SAM เตรียมดึงแบงก์ตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารหนี้-เสริมรายได้แกร่ง คาดมีความชัดเจนไตรมาส1/65

เอ็มดีคนใหม่ บสส.พร้อมรับภารกิจท้าทาย ล่าสุดเตรียมดึงแบงก์ร่วมเป็นพันธมิตรหวังต่อยอดธุรกิจ ด้วยการเข้าบริหารหนี้เสริมรายได้แกร่ง คาดมีความชัดเจนไตรมาส 1/65 เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันรั้งตำแหน่ง 1 ใน 2 ผู้นำตลาด รับปีนี้พลาดเป้าซื้อหนี้จากที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาท ส่งผลชะลอเปิดประมูลหนี้เสีย ยันไม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คงเจตนารมณ์เดิมช่วยเหลือ-ฟื้นฟูปัญหาหนี้สินของประเทศเป็นหลัก
นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า  รู้สึกยินดีที่ได้ก้าวเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา และภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ SAM องค์กรที่มีภารกิจยิ่งใหญ่และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศ นับว่าเป็นความท้าทายที่สุดที่ได้เข้ามาบริหารงานในท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ประเทศกำลังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คนจำนวนมากขาดรายได้และมีปัญหาการชำระหนี้ SAM ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ภาครัฐจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่กำลังเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ควบคู่การสนองนโยบายและมาตรการภาครัฐด้วยการดำเนินงานเชิงรุก โดยยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้เป็นสำคัญขณะนี้

สำหรับแผนการดำเนินงานของ บสส.นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารรายหนึ่งในการร่วมทุนกับบริษัท เพื่อต่อยอดธุรกิจ ซึ่งบริษัทจะเข้าไปบริหารหนี้ให้กับธนาคารที่เป็นพันธมิตร ทำให้บริษัทมีรายได้จากการบริหารหนี้เข้ามาเสริมได้มากขึ้น โดยที่การร่วมทุนดังกล่าวยังคงต้องรอการปรับกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงต้นปี 2565 ซึ่งคาดว่าการร่วมทุนกับพันธมิตรธนาคารที่เจรจาอยู่นั้นจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 1/2565 และการร่วมทุนดังกล่าวบริษัทจะถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่าพันธมิตรธนาคาร เนื่องจากทางพันธมิตรธนาคารต้องมีการป้องกันในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) ทำให้ต้องถือหุ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าบริษัท

ทั้งนี้ปัจจุบันจะเห็นว่าการแข่งของธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (AMC) มีการแข่งขันที่สูงขึ้น และมีผู้เล่นรายใหม่ๆเข้ามา โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนและธนาคารพาณิชย์ต่างๆที่มีการร่วมทุนกับพันธมิตรเข้ามาดำเนินธุรกิจ AMC ซึ่งมองว่าทุกคนมองเห็นถึงโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ ทำให้มีการร่วมทุนกันเพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทำให้การแข่งขันในตลาด AMC มีสูงขึ้น และปัจจุบันมีผู้ประกอบการในธุรกิจ AMC เพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 60 ราย ที่เป็นธุรกิจที่ Active อยู่ในตลาด

โดยในส่วนของบริษัทยังคงเดินหน้าในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจ เพื่อการรักษาอันดับความเป็นผู้นำในตลาดในอันดับ 1 และ 2 อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับภารกิจหลักของบริษัทที่เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศ และช่วยเหลือฟื้นฟูลูกหนี้ให้กลับมาฟื้นขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่บริษัทได้เดินหน้าในการช่วยเหลือลูกหนี้ และแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับลูกหนี้ในเชิงรุก

ส่วนการซื้อหนี้เข้ามาบริหารในปี 2564 บริษัทยอมรับว่า ปีนี้ทำได้พลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงต้นปี 10,000 ล้านบาท หลังจากที่การแพร่ระบาดโควิด-19 ในปีนี้กระทบมาต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารมีการชะลอการเปิดประมูลหนี้เสียออกมา โดยจะเห็นว่าในช่วงต้นปีมีหนังสือเชิญบริษัทเข้าไปร่วมประมูลหนี้ในปีนี้ประมาณ 90,000 ล้านบาท แต่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีเพียง  60,000 ล้านบาท ที่ทางสถาบันการเงินเปิดประมูลหนี้

อีกทั้งยังเผชิญการแข่งขันที่สูงจากผู้เล่นในตลาดที่มีมาก ทำให้การประมูลหนี้มีความท้าทายและแข่งขันราคามากขึ้น ทำให้ในสิ้นปี 2564 บริษัทคาดว่าจะซื้อหนี้เข้ามาได้ราว 5,000-6,000 ล้านบาท โดยที่ในช่วงไตรมาส 4/2564 บริษัทได้เข้าไปประมูลหนี้เสียจากธนาคาร 2 ราย มูลหนี้เสียรวม 20,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับหนี้เสียเข้ามาบริหารในส่วนที่บริษัทเข้าไปประมูล ซึ่งจะเน้นไปที่หนี้ที่มีหลักประกันเป็นหลัก โดยที่ปัจจุบันพอร์ตหนี้เสียที่บริษัทบริหารอยู่รวมกว่า 300,000 แสนล้านบาท

สำหรับทิศทางของปริมาณหนี้เสียในปี 2565 บริษัทมองว่ายังไม่เห็นปริมาณของหนี้เสียเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้นมาก เพราะยังมีมาตรการพักชำระหนี้ของธปท.ที่มีผลถึงสิ้นปี 2565 ทำให้ปริมาณหนี้เสียที่สถาบันการเงินจะมีการเปิดประมูลออกมาจะยังไม่กลับไปที่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ที่ 100,000 ล้านบาท คาดว่าจะกลับมาในระดับดังกล่าวได้ในช่วงปี 2566 หลังจากหมดมาตรการพักชำระหนี้ของธปท.ไปแล้ว ซึ่งจะเห็นปริมาณหนี้เสียเข้ามาในระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าเข้าไปประมูลซื้อหนี้เข้ามา 10% ของมูลหนี้เสียที่เปิดประมูลในปี 2565

ในส่วนของแหล่งเงินทุนที่บริษัทจะนำมาใช้ในการรองรับการเข้าซื้อหนี้มาบริหารนั้นส่วนหนึ่งจะมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทยังมีความสามารถในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้ค่อนข้างมาก และในปี 2565 บริษัทเตรียมแผนในการออกหุ้นกู้วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยที่ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้จัดอันดับเคดิตเรตติ้ง จากทริส เรตติ้ง ที่ระดับ AA+ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำแผนการยื่นไฟลิ่งกับที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าจะสามารถเริ่มออกหุ้นกู้ได้ในช่วงไตรมาส 2/2565 โดยจะนำเงินดังกล่าวมาใช้รองรับการเข้าซื้อหนี้

ทั้งนี้บริษัทยืนยันว่ายังไม่มีแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะบริษัทยึดมั่นต่อพันธกิจหลักของบริษัทตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทขึ้นมาในปี 2543 ตามความตั้งใจของภาครัฐ ที่ต้องการให้บริษัทเข้ามาช่วยเหลือและฟื้นฟูปัญหาหนี้สินของประเทศเป็นหลัก ทำให้การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯบริษัทไม่ได้มีการวางแผนไว้

สำหรับผลการดำเนินงานและความสำเร็จ ณ เดือนตุลาคม 2564 สามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้า NPL ไปแล้วจำนวน 54,899 ราย คิดเป็นมูลค่าตามบัญชี 341,448 ล้านบาท และจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย NPA ได้ทั้งสิ้น 10,496 รายการ ราคาประเมินทรัพย์ 51,914 ล้านบาท ด้านการประมูลซื้อสินทรัพย์เพื่อเพิ่มขนาดพอร์ต SAM สามารถซื้อสินทรัพย์ได้ จำนวนรวมทั้งสิ้น 16,569 ราย มูลค่าตามบัญชี 113,621 ล้านบาท ขณะที่คลินิกแก้หนี้ มีจำนวนลูกค้าที่ผ่านคุณสมบัติและสมัครเข้าโครงการได้รวมทั้งสิ้น  68,071 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นตามสัญญา 5,163 ล้านบาท  ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2543 SAM สามารถนำส่งเงินคืนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ)  ไปแล้วเป็นจำนวนเงินประมาณ 255,000 ล้านบาท

ส่วนการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) SAM มีนโยบายมุ่งเน้นให้มีการเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นอันดับแรก โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เป็นสำคัญรวมถึงร่วมปรึกษาหารือให้ได้ข้อยุติภายใต้แนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกหนี้ที่มีศักยภาพสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หรือดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยที่ผ่านมา SAM จัดโครงการ “แบ่งเบาภาระลูกค้าในภาวะวิกฤตโควิดระบาด ระลอก 3 ” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนพิเศษ รวมทั้งนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง  ปัจจุบัน SAM มีจำนวนลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ รวมทั้งสิ้น 20,727 ราย มูลค่าตามบัญชี 354,320 ล้านบาท

ด้านการจำหน่ายทรัพย์สินทรัพย์สินรอการขาย (NPA) SAM มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการนำทรัพย์สินที่ทิ้งร้างมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อส่งคืนทรัพย์สินเหล่านี้กลับสู่ระบบ และนำมาซึ่งความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ผ่านการจัดกิจกรรมทางการตลาดที่หลากหลาย ทั้งการประมูลและการเสนอซื้อโดยตรง รวมทั้งโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่น่าสนใจอีกมากมาย ปัจจุบัน SAM มีทรัพย์สินรอการขายหลากหลายประเภทในทำเลดีทั่วไทย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่าและทรัพย์เพื่อการลงทุน ฯลฯ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 4,000 รายการ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท

นอกจากภารกิจดังกล่าวแล้ว ในปี 2560 SAM ยังได้รับมอบหมายภารกิจเพิ่มเติมในการช่วยเหลือประชาชนรายย่อยประเภทลุกหนี้ที่เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน (Non-Bank) รวมทั้งสิ้น 35 แห่ง ที่ค้างจ่ายหรือไม่ได้จ่ายหนี้บัตรเกินกว่า 90 วัน ภายใต้โครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM”  โดยล่าสุด “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ได้ขยายเกณฑ์คุณสมบัติผู้เป็นหนี้เสียที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจาก เดิม ที่ต้องมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็น ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2564 รวมทั้งมาตรการอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าที่เป็นหนี้เสียบัตรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้แก่

1.การต่ออายุมาตรการยาแรงระยะที่ 3 “จ่ายเท่าที่ไหว” ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 โดยลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่โครงการกำหนด)

2.การปรับเกณฑ์ด้านอายุจากเดิมไม่เกิน 65 ปีเป็นอายุ 70 ปี โดยนับรวมระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว

3.การปรับอัตราดอกเบี้ยจากเดิม 4-7% เป็นอัตราเดียว (Single Rate) ที่ 5%

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง