ฝ่ายวิจัยศุภาลัยประเมินอสังหาฯปี’65 อุปทานใหม่ไม่เกิน1แสนยูนิต


ฝ่ายวิจัย บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) รายงานผลการวิจัยตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2564 และแนวโน้มในปี 2665ว่า  การบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดจากภาครัฐ การปิดห้างร้านและจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายประเภทโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ในปี 2564 อุปสงค์โดยรวมในตลาดที่อยู่อาศัยยังไม่กลับเข้ามาในตลาด รวมถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการที่ชะลอการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้อุปทานในตลาดเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย คาดการณ์ว่ายอดขายที่อยู่อาศัยรวมในปี 2564 น่าจะอยู่ในระดับประมาณ 76,000 ยูนิต

ทั้งนี้หากแยกการขายของสินค้าเป็นรายประเภทจะพบว่า บ้านเดี่ยวเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับที่อยู่อาศัยทุกประเภท คาดว่าจะมียอดขายปี 2564 ประมาณ 11,000 ยูนิต ซึ่งเป็นยอดขายที่อยู่ในระดับทรงตัวแม้อยู่ในช่วงวิกฤติ แสดงถึงความต้องการที่อยู่อาศัยจริงที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มที่มีกำลังซื้อในระดับกลางกึ่งบน

ส่วนระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่ขายได้ พบว่ากลุ่มทาวน์เฮาส์ขายได้เพิ่มขึ้นทุกระดับราคา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเนื่องจากผู้ซื้อในกลุ่มนี้ควรจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากการถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน คาดการณ์ว่ายอดขายปี 2564 สำหรับยอดขายสินค้าทาวน์เฮาส์จะอยู่ที่ 28,000 ยูนิตเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ทำยอดขายได้ประมาณ 20,000 ยูนิต

ขณะที่สินค้าประเภทอาคารชุด ถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังจากยอดขายของอาคารชุดได้เริ่มลดลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งจากสภาวะปกติมาตั้งแต่ปี 2563 หลังจากมีการประกาศใช้มาตรการ LTV ในช่วงต้นปี 2562 โดยในปี 2564 ประเมินว่ายอดขายจะอยู่ในระดับ 28,000 ยูนิต หลังจากมีการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ คาดว่าตลาดจะเริ่มกลับเข้ามาเติมอุปทานในตลาดอีกครั้งตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัย บมจ. ศุภาลัย ได้ทำการประมาณการพฤติกรรมของอัตราการขายจากสินค้าที่นำออกขายโดยรวม (%Sold) เปรียบเทียบกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (%GDP) สามารถเขียนความสัมพันธ์ในรูปแบบของสมการ ดังนี้

ภายใต้ข้อสมติฐานที่ว่า ผลผลิตมวลรวมในประเทศของปี 2565 จะมีอัตราการเจริญเติบโตที่ 3 % และไม่มีการระบาดของโรค Covid-19 ระลอกใหม่

โดยได้ประเมินว่าว่าอัตราการขายของตลาดจะสามารถกลับมาอยู่ที่ระดับ 34% ซึ่งต่ำกว่าปี 2561 แต่สูงกว่าปี 2562 หรือปีก่อนการระบาดของโรค Covid-19 เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในอดีตจะพบว่าอุปทานส่วนเพิ่มในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2555-2562 จะอยู่ในช่วงประมาณ 110,000-130,000 ยูนิตต่อปี แต่ในปี 2565 คาดว่าอุปทานน่าจะอยู่ในช่วง 90,000-100,000 ยูนิต โดยจากการประมาณการจากแบบจำลอง สามารถทำนายได้ว่าภาวะการณ์ขายมีความเป็นไปได้ในระดับกลางที่จะกลับมาที่ 100,000 ยูนิตได้อีกครั้ง หรืออีกนัยหนึ่งคือ ภาวะตลาดมีแนวโน้มที่จะกลับไปสู่ช่วงเดียวกันของปี 2562 หรือปีก่อนการเกิดโรคระบาด

อย่างไรก็ตามการกลับมาฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจของไทย   แม้ว่าในปี 2565 จะคาดการณ์ว่าการเติบโตจะดีขึ้นเล็กน้อยในอัตราประมาณ 3% จากการกลับมาเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยว และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง