“ซีแพนเนล”ปลื้มยอดขายคอนกรีตพรีคาสท์พุ่งดันรายได้ปี’64โต 35%

CPANEL”เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete) ภายใต้ตราสินค้า “CPANEL” ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง สร้างการเติบโตของรายได้ผ่านทั้งการซื้อซ้ำ และการขยายฐานลูกค้าใหม่ให้กับบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง จากความนิยมใช้พรีคาสท์ที่สูงขึ้น และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยทั้งบ้านแนวราบและอาคารสูงที่ยังมีอยู่ต่อเนื่องทั้งในพื้นที่กรุงทพ-ปริมณฑล และต่างจังหวัด

ปัจจุบัน “CPANEL” มีโรงงานผลิต 1 โรงงานตั้งอยู่ที่ชลบุรี มีกำลังการผลิตประมาณ 720,000 ตร.ม./ปี โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก คือ กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดในภาคตะวันออก รวมทั้งกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้หลัก 98.11% มาจากกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาฯ ขณะที่งานรับเหมาก่อสร้างได้หยุดชะงักลง เพราะผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด มหาชน (CPANEL) กล่าวว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้มีผลต่อธุรกิจอสังหาฯและงานก่อสร้างทั้งของภาครัฐและเอกชนค่อนข้างมาก ทำให้มีการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ รวมไปถึงต้องหยุดงานก่อสร้างโครงการไปหลายโครงการ ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาก็เริ่มขาดแคลนแรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างด้าว ทำให้ในปี 2563 ที่ผ่านมารายได้หลักของบริษัทประมาณ 98.11% มาจากผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ขณะที่รายได้จากกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างลดลงเหลือ1.60% เท่านั้น

แต่ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้จากกลุ่มผู้รับเหมาขยับเพิ่มขึ้นเป็น 12.94%ซึ่งสูงกว่าช่วงที่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันงานก่อสร้างต่างๆเริ่มกลับเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทในปี 2564 เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 35% จากปี 2563 ที่มีรายได้รวม 220 ล้านบาท

ดังนั้นบริษัทได้ตั้งเป้าหมายผลประกอบการในปี 2565 จะต้องทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 25% ล่าสุดมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog)แล้วกว่า 1,190 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 74% แนวสูง 16% ซึ่งจะทยอยรับรู้ภายใน 3 ปีนี้ นอกจากนี้ในช่วงไตรมาส 1นี้บริษัทอยู่ระหว่างรอสัญญางานกับลูกค้าโครงการแนวราบ 4 ราย และอาคารสูง 2 ราย มูลค่ารวมงานประมาณ 200 ล้านบาท

“ภาพรวมตลาดอสังหาฯมีสัญญาณที่ดี เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัว กำลังซื้อผู้บริโภคกลับมาในหลายพื้นที่ ประกอบกับภาครัฐมีมาตรการปลดล็อค LTV ส่งผลให้โครงการบ้านยังเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะระดับกลาง-บน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของบริษัท ซึ่งในในปีนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้วางแผนการลงทุนโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะใช้ Precast Concrete มากขึ้น”

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้ จะมุ่งเน้นกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี (Technology Driven) เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยจะดำเนินการพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการออกแบบ ความรวดเร็ว ปริมาณ และคุณภาพ Precast Concrete เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงลดความผิดพลาด ความสูญเสียในการผลิต Precast Concrete

โดยปัจจุบันกระบวนการผลิตที่นำระบบการผลิตเป็นแบบ Fully Automated ทำให้ระยะเวลาในการผลิตสั้นมาก ตั้งแต่ออกแบบจนถึงส่งมอบบ้านหลังแรกได้ภายในเวลาแค่ 15 วันและหลังถัดไปได้ประมาณ 7 วันนับจากวันที่ลูกค้ายืนยันแบบ

นอกจากนี้ ยังมีแผนนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการประสานงานกับลูกค้า การบริหารจัดการภายใน ลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่างๆ ส่งผลให้บริษัทมีความสามารถการทำกำไรมากขึ้น

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง