อสังหาฯส่งสัญญาณฟื้นตัวปี’65หลังปลดล็อคLTV-เปิดประเทศ



ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (
REIC) เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19  รวมถึงนโยบายการเปิดประเทศ คาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 4 นี้และต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ทั้งด้านจำนวนหน่วยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรทั่วประเทศที่คาดว่าในไตรมาส 4 นี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 21,039 ยูนิต ส่วนจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเพิ่มขึ้นเป็น  35,231 ยูนิต

ขณะที่การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะอยู่ในระดับ 20,050 ยูนิต หรือเพิ่มขึ้น 39.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ส่งผลให้ภาพรวมปี 2564 คาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่จำนวน 43,051 ยูนิต แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 25,783 ยูนิต และอาคารชุด 17,268 ยูนิต  ลดลง -35% เมื่อเทียบกับปี 2563

เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3 มีการล็อกดาวน์ประเทศและมีการระบาดของโควิด-19 สูงที่สุดในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป ขณะที่การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อยู่ในระดับน้อยมากเฉลี่ยเดือนละ 1,400 ยูนิต ซึ่งต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ถึง 5,600 ยูนิต  โดยช่วงเดือนกรกฎาคมมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 2,002 ยูนิต เดือนสิงหาคมลดลงเหลือ 992 ยูนิต และเดือนกันยายน  1,294 ยูนิต

ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีการโอนกรรมสิทธิ์แค่ 60,174 ยูนิตเท่านั้นมูลค่ารวม 185,756 ล้านบาท ในจำนวนนี้อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล  36,053 ยูนิต  แต่คาดว่าในไตรมาส 4 จะมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 95,221 ยูนิต มูลค่า 262,931 ล้านบาท จากเดิมที่ประเมินว่าปี 2564 นี้จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประมาณ 270,151 ยูนิต แต่หลังจากมีการปลดล็อกมาตรการ LTV คาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 281,026 ยูนิต มูลค่า 835,559 ล้านบาท ลดลง 21.7%จากปี 2563 ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 358,496 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการปรับตัวลดลงของอุปทานที่อยู่อาศัยใหม่ ส่งผลต่อภาพรวมของอุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่เหลือขายในตลาดทั้ง 27 จังหวัดหลัก โดยประเมินว่าปี 2564 จะมีจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขายในตลาดประมาณ  278,236 ยูนิต  คิดเป็นมูลค่า  1,196,563 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร  178,275 ยูนิต และอาคารชุด 99,961 ยูนิต

ปี 2566ตลาดอสังหาฯเข้าสู่ภาวะปกติ
สำหรับแนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2565 ศูนย์ข้อมูลฯประเมินว่าจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลจะเพิ่มขึ้นเป็น 85,912 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 47,291 ยูนิต อาคารชุด 38,621 ยูนิต เพิ่มขึ้น 99.6% ซึ่งเป็นการเพิ่มจากฐานที่ต่ำมากในปี 2564 และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่มีการเปิดตัวใหม่เฉลี่ยปีละ 100,070 ยูนิตได้ในปี 2566 จากเดิมที่ประมาณการณ์ไว้เป็นปี 2569

ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2565 จะปรับเพิ่มขึ้น 324,221 ยูนิต มูลค่ารวม  879,886 ล้านบาท และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่มีค่าเฉลี่ย 5 ปี (ปี 2558-2562)อยู่ที่ปีละ 360,932 ยูนิตได้ในปี 2566 หลังมีการปลดล็อก LTV จากเดิมที่คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในปี 2570

ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขายในตลาดจะลดลงเหลือ 264,412 ยูนิต  คิดเป็นมูลค่า 1,113,948 ล้านบาท และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปี 2568 (ค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ปีละ  257,059 ยูนิต)

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง