ครม.ไฟเขียวคงจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯถึงปี’66 ลดผลกระทบโควิด-19

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯไปถึงปี 66 หวังให้ประชาชนได้มีระยะเวลาปรับตัวเพิ่มขึ้น ลดผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะพิจารณาทบทวนจัดเก็บอัตราภาษีที่ดินให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป
วันนี้ (7 ธันวาคม 2564)  เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งสรุปสาระ 20 เรื่องสำคัญ โดยมีหัวข้อที่ 4 ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบการคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …. ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 สำหรับการจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2565 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
สาระสำคัญ

1.กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นควรคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราเดิมตามบทเฉพาะกาล มาตรา 94 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ปี 2565 ด้วยเหตุผล ดังนี้

1.1 กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เสียภาษีต่อการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบัน ผ่านทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในระหว่างวันที่ 6 – 22 กันยายน 2564 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนทั้งสิ้น 1,013 ราย โดยมีสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 49.4 เห็นด้วยกับการนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้แทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ และร้อยละ 48.5 เห็นด้วยกับการนำราคาประเมินทุนทรัพย์มาใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี อีกทั้ง ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 45.6 ยังเห็นว่าการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่แตกต่างกันตามประเภทการใช้ประโยชน์และตามมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้ว นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2563 ร้อยละ 51.6 มีภาระภาษีลดลงหรือเท่าเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับภาระภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือภาษีบำรุงท้องที่ในปี 2562 โดยผู้เสียภาษีทุกรายได้รับการยกเว้นภาษี การลดภาษีหรือการบรรเทาภาระภาษี

1.2 ณ สถานการณ์ปัจจุบัน อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้จัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและเหมาะสมแล้ว กล่าวคือ เป็นโครงสร้างอัตราภาษีที่มีความก้าวหน้า ซึ่งทำให้ผู้ที่มีมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างสูงมีภาระภาษีมากกว่าผู้ที่มีมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต่ำ มีอัตราภาษีใกล้เคียงกับต่างประเทศและสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบัน อีกทั้งไม่เป็นการสร้างภาระภาษีที่เกินสมควรให้แก่ผู้เสียภาษี เนื่องจาก พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ได้กำหนดให้มีการยกเว้นมูลค่าฐานภาษี ยกเว้นการจัดเก็บภาษี และการบรรเทาภาระภาษี ตามมาตรา 40 41 96 และมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ แล้วแต่กรณี

1.3 ในปี 2563 และ 2564 เป็นปีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท พ.ศ. 2563 และพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 โดยลดจำนวนภาษีในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้กับผู้เสียภาษี ทำให้ผู้เสียภาษีมีภาระภาษีเพียงร้อยละ 10 และอาจยังไม่ตระหนักถึงภาระภาษีที่แท้จริงเต็มอัตราที่ต้องชำระให้แก่ อปท. ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้มีระยะเวลาปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงควรคงอัตราภาษีแบบเดิมไปอีกระยะหนึ่ง

1.4 ปี 2563 และ 2564 เป็นช่วงแรกที่มีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ และเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการและการบริหารการจัดเก็บภาษี (Tax Administration and Procedure) เช่น การสำรวจและจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การคำนวณภาษี การแจ้งประเมินภาษี การรับชำระภาษี การเร่งรัดภาษีค้างชำระ เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้ อปท. ดำเนินการจัดเก็บภาษีได้ไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร และยังไม่มีฐานข้อมูลภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษีแต่ละรายที่สามารถใช้ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ส่งผลให้ขาดฐานข้อมูลสำคัญที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอัตราหรือโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาฐานข้อมูลและประเมินผลการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อใช้พิจารณากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในระยะต่อไป ทั้งนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกับกรมที่ดิน และกรมธนารักษ์ ได้จัดทำโครงการบูรณาการทะเบียนทรัพย์สิน เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการจัดเก็บภาษีและรายได้อื่นของ อปท. ซึ่งจะช่วยให้มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้เพิ่มขึ้นต่อไป

2. กระทรวงการคลังได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาฯ สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นอัตราตามบทเฉพาะกาล มาตรา 94 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

2.1 ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป

2.2 การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ ให้ใช้อัตราภาษีตามมูลค่าของฐานภาษี ดังต่อไปนี้

1) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม อัตราภาษี  ร้อยละ 0.01 – 0.1 ตามมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง
2) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย อัตราภาษีร้อยละ 0.02 – 0.1 ตามมูลค่าที่ดินและ/หรือสิ่งปลูกสร้าง
3) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น นอกจาก 1) และ 2) อัตราภาษีร้อยละ 0.3 – 0.7 ตามมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง

4) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ อัตราภาษีร้อยละ 0.3 – 0.7 ตามมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง

3.ภายหลังการใช้อัตราภาษีตามร่างพระราชกฤษฎีกาฯ นี้ ไปแล้ว 2 ปี โดยในปี 2567 กระทรวงการคลังจะพิจารณาทบทวนอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง