564 นี้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างไปเกือบหมดแล้ว  ล่าสุดวันนี้ (26 ตุลาคม 2564) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน ได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อศึกษา ทบทวน และสำรวจ ความสนใจของผู้ประกอบการภาคเอกชน(MARKET SOUNDING)
นายเอก สิทธิเวคิน
โดยนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การพัฒนาที่ดินตลาดคลองสาน ซึ่งเป็นที่ดินของรฟท. มีแผนปฏิบัติงานการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ไม่ใช่เพื่อการเดินรถและมีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ โดยที่ดินดังกล่าวเป็นจุดที่มีศักยภาพสูงของริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นอกจากจะมีท่าเรือสำคัญที่เชื่อมฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครแล้ว พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณดังกล่าวยังรายล้อมไปด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว ,ศูนย์การค้า และคอนโดมิเนียม ไอคอนสยาม ดังนั้นทั้งรฟท.จึงต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพเป็นแนวทางที่เหมาะสม และจะเกิดประโยน์และสร้างมูลค่าต่อ รฟท. ในระยะยาวมากที่สุด โดยได้มีการวางแผนการพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ในการให้สิทธิการเช่าที่ดินระยะเวลา 30 ปี กับภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาประมูลเพื่อพัฒนาที่ดินตลาดคลองสาน ส่งเสริมศักยภาพให้แก่การพัฒนาทำเลบริเวณดดยรอบ สร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ และมีการใช้ที่ดินได้อย่างมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายปรัชญา บุษยพันธ์
ด้านนายปรัชญา บุษยพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายที่ปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน กล่าวว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 5 ไร่ หรือ 2,000 ตารางวา ด้านหน้าติดกับถนนเจริญนคร และด้านหลังติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการรื้อถอน จะเหลือเพียงอาคารพาณิชย์ 36คูหา ที่ผู้เช่าเดิมต้องส่งคืนให้การรถไฟฯภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 นี้
โดยจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ดังกล่าวรายล้อมไปด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว มีรถไฟฟ้าสายสีทอง มีท่าเรือ และเป็นแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ ดังนั้นการก่อสร้างจะเน้นโรงแรมระดับกลาง 3 ดาว ซึ่งยังมีช่องว่างในการทำตลาด ระดับราคาประมาณ 2,000 บาท/คืน เพื่อตอบโจทย์ในการพัฒนาครั้งนี้ และตอบโจทย์นักท่องเที่ยว  ซึ่งในเบื้องต้นการพัฒนาที่ดิน ทางรฟท.จะพัฒนาในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูส พื้นที่อาคารรวม 21,647 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย

-อาคารโรงแรมสูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวนห้องพัก 270 ห้อง รวม 16,900 ตารางเมตร

-อาคารพื้นที่ค้าปลีกสูง 3 ชั้น 2 อาคาร และ 5 ชั้น 1 อาคาร  พื้นที่รวม 4,347 ตารางเมตร

-ลานกิจกรรม พื้นที่ใช้สอย 400 ตารางเมตร

โดยก่อนที่จะทำการพัฒนาโครงการ ทางรฟท.ได้มีการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะประกอบด้วย

-ผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 ซึ่งเป็นผังสีน้ำตาล (ย.8 -18)  เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่เขตเมือง ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด 31ประเภทการใช้ประโยชน์ มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) 6: 1 อัตราส่วนของที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (OSR 5%) และให้มีพื้นที่น้ำซึมผ่านได้เพื่อปลูกต้นไม้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของพื้นที่ว่าง การพัฒนาโครงการ โรงแรม สูง 8 ชั้น ร้านค้า (Retail) สูง 3 ชั้น และอาคารร้านค้าและร้านอาหารสูง 5 ชั้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมือง รวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556

-กฎกระทรวงฉบับที่ 55(พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 61 (พ.ศ. 2550) กำหนดระยะถอยร่นและระยะห่างของอาคาร จากแนวเขตที่ดินของโครงการ ซึ่งโครงการได้ออกแบบให้สอดคล้องตามข้อกำหนด

-ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภทริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งฯ พ.ศ.2542 พบว่าโครงการตั้งอยู่บนเขตพื้นที่ภายในระยะดังต่อไปนี้

1.ภายในระยะ 15 เมตร จากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฟากให้ก่อสร้างอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 8 เมตร และห่างจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่น้อยกว่า 3 เมตร ซึ่งมิใช่ห้องแถวหรือตึกแถว

2.ภายในระยะตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 45 เมตร จากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฟากให้ก่อสร้างอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 16 เมตร

ตามผังโครงการภายในระยะตั้งแต่ 15 เมตร จนถึง 45 เมตรจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีอาคารร้านค้าและร้านอาหารสูง 5 ชั้น มีความสูงอาคารรวมประมาณ 15 เมตร ซึ่งเป็นอาคารที่สามารถสร้างได้ตามเกณฑ์ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครข้างต้น

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544

กำหนดระยะถอยร่นและ ระยะห่างของอาคารจากแนวเขตที่ดินของโครงการ ซึ่งโครงการได้ออกแบบให้สอดคล้องตามข้อกำหนด

-กฎกระทรวงฉบับที่ 55(พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 61 (พ.ศ. 2550) กำหนดระยะถอยร่นและระยะห่างของอาคาร จากแนวเขตที่ดินของโครงการ ซึ่งโครงการได้ออกแบบให้สอดคล้องตามข้อกำหนด

โดยที่ดินแปลงดังกล่าวทางรฟท.จะมีการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมประมูลในการพัฒนาที่ดินตลาดคลองสานในเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2565 โดยมีอายุสัญญาเช่า 30 ปี และเริ่มดำเนินการพัฒนาในปี 2566 พร้อมเปิดบริการในปี 2569 มูลค่าการก่อสร้างและการพัฒนาโครงการที่รฟท.ทำการศึกษาเบื้องต้นอยู่ที่ 839 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการคืนทุน 10 ปี มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) เฉลี่ยอยู่ที่ 13.5% โดยที่ผลตอบแทนขั้นต่ำจากการศึกษาของรฟท.ที่จะต้องได้รับ ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ภาคเอกชนจะต้องให้แก่รฟท.อยู่ที่ 325 ล้านบาท ซึ่งจะมีการคิดเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทนให้กับรฟท.ได้ตามความเหมาะสม เช่น การจ่ายผลตอบแทนส่วนแรกในสัดส่วน 30% และการจ่ายผลตอบแทนให้กับรฟท.ในส่วนที่เหลือเป็นรายปีในอัตราเพิ่มขึ้นต่อปี ซึ่งคาดว่าภาคเอกชนจะมี IRR เฉลี่ยประมาณ 11.33% ต่อปี หากใช้วิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับรฟท.ในวิธีการดังกล่าว

โดยจุดแข็งของทำเลที่ตั้งของพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพจากที่ดินดังกล่าวเป็นจุดที่มีศักยภาพสูงของริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะนอกจากจะมีท่าเรือสำคัญที่เชื่อมฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครแล้ว พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณนี้ยังรายล้อมไปด้วยโรงแรม 5 ดาวริมแม่น้ำ และโครงการศูนย์การค้าและคอนโดมิเนียม ไอคอนสยาม รวมถึงระบบโครงข่ายคมนาคมทางรางที่เชื่อมต่อกันทั้งรถไฟฟ้าสายสีทองสถานีเจริญนครและคลองสานที่ใกล้กับที่ดินตลาดคลองสาน สามารถเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีกรุงธนบุรีได้ และในอนาคตจะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (หัวลำโพง-มหาชัย) อีกทั้งยังเป็นย่านเมืองเก่าที่มีตลาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรายล้อม ทำให้มีศักยภาพในการดึงดูดคนและนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆให้เข้ามาใช้บริการ

“การพัฒนาที่ดินตลาดคลองสานรูปแบบการพัฒนาในส่วนของโรงแรมและรีเทลนั้น ขึ้นอยู่กับแผนการพัฒนาของภาคเอกชนที่ยื่นซองเข้ามา โดยเบื้องต้นในส่วนโรงแรมได้กำหนดเป็นระดับ 3 ดาว หากเอกชนต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเป็นระดับลักชัวรี่ ก็สามารถทำได้ ส่วนพื้นที่รีเทลก็สามารถปรับและจัดสรรได้ตามความเหมาะสม รูปแบบโครงการที่จะพัฒนาขึ้นมาสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแต่ละผู้ประกอบการเห็นสมควรกับกลุ่มลูกค้า โดยนักลงทุนจะสามารถใช้ประโยชน์จากท่าเรือคลองสานได้ โดยทางการรถไฟฯจะเป็นผู้ประสานงานกับกรมเจ้าท่าให้” นายปรัชญา กล่าว

โดยการประเมินมูลค่าที่ดินแปลงดังกล่าว จะใช้วิธีเปรียบเทียบกับข้อมูลตลาด ซึ่งเป็นการประเมินมูลค่าที่ดิน โดยวิเคราะห์มูลค่าตลาดของที่ดิน โดยการเปรียบเทียบกับราคาซื้อขายที่ดินในบริเวณใกล้เคียงเป็นสำคัญ โดยสรุปประเมินมูลค่าตลาดของที่ดินโครงการ เนื้อที่ดินประมาณ 5 ไร่ (2,000 ตารางวา) มูลค่าตลาดที่เหมาะสม ราคาตารางวาละ 450,000 บาท รวมเป็นเงิน 900 ล้านบาท

ทั้งนี้การพัฒนาพื้นที่ตลาดคลองสานถือเป็นโอกาสที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพให้ทำเลสมเด็จเจ้าพระยา-คลองสาน-เจริญนคร มีความคึกคักมากขึ้น หลังจากที่บริเวณโดยรอบพื้นที่ตลาดคลองสานปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการ ICS Tower ซึ่งเป็นโครงการส่วนต่อขยายของไอคอนสยาม ที่จะเปิดให้บริการในปี 2566 และโครงการศูนย์ราชการมหาดไทย รวมถึงฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยายังมีการพัฒนาโครงการโรงภาษีร้อยชักสาม ซึ่งการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่ะระบาดของโควิด-19 จะทำให้กลุ่มเป้าหมายหลัก-รอง กลับเข้ามาในพื้นที่ศึกษามากขึ้น ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ,ประชาชนผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียง,ลูกค้า-ประชาชนทั่วไป ที่มาทำธุระย่านเจริญกรุง เจริญนคร และไอคอนสยาม ซึ่งประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2565-2566 และคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี ในการที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19

 

 

 

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง