ครม.เคาะวีซ่าเศรษฐีต่างชาติพักระยะยาว 10 ปี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-การลงทุนในประเทศฟื้นตัว

มติคคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจการลงทุนโดยกำหนดประเภทวีซ่า สำหรับผู้พำนักระยะยาวไม่เกิน 10 ปี มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีหรือครม. (ผ่านระบบ Video Conference) ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ 18 หัวข้อ โดยมีหัวข้อที่ 2 ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ รื่อง ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย  โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติดังนี้

1.อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย(มท.) เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทยตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้
2.มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) กระทรวงแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ

ทั้งนี้ มท. เสนอว่า

1.สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด-19) ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวมีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย อันจะส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดรายได้ต่อเนื่องให้แก่ประชาชนและแรงงาน ส่งผลให้เกิดการลงทุนมากขึ้น และทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยอนุญาตให้คนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการพำนักระยะยาว ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (14 กันยายน 2564 และ 7 ธันวาคม 2564) เห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวเกี่ยวกับการกำหนดประเภทการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับผู้พำนักระยะยาว (long – term resident visa : LTR Visa) แล้ว

2.เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายรัฐบาลและมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย มท. จึงได้เสนอร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย มาเพื่อดำเนินการ

สาระสำคัญของร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย

1.กำหนดประเภทการตรวจลงตรา สำหรับผู้พำนักระยะยาวขึ้นมาใหม่ โดยเป็นการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ประเภทผู้พำนักระยะยาว (long – term resident visa : LTR Visa) โดยมีอายุการตรวจลงตรา 10 ปี

2.กำหนดคุณสมบัติของคนต่างด้าว ที่ได้รับสิทธิการตรวจลงตราประเภท LTR รวมถึงผู้ติดตามของคนต่างด้าว (คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกิน 20 ปี จำนวนไม่เกิน 4 คน) 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

2.1 กลุ่มประชากรผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen)

2.2 กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner)

2.3 กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work – from – Thailand professional)

2.4 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (High – skilled professional)

ทั้งนี้ คุณสมบัติของคนต่างด้าวดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ สกท. ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

3.การยื่นคำขอรับรองคุณสมบัติและการยื่นขอรับการตรวจลงตราโดยคนต่างด้าวตามข้อ 2. จะต้องยื่นคำขอหนังสือรับรองคุณสมบัติพร้อมหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ หรือช่องทางอื่นตามที่ สกท. กำหนด
เมื่อคนต่างด้าวได้รับการรับรองคุณสมบัติเป็นหนังสือแล้วให้ยื่นคำขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ประเภท LTR จากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ หรือ สตม. โดยให้มีอายุการตรวจลงตรา 10 ปี และอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้คราวแรกไม่เกิน 5 ปี สำหรับใช้ได้หลายครั้ง และเมื่อครบระยะเวลาอนุญาต ให้ขยายระยะเวลาขออยู่ต่อได้อีกคราวละไม่เกิน 5 ปี     รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10 ปี โดยคนต่างด้าวและผู้ติดตามจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราปีละ 10,000 บาท ทั้งนี้ การตรวจลงตราให้เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขตามที่ กต. และ สตม. กำหนด

4.การแจ้งที่พัก คนต่างด้าวและผู้ติดตามจะต้องแจ้งข้อมูลที่พักต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเมื่อพำนักในราชอาณาจักรทุก 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต

5.การอนุญาตให้ทำงาน เมื่อคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร คนต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานสามารถยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

6.การขอเปลี่ยนประเภทวีซ่า หากคนต่างด้าวและผู้ติดตามซึ่งได้รับวีซ่า LTR มีความประสงค์จะขอรับการตรวจลงตราเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรด้วยวัตถุประสงค์อื่นให้สามารถกระทำได้ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ สตม. กำหนด

7.การเพิกถอนวีซ่า คนต่างด้าวจะถูกเพิกถอนวีซ่า LTR เมื่อไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ และคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ กำหนดให้ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง