“มีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ”ขึ้นแท่นนายกส.อสังหาฯพร้อมสานต่อนโยบาย เดินหน้ากระทุ้งภาครัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือดันธุรกิจฟื้น-ขับเคลื่อนประเทศ

“มีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ”รับไม้ต่อสวมหมวกนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมสานต่อนโยบายเดินหน้ากระทุ้งภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจฟื้น-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ระบุศักยภาพการแข่งขันยังด้อยประเทศเพื่อนบ้าน แนะต้องผลักดันภาคอสังหาฯ-บริการมากขึ้น หวังสร้างรายได้เข้าประเทศ
นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย  เปิดเผยภายหลังจากที่รับตำแหน่งต่อจาก นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ ที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ว่า ตนถือว่าเป็นนายกสมาคมฯคนแรกที่มาจากอสังหาฯในต่างจังหวัด ในรอบ 49 ปี นับจากที่ก่อตั้งสมาคมฯมา ซึ่งเดิมสมาคมอสังหาฯมีเฉพาะในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล และต่อมาก็มีนโยบายขยายและผลักดันให้อสังหาฯต่างจังหวัดก่อตั้งสมาคมอสังหาฯในแต่ละจังหวัดขึ้นมา เพราะเป็นหนี่งในธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะหากธุรกิจอสังหาฯโตก็จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในต่างจังหวัดด้วย โดยปัจจุบันสามารถก่อตั้งได้แล้ว 14 จังหวัด และในปี 2565 มีอีก 2 จังหวัดที่พยายามก่อตั้งขึ้นมาเป็นสมาคมฯคือ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆจังหวัดที่จะพยายามผลักดันเพิ่มอีกอย่างต่อเนื่อง เพราะในหลายจังหวัดยังมีประเด็นที่สำคัญคือเรื่องผังเมือง ที่อยากให้เอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เพราะยังเป็นปัญหาอยู่จนทุกวันนี้ เนื่องจากภาคเอกชนถือว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ดังนั้นต้องสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน

“การที่เข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมอสังหาฯในส่วนกลาง จะช่วยผลักดันนโยบายจากส่วนกลางได้ดีขึ้น และจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีในอนาคตหากอยู่แต่ในชลบุรี ก็จะแก้ไขได้แต่ในจังหวัดและพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เท่านั้น ส่วนนายกอสังหาฯชลบุรี คงมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนธันวาคม 2564 นี้”นายมีศักดิ์ กล่าว

นายมีศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมฯแล้วตนคงสานต่อนโยบายต่อเนื่องจากที่นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ อดีตนายกสมาคมฯเคยผลักดันและขับเคลื่อนไว้ โดยเฉพาะเรื่องมาตรการระยะสั้น เช่น การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองที่จะหมดอายุในสิ้นไป 2564 ออกไปอีก 1 ปี  แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ จะผ่อนปรนมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) แล้ว แต่ก็มีแบงก์ใหญ่หลายแห่ง ที่ยังไม่ดำเนินการตามเกณฑ์ที่ธปท.กำหนด เพราะสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีเพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ที่มีปัญหาเรื่อง Reject  ในขณะที่ที่อยู่อาศัยระดับกลางขึ้นไปยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่หากภาครัฐจะช่วยกระตุ้นด้วยการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ และพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ด้วยก็จะยิ่งส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ เพราะเชื่อว่าธุรกิจอสังหาฯจะยังคงชะลอตัวไปอีกอย่างน้อย 1 ปีแน่นอน

สำหรับมาตรการระยะยาว ก็อยากให้ภาครัฐออกมาตรการให้คนที่มีเงินออม ออกมาซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มที่ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อปล่อยเช่าให้กับผู้มีรายได้น้อย ที่อาจจะมีการระบุวงเงินที่ชัดเจน ซึ่งต้องนำมาพิจารณากัน

นอกจากนี้อยากให้ภาครัฐผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยในย่านใจกลางเมืองมากขึ้น  เพื่อลดปัญหาทางสังคม เพราะมองว่าการที่การภาครัฐโดยการเคหะแห่งชาติ(กคช.)มีแผนที่จะพัฒนาบ้านเช่าสำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีสถานะโสด กลุ่มครัวเรือนใหม่และกลุ่มครอบครัว จำนวน 100,000 ยูนิต ภายใน 5 ปี นั้น มองว่ายังไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องทำงานในเมือง เพราะที่ดินแต่ละแปลงที่จะนำมาพัฒนานั้นล้วนอยู่ไกลจากพื้นที่ใจกลางเมือง และต่างจังหวัด ทำให้เสียเวลาในการเดินทางอีก จึงอยากให้ภาครัฐสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนอย่างจริงจัง ก็จะสร้างโอกาสได้มากกกว่า ทั้งยังเป็นการลดภาระของภาครัฐอีกด้วย

อีกประเด็นที่อยากให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือ คือ เรื่องการกระตุ้นให้ชาวต่างชาติ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยและอยู่อาศัยระยะยาวในประเทศไทยมากขึ้น เพราะเป็นประเทศที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ หากภาครัฐสามารถขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวได้ ก็จะมีโอกาส และช่วยขยายการเติบโตในท้องถิ่นได้โดยตรง รวมไปถึงอยากให้เอื้อในเรื่องธุรกิจ Wellness และการรักษาพยาบาลด้วยการเชื่อมโยงประกันสุขภาพจากทั่วโลก โดยที่ลูกค้าชาวต่างชาติไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งช่วยสร้างรายได้ให้กับวงการแพทย์ พยายาบาล ด้วย

นอกจากนี้ในปี 2565 ทางสมาคมฯยังมีแผนที่จะร่วมกับอสังหาฯในทุกๆพื้นที่ โดยประเด็นแรกจะคุยเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และภาครัฐในท้องถิ่น เพราะผังเมืองมีส่วนสำคัญในการเอื้อในการพัฒนาพื้นที่

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี 2565 นั้นแม้ว่าหลายคนจะยอมรับว่าตลาดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังเป็นระยะสั้น เพราะศักยภาพการแข่งขันในประเทศไทยไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด และยังน่าเป็นห่วง เพราะพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังไม่ได้เข้มแข็ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกลับมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งต้องดูบริบทใหม่ ด้วยการผลักดันภาคอสังหาฯและบริการมากขึ้น ที่ภาครัฐคงต้องหาแนวทางเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศต่อไป

 

 

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง