SMART เปิดกลยุทธ์ปี 65 มองภาพรวมอสังหาฯแนวโน้มดี ชูนวัตกรรมแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ตั้งเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 5%

สมาร์ทคอนกรีตฯเผยทิศทางธุรกิจปี 65 มองภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว นโยบายภาครัฐหนุน มาตรการ LTV กระตุ้นอสังหาฯ ชูกลยุทธ์นวัตกรรมใหม่ สินค้าอิฐมวลเบา-อิฐมวลเบาตกแต่ง ตอบโจทย์แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด ดีลเลอร์ ขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 5%
นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง และงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับ โครงการก่อสร้างของภาครัฐ ได้แก่  โครงการรถไฟฟ้า อาคารโรงพยาบาล อาคารสำนักงานต่าง ๆ รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม ส่งผลให้ธุรกิจภาคเอกชน เริ่มฟื้นตัว อีกทั้ง นโยบายการผ่อนปรนมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) หนุนให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาลงทุน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาปรับตัวดีขึ้น

สำหรับทิศทางและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจปี 2565 บริษัทเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ชูจุดเด่นช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน และรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ อิฐมวลเบาขนาดใหญ่พิเศษ (Jumbo Block) อิฐมวลเบาขนาดเล็กพิเศษ ( Compact Block ) สำหรับแก้ไขข้อจำกัดในการก่อสร้าง และ คานทับหลังสำเร็จรูป ที่ติดตั้งได้ง่าย รวดเร็ว สามารถประหยัดเวลา ช่วยลดความยุ่งยากของงานก่อผนัง

อีกทั้งพัฒนาสินค้าใหม่อิฐมวลเบาเพื่องานตกแต่งภายใน-ภายนอกเพิ่ม เตรียมออกสินค้าใหม่ 2 ลาย จากเดิม 8 ลาย หลังมีกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า เจ้าของบ้าน อาคาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม  ส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์การทำตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้กับลูกค้าในวงกว้าง ผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย โดย SMART ถือเป็นผู้ผลิตอิฐมวลเบารายแรกๆที่เริ่มใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์เข้ามาช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคให้ง่ายขึ้น มีกระแสตอบรับที่ดี ช่วยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการทำการตลาดแบบออฟไลน์ โดยการผลักดันสินค้าอิฐมวลเบา -อิฐมวลเบาตกแต่ง ผ่านช่องทางการจำหน่าย ดีลเลอร์ กลุ่มร้านค้ารายย่อย ร้านค้าช่วง และ ทำการตลาดเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมาขนาดกลาง-รายย่อย รวมถึง การจัดทำรายละเอียดสินค้าเป็นระบบ 3D เพื่อนำเสนอไอเดียกับกลุ่มลูกค้างานโครงการ สถาปนิก หรือ นักออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) ช่วยสร้างยอดขายให้เติบโต

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐอยู่ที่ 40 % ภาคเอกชน  60 % โดยแบ่งสัดส่วนรายได้จากสินค้าอิฐมวลเบา อยู่ที่ 95% และสินค้าบล็อคผนังตกแต่ง 5%

ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 80% โดยในปลายปี 2564 ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนเครื่องจักรใหม่ช่วยเพิ่มการผลิตบล็อคมวลเบาตกแต่ง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

สำหรับเป้าหมายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 5%

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง