SIRI ผลงานแกร่ง กำไรสุทธิปี 64 รวม 2,017 ล้านบาท โต 21% รายได้รวม 29,558 ลบ.

แสนสิริตอกย้ำความแกร่งในธุรกิจอสังหาฯ โชว์ผลงานปี 64 กำไรสุทธิ 2,017 ล้านบาท โต 21%  อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6.8% ของรายได้รวม โตขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิ 4.8% ขณะที่รายได้รวมแตะ 29,558 ล้านบาท  โดยเศรษฐสิริ – บุราสิริ – อณาสิริ นำทัพรายได้แนวราบพุ่ง พร้อมชูความสำเร็จปั้นมิกซ์โปรดักส์ บ้านและทาวน์โฮมแบรนด์อณาสิริ” ติดลมบน โต 120% พร้อมเริ่มบุ๊กรายได้จากธุรกิจโรงแรม เผยรายได้จากการบริหารโรงแรมในกลุ่มสแตนดาร์ดฯ ทั่วโลก โต 126%
นายวิชาญ  วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ปี 2564 นับเป็นอีกปีท่ามกลางความท้าทายที่แสนสิริผ่านมาได้อย่างแข็งแกร่งในรอบ 37 ปี จากการมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้าจนส่งผลให้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน ส่งผลให้แสนสิริได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าและมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านผลงานยอดขายที่ทำได้ 33,500 ล้านบาท(ลบ.) สูงกว่าเป้าหมายถึง 29% และยอดโอน 32,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 21%

ล่าสุด จากการสรุปผลการดำเนินงานปี 2564 แสนสิริยังมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) ที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิสูงถึง 2,017 ล้านบาท โตขึ้น 21% จากปี 2563ที่มีกำไรสุทธิฯ 1,673 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6.8% ของรายได้รวม โตขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิ 4.8% โดยปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการทำกำไรฯ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้รวมในปี 2564 แสนสิริมีรายได้รวมทั้งสิ้น 29,558 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 26,170 ล้านบาท

“รายได้กว่า 67% ของปี 2564 มาจากความสำเร็จของรายได้โครงการแนวราบ โดยเฉพาะรายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวที่มีสัดส่วนถึง 49% ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมดหรือคิดเป็น 12,753 ล้านบาท ทั้งนี้แสนสิริฯยังตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนาแบรนด์บ้านเดี่ยวระดับบน ด้วยรายได้จากแบรนด์เศรษฐสิริ และ บุราสิริ ที่สร้างรายได้ไปถึง 6,600 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยแชมป์โครงการบ้านเดี่ยวที่ทำรายได้สูงสุด  ประกอบด้วย โครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา,โครงการเศรษฐสิริ จรัญ-ปิ่นเกล้า 2 และโครงการเศรษฐสิริ พระราม 5 รองลงมาเป็นรายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียมในสัดส่วน 33% หรือคิดเป็น 8,508 ล้านบาท โดย 3 โครงการคอนโดมิเนียมที่มีรายได้สูงสุด ได้แก่ เอ็กซ์ที ห้วยขวาง, โอกะ เฮาส์ และเอดจ์ เซ็นทรัล – พัทยา ตามลำดับ” นายวิชาญ กล่าว

ทั้งนี้แสนสิริยังสร้างผลงานจากการปั้นมิกซ์โปรดักส์ บ้านและทาวน์โฮมแบรนด์ “อณาสิริ” ระดับราคา 2 – 6 ล้านบาท ตอบรับแนวคิดการอยู่อาศัยแบบ Feel Just Right

“ความพอดีที่ลงตัว” ที่ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้ที่โดดเด่นในปี 2564 อยู่ที่ 2,633 ล้านบาท โตขึ้นถึง  120% โดยโครงการอณาสิริ บางใหญ่ ครองแชมป์แบรนด์อณาสิริที่สร้างรายได้สูงสุด ขณะที่รายได้จากการขายโครงการทาวน์โฮมของแสนสิริ ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2,277 ล้านบาท รายได้หลักมาจาก 4 โครงการทาวน์โฮมแบรนด์สิริ เพลสได้แก่ สิริ เพลส ประชาอุทิศ 90, สิริ เพลส ราชพฤกษ์-พระราม 5, สิริ เพลส รังสิต-คลอง 2 และสิริ เพลส จรัญ-ปิ่นเกล้า เป็นต้น

นอกจากนี้จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในปีที่ผ่านมา ยังส่งผลให้ธุรกิจอื่นๆ ของแสนสิริ อาทิ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการอื่นๆ เติบโตขึ้น โดยในปี 2564 แสนสิริมีรายได้จากการเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนกว่า 62% ในสแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทแม่ของเครือโรงแรม The Standard (เดอะ สแตนดาร์ด) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่มีอิทธิพลที่สุดในธุรกิจบูทีคโฮเต็ล ที่สร้างเสียงชื่นชมทั้งในนิวยอร์ก, ไมอามี่, ลอนดอน และอีกหลายเมืองทั่วโลก

สร้างรายได้จากการบริหารโรงแรมในปีที่ผ่านมาอีก 315 ล้านบาท โตขึ้นถึง 126% รวมถึงรายได้ค่าบริการอื่น ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากธุรกิจโรงแรม อาทิ การเปิดตัว The Standard, Hua Hin (เดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน) โรงแรมแรกในเมืองไทยและเป็นรีสอร์ตติดชายหาดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แบรนด์ The Standard โดยมีแสนสิริลงทุน 100% ด้วยเม็ดเงินกว่า 800 ล้านบาท ที่ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทย กลายเป็นโรงแรมและรีสอร์ตที่ติดอันดับได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หลังเปิดให้บริการในต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมารวมถึง เดอะ เภรี โฮเต็ล หัวหิน และ เดอะ เภรี โฮเต็ล เขาใหญ่ ที่มีแสนสิริเป็นผู้ลงทุนอีกด้วย

ทั้งนี้ในปี 2565 แสนสิริยังเดินหน้าก้าวแกร่งด้วยวิสัยทัศน์ “STEP BEYOND”  เติบโตแข็งแกร่งยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้ 3 กุญแจสำคัญขับเคลื่อนองค์กร PROFIT – PEOPLE – PLANET มุ่งสร้างรายได้และผลกำไรเพื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วน และสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรด้วยแผนเปิดตัว 46 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 50,000 ล้านบาท พร้อมเป้าหมายยอดขายและยอดโอนเท่ากันที่ 35,000 ล้านบาท

โดยล่าสุด แสนสิริได้ประกาศแผนคอนโดมิเนียมปี2565 เปิดตัว 18 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท ครอบคลุมกรุงเทพฯ – ต่างจังหวัด โดยชูกลยุทธ์การสานต่อความสำเร็จของการพัฒนาคอนโดมิเนียม ราคาเข้าถึงได้ ไฮไลท์เปิดตัวแบรนด์คอนโด มี,เดอะ มูฟ, ดีคอนโด, เดอะ เบส และ เดอะ ไลน์ เพื่อให้แสนสิริเป็นแบรนด์เข้าถึงง่าย พร้อมปลุกกระแสแบรนด์ “เดอะ เบส” โดยเตรียมเปิดตัว THE BASE New Series ภายใต้แนวคิด “BASE ON YOU” ให้ความชอบ บอกความเป็นคุณ 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 7,230 ล้านบาท นำร่องโครงการแรก “เดอะ เบส ไฮท์ – เชียงใหม่” คอนโดฯตึกสูงแห่งแรกจากแสนสิริในเชียงใหม่ และลุยเปิด Holiday Home Condominium เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในหัวหิน เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ พร้อมรุกสร้างยอดขายเพิ่มในพัทยา โดยตั้งเป้ายอดขายคอนโดมิเนียมปีนี้ 14,000 ล้านบาท โตขึ้นเกือบ 30% พร้อมเป้าโอนกว่า 13,000 ล้านบาท

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง